ออกกำลังกาย

กินอยู่เป็น_วิ่งไหนดีที่ไม่ใช่สวนสาธารณะ_web.jpg

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมสถานที่วิ่งออกกำลังกายนอกเหนือจากสวนสาธารณะในพื้นที่ของกรุงเทพฯ มาฝากเหล่าสาวกคนรักการวิ่งออกกำลังกายหรือเดินเพื่อสุขภาพ

สำหรับสาวกคนรักสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายอย่างการวิ่งหรือเดินเพื่อสุขภาพ ส่วนใหญ่เมื่ออยากวิ่งออกกำลังกาย ก็จะไปวิ่งที่สวนสาธารณะหรือไม่ก็ในฟิตเนส แต่จริง ๆ แล้ว พื้นที่ที่สามารถไปวิ่งออกกำลังกายมีมากมายหลายแห่ง ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ในสวนสาธารณะใหญ่ ๆ อย่าง สวนจตุจักร สวนรถไฟ สวนลุมพินี สวนเบญกิตติ ฯลฯ แต่ยังมีพื้นที่ที่ใช้สำหรับวิ่งออกกำลังกายได้อีกด้วย

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงรวบรวมสถานที่วิ่งออกกำลังกายนอกเหนือจากสวนสาธารณะในพื้นที่ของกรุงเทพฯ มาฝากเหล่าสาวกคนรักการวิ่งออกกำลังกายหรือเดินเพื่อสุขภาพ

1. เลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา (ถนนประดิษฐ์มนูธรรม)

พื้นที่ถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เป็นสถานที่ที่ต้องการแนะนำเป็นพิเศษ เพราะเส้นทางนี้คุณจะวิ่งไปได้เรื่อย ๆ บนเส้นทางจักรยานเล็ก ๆ ที่รองรับผู้ที่ออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานและการวิ่งออกกำลังกาย มีเส้นทางให้วิ่งตั้งแต่บริเวณพระราม 9  ประชาอุทิศ  ลาดพร้าว  เกษตร-นวมินทร์ และไปสิ้นสุดที่รามอินทรา รวมระยะทางทั้งสิ้น 14 กิโลเมตร ซึ่งเมื่อคุณวิ่งไปและวิ่งกลับมาถึงจุดเริ่มต้น (พระราม 9 – รามอินทรา – พระราม 9) จะเป็นระยะทางรวมทั้งสิ้น 26 กิโลเมตรเลยทีเดียว ฉะนั้น สะดวกระยะไหนก็วิ่งระยะนั้น อย่าหักโหมจนเกินไป

2. เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์

ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ มีลานวิ่งออกกำลังกาย Sky walk บริเวณชั้น 3 ของห้าง ให้บริการแก่ผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย มีระยะทาง 250 เมตร/รอบ เปิดให้บริการตั้งแต่ 06:00-22:00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด นอกจากนี้ มีตู้ล็อคเกอร์ให้บริการผู้ที่มาใช้บริการ (ต้องนำกุญแจมาเอง) ที่สำคัญ ใช้บริการฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

3. ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ

ที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ มีลานวิ่ง Sky Running อยู่บนชั้น 5 ภายในอาคาร จุดเด่นของที่นี่คือเป็นลานวิ่งแห่งแรกและแห่งเดียวที่เป็นลู่วิ่งในร่มที่มีแอร์ ฉะนั้นแล้วนักวิ่งที่มาวิ่งที่นี่จะไม่ต้องมาเจอกับปัญหาอากาศร้อนหรือฝนตกหนักอีกต่อไป ส่วนระยะทางต่อรอบอยู่ที่ 412 เมตร เทียบเท่าลู่วิ่งมาตรฐาน มีตู้ล็อคเกอร์ให้บริการผู้ที่มาใช้บริการ (ต้องนำกุญแจมาเอง) นอกจากนี้ ยังมีระบบจับรอบสำหรับเก็บระยะทางด้วยบลูทูธ ที่อาศัยการทำงานของแอปพลิเคชัน Sky Running โชว์ระยะทางวิ่งบนหน้าจอทุกครั้งที่คุณวิ่งผ่านจุด Check Point หมดปัญหาเรื่องสัญญาณ GPS ที่ไม่เสถียร โดย Sky Running แห่งนี้จะเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 06:00-22:00 น. ที่สำคัญ ใช้บริการฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

4. สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ท่ารถไฟ

สวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ท่ารถไฟ อยู่ติดกับโรงพยาบาลศิริราช ในทุก ๆ วันช่วงเช้าและช่วงเย็น จะมีนักวิ่งมาวิ่งออกกำลังกายเป็นจำนวนมาก สัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีระยะทางประมาณ 400 เมตร/รอบ เปิดพื้นที่ให้เข้ามาบริการทุกวัน

5. อนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ม.รามคำแหง หัวหมาก

อนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก พื้นที่แห่งนี้เป็นสถานที่สำหรับให้นักศึกษา พนักงาน และบุคคลทั่วไปเข้ามากราบสักการะพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ลานพ่อขุนฯ มีความกว้างประมาณ 130-140 เมตร ในช่วงเย็น ๆ หลัง 17:00 น. เป็นต้นไป จะมีคนเข้ามาวิ่งเป็นจำนวนมาก ทั้งนักวิ่งที่มาวิ่งเพื่อออกกำลังกาย รวมไปถึงกลุ่มนักศึกษาที่มาวิ่งเพื่อแก้บน เป็นต้น นอกจากนี้ มีบริการธูปเทียนเพื่อให้ผู้ที่เดินทางมา ณ ที่แห่งนี้ได้กราบไหว้ ขอพร สักการะพ่อขุนรามฯ เพื่อความเป็นสิริมงคล

6. สนามฟุตบอล มศว ประสานมิตร

พื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร โดยในช่วงเช้าและช่วงเย็นจะมีผู้คนมาวิ่งออกกำลังกายเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นพนักงานที่ทำงานอยู่ในละแวกถนนอโศกมนตรี ใช้เวลาหลังเลิกงานลงมาวิ่งออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ โดยมีระยะทางประมาณ 500 เมตร/รอบ

 

สำหรับสถานที่ที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ชื่นชอบการวิ่งออกกำลังกายหรือเดินเพื่อสุขภาพ เผื่อไว้กรณีเบื่องการวิ่งในสวนสาธารณะแล้ว ก็ลองปรับเปลี่ยนสถานที่มาวิ่งนอกสวนสาธารณะบ้าง รับรองเลยว่า เสียเหงื่อกับการออกกำลังกายไม่แพ้กับการวิ่งในสวนสาธารณะอย่างแน่นอน และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


ปั้นหุ่นเป๊ะใน-1-เดือน-ด้วย-สควอช_web.jpg

สาวๆ หลายคนคงจะมีปัญหาเรื่องของน้ำหนักตัวหรือเรื่องหุ่นที่อาจจะอ้วนหรือมีแขนหรือต้นขาที่ใหญ่กันใช่ไหม แต่ในใจคืออยากมีหุ่นสวยๆ กล้ามเนื้อกระชับสัดส่วนเหมือนผู้หญิงสวยๆ คนอื่นๆ แต่ไม่รู้จะใช้วิธีการอย่างไรดีในการลดน้ำหนัก ลองใช้วิธีการเล่น “สควอช” ดูไหม

บางคนอาจจะยังไม่รู้จักกับคำว่า “สควอช” ว่าเป็นกีฬาอะไร อย่างไร จริงๆ แล้ว “สควอช” เป็นท่าออกกำลังกายประเภทย่อยืดหรือลุกนั่งที่โฟกัสไปที่บริเวณส่วนล่าง สามารถทำได้ง่ายๆ ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือสวนสาธารณะหรือแม้กระทั่งในฟิตเนส และกีฬาประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อย่างดัมเบลล์หรือเบาะรองพื้นให้วุ่นวาย

วิธีออกกำลังกายด้วยการ “สควอช” ไม่ยาก เพียงแค่คุณวางเท้าทั้ง 2 ข้างให้กว้างพอดีกับบริเวณหัวไหล่ จากนั้นยืนให้เท้าติดกับพื้น มือทั้ง 2 ข้างยืดไปข้างหน้าขนานกับพื้น ย่อตัวลง ดันสะโพกไปด้านหลัง หลังตรง ทำท่าเหมือนจะนั่งเก้าอี้ เข่าของเราจะต้องเป็นเส้นตรงต่อปลายเท้าตลอดเวลา ตั้งแต่ย่อจนถึงยืนขึ้น จากนั้นให้ดันตัวแรงขึ้นด้วยแรงจากขากลับสู่ท่ายืนนับเป็น 1 ครั้ง ทำเช่นนี้ให้ครบจำนวนครั้งในแต่ละวัน

การเล่น “สควอช” ให้เกิดประสิทธิภาพ มีต้นขาที่สวยงาม ควรจัดเป็นตาราง 1 เดือน ค่อยๆ เพิ่มระดับและจำนวนขึ้น ถามว่าต้องทำทุกวันเลยไหม สามารถหยุดพักได้หรือไม่ จริงๆ คือไม่ควรหักโหมถึงขนาดต้องทำทุกวันแบบไม่มีวันหยุด ควรมีวันหยุดพักผ่อนให้ร่างกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน หากยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ลองทำตามตารางที่เราจัดมาให้ตามนี้เลย

