ผู้หญิง

กินอยู่เป็น_การ-ดมกลิ่นเสื้อผ้าแฟนสาว-ช่วยลดความเครียดของฝ่ายชายได้_web.jpg

ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย พบว่า ผู้ชายที่สูดดมกลิ่นเสื้อผ้าสวมใส่แล้วของแฟนสาว ช่วยลดและผ่อนคลายเครียดได้อย่างไม่น่าเชื่อ

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเสนอเรื่องราวสุดแปลกที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ สำหรับคู่รักที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะสามี-ภรรยา หรือยังอยู่ในฐานะแฟนที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่ ท่านสุภาพบุรุษหลายคนเคยมีอาการแบบนี้บ้างไหม หลังจากทำงานหรือเรียนหนังสือมาอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งวัน กลับถึงบ้านทั้งทีก็ขอให้ได้กอดแฟนสาวแน่น ๆ เพื่อช่วยลดและคลายความเครียด แต่สำหรับคู่รักบางคู่อาจจะไม่ค่อยได้มี Moment นี้สักเท่าไหร่ เนื่องจากคู่รักบางคู่กลับบ้านไม่ตรงเวลา บางคู่ก็อยู่คนสถานที่ คนละแห่ง

แต่รู้หรือไม่ว่า วิธีที่ช่วยลดความเครียดของสุภาพบุรุษได้อีกวิธี นอกเหนือจากการกอดแฟนสาวนั้น ก็คือ การได้สูดดมกลิ่นเสื้อผ้าของแฟนสาวนั่นเอง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าวิธีนี้สามารถลดความเครียดได้จริง เพราะงานวิจัยของมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ได้ทดสอบคู่รักทั้ง 96 คู่ โดยให้ฝ่ายหญิงอาบน้ำด้วยสบู่สูตรไม่มีสี ไม่มีกลิ่น และสวมเสื้อยืดสีขาวตัวใหม่เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นนำตัวผู้เข้าทดสอบฝ่ายชายไปสัมภาษณ์ภายใต้ความกดดัน และให้ทำข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์แบบยาก ๆ เพื่อเพิ่มระดับความเครียดให้สูงขึ้น ก่อนจะส่งเสื้อสีขาว 3 ตัวให้ลองดม ตัวแรกเป็นเสื้อที่ยังไม่มีใครเคยใส่ ต่อมาคือเสื้อตัวที่แฟนตัวเองใส่โดยคนดมไม่รู้มาก่อน และตัวสุดท้ายเป็นเสื้อของคนแปลกหน้า

ผลการวิจัยพบว่า ฝ่ายชายส่วนใหญ่จำกลิ่นของแฟนตัวเองได้เป็นอย่างดี และพอได้ดมกลิ่นที่ติดเสื้อแล้ว ระดับความเครียดของทุกคนค่อย ๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เมื่อพวกเขาลองไปดมเสื้อของคนไม่รู้จักดูบ้าง กลับทำให้ระดับความเครียดเพิ่มสูงขึ้นทันที

อย่างไรก็ตาม สำหรับสุภาพบุรุษที่จะใช้วิธีนี้เพื่อลดความเครียดสะสม ควรมีการพูดคุยและทำความเข้าใจกับแฟนสาวเสียก่อน และอย่าเผลอไปสูดดมกลิ่นเสื้อผ้าของคนข้างบ้านเด็ดขาด ที่สำคัญควรเลือกเสื้อผ้าตัวที่สะอาด ไม่ควรนำเสื้อผ้าที่ชุ่มเหงื่อมาดมเด็ดขาด เพราะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย อาจส่งผลให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจได้ แต่ทางที่ดีควรหากิจกรรมอื่น ๆ ทำประกอบ เพื่อลดความเครียดจะเข้าท่ากว่า และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก : askmen.com, sciencedaily.com


ผู้หญิงนั่งนานๆ-เสี่ยง-ภาวะเปราะบาง_web.jpg

“การนั่ง” เป็นอีกหนึ่งอิริยาบถของมนุษย์และถือเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต นอกจากนี้ ยังเป็นการพักผ่อนร่างกายและจิตใจเพื่อให้เกิดการผ่อนคลายจากอาการเมื่อยล้าต่างๆ แต่การนั่งเป็นเวลานานๆ ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ!

