“แอร์สกปรก” ไม่ยอมล้าง ระวังปอดอักเสบ

รู้หรือไม่? เครื่องปรับอากาศที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน จริง ๆ แล้วเป็นแหล่งสะสมความชื้น เป็นสาเหตุทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโต อันตรายจนถึงขั้นปอดอักเสบรุนแรง

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอแนะนำเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับสุขภาพ เชื่อว่าหลาย ๆ บ้านจะมีเครื่องปรับอากาศไว้คลายความร้อน เพิ่มความเย็น อย่างน้อยบ้านละ 1 เครื่อง โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นช่วงที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับความร้อนแบบร้อนสุด ๆ จนถึงขั้นยอดจัดจำหน่ายเครื่องปรับอากาศขายดีเทน้ำเทท่า ได้รับความนิยมในขณะนั้น

แต่ถึงแม้ช่วงนี้จะเป็นฤดูฝน และอีกไม่นานก็จะเข้าสู่ช่วงของฤดูหนาว เชื่อว่า เครื่องปรับอากาศ ยังคงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลาย ๆ บ้านยังต้องเปิดใช้งานกันอยู่ อย่างน้อยเปิดในช่วงกลางคืนตอนนอนหลับพักผ่อน แต่รู้หรือไม่ว่า เครื่องปรับอากาศที่เราเปิดใช้งานบ่อย ๆ เป็นประจำทุกวัน ภายในตัวเครื่องนั้นมีความชื้นจำนวนมากสะสมอยู่ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโต โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียลิจิโอเนลลานิวโมฟิวลา

เรื่องนี้ นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย บอกว่า จากเรื่องของความชื้นภายในเครื่องปรับอากาศ หากใครก็ตามที่หายใจหรือสูดละอองน้ำที่มีเชื้อแบคทีเรียลิจิโอเนลลานิวโมฟิวลาปนเปื้อนเข้าไป จะส่งผลกระทบและเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ โดยลักษณะอาการมี 2 แบบ ได้แก่ แบบปอดอักเสบรุนแรง จะมีอาการไข้ขึ้นสูง ไอ หนาวสั่น เรียกว่า “โรคลิเจียนแนร์” และแบบที่ลักษณะคล้ายไข้หวัดใหญ่ หรือเรียกว่า “ไข้ปอน ตีแอก” หรือ “ปอนเตียก”

ฉะนั้น สิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่งคือ ควรล้างแอร์เป็นประจำ โดยเครื่องปรับอากาศในห้องพัก หมั่นทำความสะอาดถาดรอง อย่างน้อยทุก ๆ 1-2 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้มีตะไคร่เกาะ และเมื่อเปิดใช้งานเครื่องปรับอากาศควรสังเกตว่าอากาศที่ออกมาจากแอร์มีกลิ่นเหม็นหรือมีกลิ่นอับหรือไม่ หากพบว่ามีกลิ่น ควรล้างทำความสะอาดแผ่นกรองอากาศที่อยู่ในแอร์ด้วยน้ำสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค

แต่หากล้างทำความสะอาดแล้วกลิ่นยังไม่หาย ขอแนะนำให้เรียกช่างมาช่วยซ่อมแซม ทั้งนี้ การล้างเครื่องปรับอากาศเต็มระบบ ควรล้างอย่างน้อยปีละครั้ง แต่หากใช้เป็นประจำควรล้างอย่างน้อย 6 เดือน/ครั้ง เนื่องจากจะช่วยลดเชื้อโรคแล้ว ยังช่วยประหยัดไฟฟ้าได้อีกด้วย

Facebook Comments