 

 

การ “สควอช” ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้บั้นท้ายและขาที่สวยงาม หากทำเป็นประจำติดต่อกัน มีวินัย ไม่ขี้เกียจ หมั่นทำบ่อยๆ ให้ได้ตามตารางออกกำลังกาย รับรองเลยว่าคุณจะต้องว้าวกับรูปร่างของคุณแน่นอน


วิ่งมาราธอน-เทรนด์ใหม่ของคนอยากพบชีวิตใหม่_web.jpg

คุณเคยไหม เบื่อชีวิตของตัวเองที่เป็นอยู่ตอนนี้ ชีวิตต้องพบเจอสิ่งที่มันเหมือนเดิมๆ ตลอดเลย จะมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยให้เราค้นพบชีวิตใหม่ แล้วถ้าบอกว่า “การวิ่ง” โดยเฉพาะ “การวิ่งมาราธอน” จะช่วยเปลี่ยนชีวิตของคุณได้ คุณสนใจไหม

“If you want to run, run a mile. If you want to experience a different life, run a marathon.” / “ถ้าคุณอยากวิ่ง คุณวิ่งแค่กิโลเดียวก็พอ แต่ถ้าคุณอยากพบชีวิตใหม่ คุณค่อยไปวิ่งมาราธอน” ข้อความนี้มาจาก Emil Zatopek นักวิ่งระยะไกลเจ้าของฉายา หัวรถจักรชาวเชค เขาเป็นเจ้าของเหรียญทองการแข่งขันวิ่ง 10,000  เมตร ในการแข่งขันโอลิมปิค ปี 1948 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และชื่อของเขาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง เมื่อเขากวาด 3 เหรียญทองรายการวิ่งระยะไกลทั้งหมด (5  กิโลเมตร,  10 กิโลเมตร และมาราธอน) ในการแข่งขันโอลิมปิค ปี 1952 ที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์

ข้อความดังกล่าวได้ถูกนำมาถ่ายทอดอีกครั้งในภาพยนตร์เรื่อง “รัก 7 ปี ดี 7 หน” ตอน 42.195 จากตัวละครที่รับบทโดยนิชคุณ หรเวชกุล ที่พูดไว้กับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งอยากจะวิ่งเพื่อลืมสิ่งเก่าๆ และได้พบเจอกับชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น แล้วการวิ่งมาราธอนจะทำให้เราได้พบกับชีวิตใหม่จริงหรือ?

หลายปีที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดตามเมืองใหญ่ๆ จะมีกิจกรรมงานวิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมายทุกเช้ามืดของวันเสาร์และวันอาทิตย์ และเกิดขึ้นแทบทุกสัปดาห์ตั้งแต่ต้นปีไปจนถึงปลายปี จะเห็นว่ามีนักวิ่งหรือกลุ่มคนที่รักการออกกำลังกายเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก จะเห็นได้ว่าผู้คนหันมาสนใจเรื่องของสุขภาพมากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากรูปแบบการดำเนินชีวิตที่รวดเร็วมากขึ้น ทำให้เกิดเทรนด์ Run for new life หรือ “วิ่งสู่ชีวิตใหม่” ขึ้นมา งานมาราธอนจึงเป็นอีกหนึ่งสนามสำคัญสำหรับการวิ่งไปสู่ชีวิตใหม่

จะบอกว่า “การวิ่งมาราธอน” ไม่ใช่สนามสนามแข่งขันเพื่อต้องวิ่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก ช่วงชิงการเป็นที่หนึ่ง ไม่ได้เป็นการแข่งขันกับคนอื่น แต่เป็นการแข่งขันกับจิตใจเราเอง การที่คุณตัดสินใจออกมาวิ่งมาราธอน นั่นหมายความว่าคุณได้ตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองแล้ว ในการที่จะเอาชนะเป้าหมายของตัวเอง เมื่อกายพร้อม ใจพร้อม เราก็ทำได้ เพียงแค่เรามีเป้าหมาย

 

วิธีการตั้งเป้าหมายให้กับตัวเราเองในการลงวิ่งมาราธอน คือ SMART อธิบายได้ตั้งนี้

S = Specific : ชัดเจน เฉพาะเจาะจง ว่าเราจะต้องวิ่งด้วย 2 ขาของเราเท่านั้น

M = Measurable : วัดผลได้ ด้วยระยะทาง 42.195 กิโลเมตร

A = Achievable : เอื้อมถึงได้ เพราะมีคนเคยวิ่งมาราธอนสำเร็จมาแล้ว

R = Realistic : อยู่ในโลกแห่งความจริง

T = Time limit : มีการกำหนดเวลาที่ชัดเจน เช่น ใช้เวลาน้อยกว่า 7 ชั่วโมง

 

สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มต้น อยากลองไปวิ่งมาราธอน แต่ไม่เคยฝึกมาก่อน เอาง่ายๆ แค่คุณคิดว่าคุณจะ “เปลี่ยน” ตัวเอง เพื่อไปสู่ชีวิตใหม่ ด้วยการตัดสินใจลุกขึ้นมาวิ่ง ไม่ว่าจะ 500 เมตร หรือ 1 กิโลเมตร ซึ่งแรกๆ อาจจะเป็นอะไรที่ฝืนใจมากๆ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเอาชนะใจตัวเองไปได้แล้วขั้นหนึ่ง

ระหว่างนั้นที่เราวิ่ง โดยเฉพาะมือใหม่หัดวิ่งจะต้องรู้สึกเหนื่อย “ไม่ไหวแล้ว เหนื่อยแล้ว เลิกวิ่งดีกว่า” เป็นเรื่องธรรมดาและปกติอย่างมากที่ความรู้สึกแบบนี้จะแว๊บเข้ามาในหัวของเรา แต่ถ้าคุณเลือกที่จะเอาชนะเป้าหมายด้วยการสู้ต่อ คุณก็สามารถเอาชนะใจตัวเองไปได้อีกขั้นเช่นกัน และเมื่อเราผ่านจุดนั้นมาได้จริงๆ การวิ่งมาราธอนจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และคุณก็จะพบกับชีวิตใหม่แน่นอน

สำหรับคนที่เคยมีโอกาสได้ผ่านสนามวิ่งมาราธอนมาแล้ว ต่างรู้สึกภาคภูมิในการเอาชนะเป้าหมายของตัวเองเมื่อถึงเส้นชัย เพราะชีวิตใหม่ที่พวกเขาได้พบเจอนั้น คือ การออกมาวิ่งหรือออกกำลังกาย ช่วยลดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้ , ทำให้ร่างกายสุขภาพแข็งแรง , รูปร่างของเราจะค่อยๆ ผอมลงและสมส่วน , ทำให้เรามีวินัยในการออกกำลังกายมากขึ้น , ลดาวะความเครียด และยังเป็นเกราะป้องกันโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้อีกด้วย

ฉะนั้น จะเห็นได้เลยว่าการวิ่งสามารถเปลี่ยนชีวิตของคุณได้ ตราบใดที่ยังคิดว่าไหว ขาก็ยังไม่หยุดวิ่ง และเมื่อนั้นการวิ่งจะเปลี่ยนชีวิตคุณจริงๆ เพียงแต่ตัวคุณเท่านั้นเองที่พร้อมจะเปลี่ยนชีวิตของตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นแล้วหรือยัง?


เอาใจสายวิ่ง-เปิดตัวรองเท้าวิ่งฝังชิป-เทคโนโลยี-HOVR_web.jpg

ใครที่เป็นคนที่ชอบออกกำลังกายหรือเป็นสายวิ่ง สิ่งสำคัญของการออกกำลังกายไม่เพียงแค่เสื้อหรือกางเกงเท่านั้น “รองเท้า” รองเท้าก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญสำหรับนักออกกำลังกายเลยก็ว่าได้ การได้รองเท้าดีๆ สักครู่นึงนอกจากจะช่วยถะนุถนอมเท้าของเราให้สามารถเดินหรือวิ่งออกกำลังกายได้แล้วนั้น ยังช่วยให้เรามีความสุขกับการออกกำลังกายโดยไม่ต้องเกิดอาการบาดเจ็บอีกด้วย กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอนวัตกรรมใหม่ที่สายวิ่งต้องมี

ล่าสุด มีนวัตกรรมใหม่เกิดขึ้นในประเทศไทยบ้านเรา เอาใจคนชอบออกกำลังกายเลยก็ว่าได้ เพราะ “อันเดอร์ อาร์เมอร์” เปิดตัว “รองเท้าวิ่ง” ที่ไม่ใช่เป็นเพียงรองเท้าสำหรับวิ่งธรรมดาๆ เท่านั้น แต่มีเทคโนโลยีของระบบไมโครชิพฝังอยู่ด้วย รุ่นนี้เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดของปี 2562 ในประเทศไทย ประกอบด้วย รุ่น HOVR Infinite, HOVR Sonic 2, HOVR Guardian, HOVR Phantom SE และ HOVR Velocity 2