 ไม่ว่าจะเวลาทำงาน เวลานั่งเล่น หรือจะเวลาพักผ่อน ยิ่งนั่งนานมากเท่าไร โอกาสที่จะเสียชีวิตก็มีมากขึ้น แม้ว่าจะออกกำลังกายเป็นประจำก็ตาม มีงานวิจัยระบุไว้ว่า การนั่งเป็นเวลาติดกันนานเกินไปส่งผลให้หัวใจและหลอดเลือดแย่ลง เพิ่มความเสี่ยงของโรคเบาหวาน และสมองหดตัว และแย่กว่านั้นหากเป็นผู้สูงอายุ การนั่งนาน ๆ จะกลายเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างยิ่ง ทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะพิการและเกิดภาวะสมองเสื่อม และอาจเกิดภาวะที่เรียกว่า “ร่างกายเปราะบาง”

ภาวะร่างกายเปราะบางคืออะไร? ภาวะเปราะบางไม่ใช่โรค แต่เป็นภาวะหนึ่งของร่างกายอยู่ตรงกลางระหว่างความสามารถในการทำงานได้และไม่ได้ อยู่ระหว่างรอยต่อของสุขภาพดีและเป็นโรค เปรียบเสมือนชีวิตอยู่บนเส้นด้าย เป็นปัญหาสุขภาพที่พบกันมากในหมู่ผู้สูงอายุ ส่งผลทางด้านร่างกายและจิตใจ ผู้ที่อยู่ในภาวะนี้ความสามารถในการทำงานของระบบต่าง ๆ จะลดลง ความรุนแรงเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยจะมากขึ้น การทรงตัวย่ำแย่ อาจประสบอุบัติเหตุ อย่างเช่น เสียการทรงตัวและอาจล้มซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายมากสำหรับผู้สูงอายุ

 

“ร่างกายเปราะบาง” ส่งผลกระทบต่อผู้หญิงอย่างไรบ้าง?

นักวิจัยทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ Maja Susanto, Ruth Hubbard และ Paul A Gardiner วิเคราะห์ข้อมูลจาก  Australian Longitudinal Study of Women’s Health โดยมีผู้หญิงที่เกิดระหว่างปี พ.ศ.2489-2494 เป็นผู้เข้าร่วมทดลอง โดยกลุ่มตัวอย่างรายงานเวลาที่ตนเองใช้นั่งในแต่ละวัน

นักวิจัยประเมินความเปราะบางของผู้หญิงโดยใช้สเกลที่เรียกว่า FRAIL ตั้งแต่ 0 (สุขภาพดี) ถึง 5 (อ่อนแอ) และแบ่งเวลาการนั่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ระดับต่ำ (3.5 ชั่วโมงต่อวัน) ระดับปานกลาง (5.5 ชั่วโมงต่อวัน) และระดับสูง (10 ชั่วโมงต่อวัน) อย่างไรก็ตาม The Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ระบุว่า ผู้หญิงควรใช้เวลานั่งให้น้อยลง และหมั่นเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ ส่วนผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 2 วัน เพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย และลดภาวะความเปราะบาง

Paul A Gardiner หนึ่งในทีมนักวิจัย อธิบายความหมายของความอ่อนแอไว้ว่า “คนที่อยู่ในภาวะเปราะบางจะมีพลังสำรองที่ใช้สำหรับฟื้นตัวหลังจากเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บน้อยลง และยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เข้าไปอาศัยในบ้านพักคนชรา และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร” การวิจัยครั้งนี้ทำให้เห็นว่า ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะมีอายุยืนกว่าผู้ชาย แต่ก็มีปัจจัยอื่นที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

จากงานวิจัยชิ้นนี้พบว่า ผู้หญิงที่ใช้เวลาในการนั่งนานๆ อย่างน้อย 10 ชั่วโมง/วัน หรือมากกว่านั้น มีความเสี่ยงสูงที่จะตกอยู่ในภาวะเปราะบาง ขณะที่ผู้หญิงที่ใช้เวลานั่งประมาณ 2 ชั่วโมง/วัน จะมีความเสี่ยงที่จะตกอยู่ในภาวะเปราะบางน้อยมาก

 

แล้วควรป้องกันการเกิดภาวะเปราะบางอย่างไร?

