forest bathing

กินอยู่เป็น_Content_อาบป่า-1.jpg

วันหยุดสุดสัปดาห์นี้คงมีหลายคนที่อยากหาแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ คลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งสัปดาห์ กินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต มีวิธีพักผ่อนอีกรูปแบบหนึ่งเอาใจคนชอบท่องเที่ยวแนวธรรมชาติ มาฝากกัน คือ “การอาบป่า” ให้ธรรมชาติมาช่วยบำบัด

 

หากได้ยินชื่อคำว่าอาบป่า (Forest bathing) หรือ ชินรินโยกุ หลายคนอาจนึกว่าต้องเข้าไปอาบน้ำในป่าหรือเปล่า !!! การอาบป่าในที่นี้ไม่ใช่การอาบน้ำหรือออกกำลังกายใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นศาสตร์ที่ให้เราเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในธรรมชาติ ศาสตร์ของการอาบป่ามีจุดกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรัฐต้องการส่งเสริมให้ประชาชนหันมาปลูกต้นไม้ในปี 2523 ดังนั้นจึงเริ่มมีการพัฒนาไปเรื่อยๆ จนเปลี่ยนป่าไม้ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงบำบัดมาจนถึงปัจจุบัน

 

ขั้นตอนของการอาบป่าไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด อาศัยเพียงให้เราเข้าไปอยู่ในธรรมชาติใกล้ตัวให้มากที่สุด อาจจะเป็นป่าเขาในต่างจังหวัด หรือสวนสาธารณะใกล้บ้าน ลองปล่อยตัวปล่อยใจไปกับธรรมชาติ เดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ฟังเสียงรอบตัว ดมกลิ่นต้นไม้ใบหญ้า มองความสวยงามข้างทาง ปิดเครื่องมือสื่อสาร และนั่งหามุมสงบพักเพื่ออาบแสงแดดแบบชิลๆ

 

ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของนักวิชาการด้านชีววิทยาวิวัฒนาการชาวอเมริกัน เอ็ดเวิร์ด โอ วิลสัน อิงตามทฤษฎีไบโอฟิลเลีย ว่า มนุษย์มีปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติ และธรรมชาติสามารถหล่อเลี้ยงชีวิต จึงไม่แปลกที่ธรรมชาติจะช่วยให้เราคลายความเครียด มีผลตอบสนองเชิงบวกเมื่อยามเข้าไปสัมผัส

 

ข้อดีของการอาบแสงแดดทำให้ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีออกมาล่อเลี้ยงร่างกาย ซึ่งวิตามินชนิดนี้ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้ร่างกาย เพราะไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวให้ดีขึ้น ช่วงเวลาที่เหมาะต่อการเดินอาบป่าและอาบแสงแดด คือ ช่วงเวลาประมาณ 6 – 9 โมงเช้า ใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที ช่วงเวลาดังกล่าวแดดจะไม่แรงมาก ทำให้ไม่อันตรายต่อผิว แต่หากเลยเวลาดังกล่าวผิวเราอาจจะไหม้และแสงแดดที่มากเกินไป อาจทำให้เป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้

 

สำหรับคนเมืองที่อยากออกไปคลายเครียดและสนใจอาบป่าให้ธรรมชาติบำบัด แต่ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนกินอยู่เป็น 360 องศาของการใช้ชีวิต ขอแนะนำสถานที่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ ดังนี้

– ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง สุขาภิบาล 2 โครงการดีๆ ของ ปตท. : ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก BTS อุดมสุข ทาง ปตท. ได้จัดพื้นส่วนนี้ให้เป็นพื้นที่สีเขียว เพื่อให้ประชาชนเขาไปศึกษาธรรมชาติอย่างจริงจัง

-สวนบางกะเจ้าหรือสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ในเขตชุมชน อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

– สวนหลวง ร.9 สวนสาธารณะและสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ย่านประเวศ สามารถเดินทางได้จากหลายเส้นทาง

– สวนลุมพินี พื้นที่สีเขียวใจกลางกรุงเทพฯ สถานที่แห่งนี้ก็สามารถให้คุณได้เข้าไปพักผ่อนได้

– สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เป็นสวนสาธารณะแห่งหนึ่งในเขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

 

ธรรมชาติสามารถช่วยผ่อนคลายและฟื้นฟูพลังใจในการดำเนินชีวิต ลองปล่อยตัวให้ธรรมชาติได้ทำหน้าที่ของมันดูบ้าง เพื่อเติมพลังงานดี ๆ พร้อมลุยงานต่อในสัปดาห์ถัดไป