รองเท้าวิ่งเทคโนโลยี HOVR มีแนวคิดผสมผสานระหว่างแผ่นรองรับแรงกระแทกที่ผลิตจากสารประกอบโฟมและเทคโนโลยีฝังชิปการติดตามบนตัวรองเท้า ด้วยไมโครชิปที่ติดตามและส่งข้อมูลโดยตรงสู่แอพพลิเคชั่น MapMyRun เพื่อให้นักวิ่งดูรายละเอียดการวิ่งของตัวเอง เช่น ระยะทาง จำนวนก้าว ระยะของการแบ่งเพื่อการเร่งความเร็ว รวมไปถึงมาตรวัดการเดินที่มีความละเอียดมากขึ้นอย่าง การวัดจังหวะและความยาวของแต่ละก้าว วิเคราะห์และให้ข้อมูลการวิ่งรอบด้านได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำประหนึ่มเหมือนมีโค้ชวิ่งส่วนตัว ทำให้นักวิ่งสามารถประเมินสมรรถภาพของตัวเองผ่านประวัติการวิ่ง และวางแผนการวิ่งในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ รองเท้าวิ่งเทคโนโลยี HOVR ยังห่อหุ้มด้วยโครงสร้างตาข่าย Energy Web ที่ช่วยคงรูปร่างแผ่นรองกันกระแทกให้เหมาะกับสรีระของฝ่าเท้า เพื่อมอบแกนรับแรงกระแทกและคืนแรงส่งที่มีความแข็งแรง ป้องกันการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นจากการลงแรงวิ่งไม่สม่ำเสมอได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สุดท้าย การเลือกรองเท้าดีๆ สักคู่หนึ่งสำหรับการออกกำลังกายก็สำคัญอย่างยิ่ง ยิ่งได้รองเท้าดีๆ ที่มีคุณสมบัติมากมายก็ยิ่งดีกับตัวเรามากขึ้น ทั้งเรื่องของสุขภาพ ความนุ่มสบาย และเทคโนโลยีของรองเท้าคู่นี้ยังช่วยวิเคราะห์และให้ข้อมูลการวิ่ง เพื่อให้เราวางแผนการวิ่งในอนาคตต่อไปได้

นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


ชกมวย-ออกกำลังกายที่ดีต่อกายและใจ_web.jpg

ต้องบอกเลยว่ายุคนี้เป็นยุคที่หนุ่มสาวคนรุ่นใหม่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนที่เพียงพอ การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักและรักษารูปร่าง หนึ่งในกีฬาที่คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจกันก็คือ “ชกมวย” นั่นเอง

“มวยไทย” ถือเป็นการละเล่นพื้นบ้านที่มีคุณลักษณะของการต่อสู้ป้องกันตัวด้วยการใช้อวัยวะในส่วนที่สามารถใช้ทำอันตรายคู่ต่อสู้ได้ มาใช้งานอย่างชาญฉลาดและมีศิลปะอย่างสูง เช่น หมัด ศอก แขน เท้า แข้ง และเข่า เป็นต้น มวยไทยถือได้ว่าเป็นศิลปะประจำชาติและเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นประการหนึ่งของคนไทยตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน

การชกมวยเป็นการออกกำลังกายที่ใช้ทักษะการปะทะกับคู่ต่อสู้ มวยไทยเป็นกีฬาที่ใช้กล้ามเนื้อและใช้พลังงานสูงมาก ถือเป็นการออกกำลังกายแบบเต็มรูปแบบที่ดี เพราะคุณจะได้ใช้กล้ามเนื้อในทุกส่วนและทำให้การเต้นหัวใจเพิ่มขึ้น เลือดสูบฉีดดีขึ้น แม้ว่าหลายคนจะมองว่ามวยเป็นกีฬาที่อันตราย เป็นสาเหตุให้สมองได้รับการกระทบกระเทือน แต่การชกมวยที่ไม่ต้องไปต่อยกับใครจริงๆ เช่น การเตะต่อยกระสอบทราย ก็มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย จะเห็นได้ว่าเหล่าดาราและคนดังใช้การออกกำลังกายด้วยการชกมวยเป็นการดูแลรูปร่าง อย่างเช่น ลีเดีย ศรัณรัตน์ , ยิปซี คีรติ , เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ , ปันปัน สุทัตตา , แมทธิว ดีน ฯลฯ แล้วเคยสงสัยหรือไม่ว่าการชกมวยมีประโยชน์อย่างไรบ้างต่อร่างกายและจิตใจ มาดูกันดีกว่า

 

ชกมวยช่วยลดน้ำหนัก

เคยสงสัยไหมว่าชกมวยจะช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือ? บอกเลยว่า จริง!!! การชกมวยเป็นการออกกำลังกายที่สนุกและเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว เพราะการชกมวยเพียง 1 ชั่วโมง ช่วยเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้รวดเร็ว ช่วยให้กล้ามเนื้อแต่ละส่วนกระชับ และส่งผลให้น้ำหนักลดลง

 