1.ออกกำลังกาย ทั้งออกกำลังกายต้านทานและการออกกำลังกายแอโรบิก โดย The Centers for Disease Control and Prevention (CDC) ระบุว่า ผู้หญิงควรใช้เวลานั่งให้น้อยลง และหมั่นเคลื่อนไหวร่างกาย ส่วนผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที สัปดาห์ละ 2 วัน

2.ทานอาหารเสริม โดยเพิ่มระหว่างมื้ออาหาร อาหารเสริมโปรตีนช่วยในการรักษามวลกล้ามเนื้อ รวมถึงการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

3.ประเมินสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน รวมถึงความปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดการพลัดหกล้ม เช่น สร้างราวจับในห้องน้ำ ตรวจเช็ค พื้น ผนัง พื้นลาดเอียง อย่าให้ลื่น รวมถึงควรมีสภาพแสงที่เหมาะสมและระบบกดเรียกฉุกเฉิน

 

รู้แบบนี้แล้ว… ควรใช้ระยะเวลาในการนั่งให้พอดี และหมั่นออกกำลังกายให้พอเหมาะ เพื่อป้องกัน “ภาวะเปราะบาง” ภัยเงียบที่อาจเป็นฉนวนเริ่มแรกของปัญหาสุขภาพในระยะยาว


อายุขึ้นเลข-3-แต่ยังอยู่บนคาน-นักวิชาการยันไม่ใช่เรื่องแปลก_web.jpg

นักวิชาการเผยการที่มนุษย์พออายุขึ้นเลข 3 แต่ยังไม่มีแฟน ยังไม่แต่งงาน ยังอยู่บนคาน ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป เนื่องจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ทำให้ฐานคิดของการมีความรักและการมีชีวิตคู่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง

พออายุขึ้นเลข 3 ความเป็นวัยรุ่นเริ่มหายไป ความแก่เริ่มค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา ช่วงอายุนี้ส่วนใหญ่หลายคนอาจจะมีอะไรเข้ามาในชีวิตแล้ว ทั้งหน้าที่การงาน การเงิน การศึกษาที่สูงขึ้น รวมไปถึงคนรัก แต่บางคนก็ยังขาดบางสิ่งบางอย่างไป โดยเฉพาะ “คนรัก” หลายคนเริ่มแต่งานกันในช่วงอายุประมาณ 23-28 ปี บางคนอายุเข้าเลข 3 แล้ว ก็ยังไม่ได้แต่งงานสักที โชคร้ายไปกว่านั้นคือยังไม่มีคนรู้ใจเลย ยังไม่มีใครมาจีบแม้แต่นิดเดียว

บางส่วนรู้สึกผิดอย่างมหัน ที่อายุเข้าเลข 3 แล้ว แต่ก็ยังไม่มีคู่ครองสักที ในขณะที่บางคนแต่งงานจนมีเบบี๋ตัวน้อยกันไปแล้ว ภาวะแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คุณอาจจะอยู่ในภาวะ Waithood หรือ ปรากฏการณ์การรอ อาจจะมีผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

วันนี้ ทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงขอนำเสนอบทความของ ไดแอน ซิงเกอร์แมน นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอเมริกัน กรุงวอชิงตันดีซี ซึ่งอธิบายปรากฏการณ์นี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า ปรากฎการณ์ดังกล่าวไม่เรื่องแปลก เพราะปรากฎการณ์นี้คือการที่ความคิดเรื่องการงาน ความสำเร็จ หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่เข้ามาในวัฒนธรรมโลก ทำให้ฐานคิดของการมีความรักและการมีชีวิตคู่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง โดยได้ศึกษากลุ่มวัยรุ่นชาวตะวันออกกลาง ผลการศึกษาพบว่า ภาวะดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเพศสภาวะและเศรษฐกิจ อธิบายคือ การแต่งงานเป็นเรื่องที่แพงเกินไป แต่จะมีบุตรเลยก่อนแต่งงานสังคมก็จะไม่ยอมรับ ฉะนั้น จึงตัดสินใจชะลอการแต่งงานออกไปก่อน