ชกมวยช่วยฝึกสมาธิ

การชกมวยนอกจากจะเป็นการออกกำลังกายแล้ว ยังเป็นการช่วยฝึกสมาธิของเราได้อีกด้วย เพราะขณะที่เตะ ต่อย ใช้หมัด เป็นการฝึกกล้ามเนื้อและสมอง ทำให้มีสมาธิที่ดีขึ้น และที่สำคัญเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย

 

ชกมวยช่วยลดความเครียด ลดความวิตกกังวล

ชกมวยสามารถช่วยในเรื่องของอารมณ์ได้เป็นอย่างดี เพราะขณะที่เราออกกำลังกาย ร่างกายของเราจะหลั่งสารฮอร์โมนเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ทำให้เรามีความสุขมากขึ้น ฉะนั้น การชกมวยเป็นการออกกำลังกายแบบที่เข้มข้นสูงและต่ำสลับกันไป ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนของการซ้อมมวยก็จะเป็นช่วงเวลาที่ใช้สมาธิสูง คุณจึงไม่มีเวลาที่จะไปคิดเรื่องอื่นให้ฟุ้งซ่าน

 

ชกมวยช่วยฝึกความแข็งแกร่งของร่างกาย

ชกมวยเป็นการฝึกร่างกายให้แข็งแกร่งทุกสัดส่วน เพราะการชกมวยจริงๆ นั้น ขาของคุณจะต้องไว มีฟุตเวิร์คที่ดีตลอดช่วงเวลาที่อยู่บนสังเวียน เพื่อที่จะสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างพลิ้วไหว ฉะนั้น การชกมวยจึงจำเป็นที่คุณจะต้องให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งของร่างกายทุกส่วน

 

ชกมวยช่วยให้ระบบการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดดีขึ้น

ชกมวยช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจและหลอดเลือดได้ดี เพราะเป็นการออกกำลังอีกรูปแบบหนึ่ง การชกมวยเป็นประจำจึงทำให้หัวใจและปอดของคุณทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลต่อระบบการไหลเวียนโลหิตทั่วร่างกายเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

การชกมวยเป็นอีกหนึ่งเทรนด์การออกกำลังกายที่กำลังมาแรงในขณะนี้ และสิ่งที่คุณจะได้จากการออกกำลังกายในรูปแบบนี้ นอกจากจะได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพของตัวเองในหลากหลายด้าน ผู้เล่นยังสามารถใช้ทักษะจากการฝึกมวยฟิตในชีวิตประจำวันได้ ทั้งในแง่ของการป้องกันตัว สร้างสมาธิในการทำงานหรือเรียนหนังสือ ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บจากสภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงอีกด้วย และที่สำคัญการชกมวยยังสามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้ถึง 800 แคลอรี่/ชั่วโมง ได้อีกด้วย


6-ไอเดียลดน้ำหนัก-ฉบับคนขี้เกียจ_web.jpg

“ทำงานหนักมาทั้งวันแค่คิดจะออกกำลังกายก็ขี้เกียจแล้ว! เวลาจะนอนยังแทบจะไม่มีเลย” คงเป็นเป็นปัญหาสำหรับใครหลายคน ที่แค่คิดจะลดน้ำหนัก จากปัญหาเวลาที่จำกัด ความเหนื่อยล้า และความอยากทานอาหาร วันนี้เรามีเคล็ด(ไม่)ลับแค่ปรับการใช้ชีวิตง่าย ๆ ด้วยวิธีการต่อไปนี้ รับรองว่าคุณจะมีหุ่นที่ดีแบบ “ไม่ต้องพยายาม”

1. เลือกทาน

เมื่อคิดถึงการลดน้ำหนัก สิ่งแรกที่คนทั่วไปคิดถึง คือ การอดอาหาร ซึ่งความเป็นจริงสิ่งที่ลดลง คือ มวลกล้ามเนื้อและจะยิ่งทำให้ร่างกายโหยหาจนตบะแตกในที่สุด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรจะทำคือการเลือกทาน

  • เลือกอาหารที่มีประโยชน์ ควรงดของทอด มัน เค็มหรือหวานจนเกินไป เข้าใจนะว่าไม่ง่ายเพราะมันอร่อย แต่ยังไงก็ต้องลด! สิ่งที่ควรทำคือวางแผนการกินและอนุญาตให้ตัวเองได้มีมื้อพิเศษของสัปดาห์ หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า ชีทเดย์ (Cheat Day) โดยชีทเดย์นอกจากจะเป็นสวรรค์ของคนลดน้ำหนักแล้ว อีกั้งยังเป็นการหลอกร่างกายว่าเราไม่ได้พยายามลดน้ำหนักและทำให้ร่างกายสามารถเพิ่มปริมาณการเผาผลาญได้ดีขึ้นอีกด้วย
  • เลือกเวลาทาน โดยควรแบ่งมื้ออาหารเป็น 5 มื้อย่อย เพราะจะทำให้ร่างกายไม่รู้สึกถูกบีบให้ต้องอด ยังช่วยปรับระดับน้ำตาลในกระแสเลือดให้คงที่ ส่งผลให้หิวน้อยลง และที่สำคัญควรหยุดรับประทานอาหารหลังจาก 5 โมงเย็นเป็นต้นไป เพราะหลังจากนี้ร่างกายเหลือเวลาเผาผลาญพลังงานเพียง 4 ชั่วโมง ทำให้แคลอรี่ที่เหลือจากการเผาผลาญจะสะสมอยู่ในร่างกายต่อไป

2. ออกกำลังกายขณะโฆษณา

  • ช่วงเวลาพักจากหนังเรื่องโปรดคงไม่นานเกิน 5 นาที เพราะฉะนั้นจึงถือเป็นการฆ่าเวลาสำหรับคนขี้เกียจอย่างเรา โดยการออกกำลังที่อยากแนะนำสำหรับช่วงเวลาแสนสั้น ก็คือ การสคอร์ท 15 ครั้ง โดยวิธีการคือ หลังตรง 2.เข่าห้ามเลยเท้า 3. ตามองตรง 4. ก้นอยู่ระดับต่ำกว่าเข่าเล็กน้อย นอกจากนี้ก็ยังมีก็ยังมีการแกว่งแขน, ยกดัมเบล (ขวดน้ำลิตร), และถึงแม้หนังจะเล่นต่อเราก็สามารถฮูลาฮูปไปพร้อมๆกันได้โดยไม่เสียสมาธิ

3. ปรับลักษณะการเดินทางระยะใกล้

หลายคนคงเคยเห็นข่าวที่หนุ่มชาวเยอรมันเบื่อรถติด จึงหาทางออกด้วยการว่ายน้ำเป็นระยะทาง 2 กิโลไปทำงานทุกวัน แต่สำหรับประเทศไทยก็น่าจะไม่เหมาะ เอาเป็นว่าเราขอแนะนำให้ลองปรับจากที่เคยนั่งรถไปทำงานระยะใกล้ๆ ลองเลือกเดินออกกำลังกาย หรือปั่นจักรยานไปทำงานดู หรือการรอลิฟท์ที่คนต่อแถวเยอะๆในตอนเช้า ลองเปลี่ยนจากการขึ้นลิฟท์เป็นเดินขึ้นบันได แต่ถ้าสูงเกินไปก็ลองสักครึ่งทาง นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้วยังได้ถึงที่นั่งได้เร็วขึ้นอีกด้วย

4. ติดตาม IG, Youtuber ที่มีไลฟสไตล์ฟิตหุ่น

แรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ มาพร้อมภาระอันใหญ่ยิ่ง! ยิ่งเราเห็นคนอื่นดูดี เรายิ่งหันมามองตัวเองมากขึ้น การติดตามผู้คนที่รักและใส่ใจในสุขภาพของตนเองจะเป็นการสร้างแรงกระตุ้นให้กับตัวเรา นอกจากนี้คนเหล่านี้มักมีทริคหรือเคล็ดลับดีๆมาแชร์เสมอ ทั้งอาหารการกิน การดูแลสุขภาพ ความสวยความงาน ติดตามไว้ยังไงก็ดี

5. เปลี่ยนการออกกำลังกายที่น่าเบื่อให้สนุกสุดเหวี่ยง

ทุกวันนี้จะค้นหาอะไรก็ง่ายดายไปหมด วิธีที่จะช่วยออกกำลังกายให้ไม่น่าเบื่อเหมือนเคยก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Dance Workout ไปพร้อมกับเพลงโปรดที่สามารถทำตามคลิปวิดีโอใน Youtbe กันได้ง่าย ๆ หรือถ้าโฟกัสที่ความสนุกแบบไม่จำเจ ก็แนะนำให้เต้นซุมบ้า หรือจะเข้าฟิตเนสบ้าง การพบเจอคนเยอะ ๆ ก็ช่วยให้เรามีกำลังใจในการออกกำลังกายและไม่เบื่อเหมือนกันนะ

6. ดื่มน้ำให้พอดี

การดื่มน้ำ 9 แก้วต่อวันถือเป็นปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน นอกจากการดื่มน้ำจะช่วยให้ร่างกายมีผิวพรรณที่ดีแล้ว การดื่มน้ำยังช่วยทำให้ลดปริมาณไขมันในร่างกายและช่วยร่างกายรู้สึกอยากอาหารลดลงได้อีกด้วย

 

วิธีที่นำมาแบ่งปันในวันนี้เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ไม่ยาก แต่ต้องใช้ความถี่และความสม่ำเสมอจึงจะเกิดผลลัพธ์ที่น่าพอใจ นอกจากนี้ยังต้องพักผ่อนให้เพียงพอและพยายามใช้ชีวิตให้สนุก ลดความเครียด เพียงเท่านี้ร่างกายก็พร้อมสำหรับคุณคนใหม่ที่หุ่นดียิ่งกว่าเดิม


Banner_welltitude_ไม่ออกกำลังกายอันตรายยิ่งกว่าสูบบุหรี่.jpg

ผลการวิจัยระบุว่า คนที่ไม่ออกกำลังกายจะมีอัตราความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงถึง 500% และการที่คนเราไม่ออกกำลังกาย มีอัตราความเสี่ยงต่อสุขภาพมากกว่าคนที่สูบบุหรี่ถึง 3 เท่า ส่งผลต่อการเจ็บป่วยเป็นโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้ง่าย

“การออกกำลังกาย ทำให้ร่ายกายแข็งแรง” คำพูดที่ใครหลาย ๆ คน มักพูดกรอกหูอยู่เสมอ เพื่อให้แต่ละคนหันมาสนใจการออกกำลังกาย บางคนพอจะสละเวลาสัก 30 นาที – 1 ชั่วโมง เพื่อมาเดิน วิ่ง จ็อคกิ้ง แอโรบิค ไทเก็ก ฯลฯ ได้บ้าง แต่บางคนไม่มีเวลาจริง ๆ ทำให้ไม่ได้ออกกำลังกาย ขณะที่บางคนก็ขอบายกับการออกกำลังกายไปเลย เพียงเพราะคำว่า “เหนื่อย” แต่รู้ไหมว่าการไม่ออกกำลังกายเลย อันตรายต่อร่างกายอย่างมากที่สุด

สำนักข่าว CNN รายงานว่า Dr.Wael Jaber ผู้ชำนาญการด้านหัวใจ ศูนย์การแพทย์คลีฟแลนด์ เปิดเผยผลการวิจัยชิ้นหนึ่งที่ระบุว่า การออกกำลังประเภทคาร์ดิโอส่งผลดีต่อร่างกาย ส่งผลดีต่อระบบความดันโลหิต ยิ่งออกกำลังมากเท่าไหร่ คุณก็จะมีชีวิตที่ดีและยืนยาวขึ้น ในทางกลับกันการดำเนินชีวิตในรูปแบบของการไม่ออกกำลังกายเลย ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว แค่คุณนั่งทำงานเป็นเวลานาน ๆ นั่งเฉยอยู่หน้าคอม นั่นเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายทีจะเข้ามาในชีวิตคุณ สุดท้าย วิธีแก้ปัญหาหรือรักษาสุขภาพให้ดี ก็คือ “การออกกำลังกาย”

ถ้าให้เปรียบเทียบระหว่างคนที่ไม่ออกกำลังกายกับคนที่ออกกำลังกาย ซึ่งคนที่ไม่ออกกำลังกายจะมีอัตราความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงถึง 500% และหากเปรียบเทียบกิจกรรม 2 อย่าง ระหว่าง “การนั่งเฉย ๆ” และ “การสูบบุหรี่” ผลการวิจัยระบุว่า “การนั่งเฉย” มีความเสี่ยงสูงกว่า “การสูบบุหรี่” ถึง 3 เท่า

ส่วนคนที่ออกกำลังกายน้อยกับคนที่ออกกำลังกายบ่อย ผลการวิจัยพบว่า คนที่ออกกำลังกายน้อยจะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตมากกว่าคนออกกำลังกายเป็นประจำถึง 390% เลยทีเดียว และอีกหนึ่งประเด็นคือ การที่คนเรามีอายุมากก็ไม่จำเป็นที่จะต้องออกกำลังกาย ความคิดนี้เป็นความคิดที่ผิด เพราะความจริงแล้วไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ การออกกำลังกายส่งผลดีต่อร่างกายเสมอ

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชิ้นนี้สอดคล้องกับมนุษย์เงินเดือนได้อย่างชัดเจน เพราะรูปแบบการดำเนินชีวิตของมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายจะหนีไม่พ้นกับการนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เสร็จงานแล้วก็กลับบ้าน ทานข้าว แล้วก็นอน สุดท้ายแล้ว ขอย้ำเลยว่า การที่คุณไม่ออกกำลังกาย ต่อให้คุณไม่ดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ คุณก็มีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคร้ายมากไปคนที่สุบบุหรี่ด้วยซ้ำ

ขอขอบคุณ : เนื้อหาจาก สำนักข่าว CNN