นอกจากนี้ การที่มีอัตราว่างงานสูงและค่าแรงต่ำ ส่งผลให้ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่กล้ามีความสัมพันธ์ ประเทศที่สังคมคาดหวังให้ฝ่ายชายจ่ายค่าสินสอดและลงทุนสร้างครอบครัวจะเป็นหนักหน่อย ขณะที่ประเทศที่การแต่งงานไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายอย่างกรีซ สเปน และฝรั่งเศส ก็มีปัญหาจากการนิยามความเป็นผู้ใหญ่ของสังคม เช่น ถ้าไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ก็จะไม่กล้าแต่งงาน

สำหรับภาวะปรากฏการณ์การรอนั้น มีงานวิจัยหลายชิ้นศึกษาว่า เพราะอะไรคนเราถึงแต่งงานกันช้าลง ขณะเดียวกัน ผู้หญิงได้รับแรงกดดันมากว่าผู้ชาย เนื่องจากผู้ชายสามารถเป็นพ่อในอายุเท่าไหร่ก็ได้ แต่สำหรับผู้หญิงนั้น เมื่อเวลาล่วงเลยไป ก็จะเป็นแม่ได้ยากขึ้น ยากต่อการมีบุตรในช่วงอายุมาก ๆ นอกจากนี้ปัญหาการหาคู่ครองอีกปัญหาหนึ่งมาจากแนวคิด “ความเป็นชายแบบเก่า” ที่ต้องสามารถหาเลี้ยงครอบครัวได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ผู้หญิงควรแต่งงานกับผู้ชายที่ประสบความสำเร็จมากกว่าตัวเอง

นอกจากนี้ การใช้แอปพลิเคชันหาคู่อาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการแก้ไขปัญหา แต่ปัญหาดังกล่าวจะแก้ไขได้อย่างยั่งยืนด้วยการเปลี่ยนความคิดเรื่องบทบาททางเพศ นักวิชาการมองว่า หากสังคมยอมรับว่าผู้หญิงสามารถเป็นเสาหลักของครอบครัวได้ ผู้หญิงโสดหลาย ๆ คนก็ไม่จำเป็นต้องมองหาผู้ชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกันอีกต่อไป ผู้หญิงอาจแต่งงานกับชายอายุน้อยกว่าหรือประสบความสำเร็จน้อยกว่าได้โดยไม่ต้องอายใคร

สุดท้าย ภาวะปรากฏการณ์การรอก็อาจไม่ใช่ปัญหาของการหาคู่ครองหรือการแต่งงานช้าก็อาจไม่ใช่ปัญหาได้ด้วยการให้การยอมรับความสัมพันธ์แบบอื่น เช่น การอยู่ร่วมกันเฉย ๆ โดยไม่ต้องเดินตามกรอบของสังคมที่ต้องแต่งงานแล้วจึงมีลูกได้ หรือการที่สังคมเปลี่ยนมายอมรับให้มีพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงเดี่ยวได้ ก็จะทำให้สังคมยังคงมีเด็กเกิดสม่ำเสมอโดยไม่ต้องสนใจปัญหาการแต่งงาน

ทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต


รับมืออย่างไรให้สตรอง-เมื่อแฟนสาวมี-“ประจำเดือน”_web.jpg

อย่าให้แฟนสาวของคุณต้องโมโหในช่วงที่เธอเป็นวันมามาก (เป็นประจำเดือน) บอกเลยว่ายิ่งกว่าแผ่นดินไหว 10 ริกเตอร์ แล้วผู้ชายอย่างเราๆ จะรับมือกับแฟนสาวอย่างไรได้บ้าง?

ถ้าท่านสุภาพบุรุษทุกท่านๆ ว่า เคยเจอเหตุการณ์ที่ว่าแฟนสาวของเราเป็นวันมามาก (เป็นประจำเดือน) กันหรือไม่? เชื่อว่าหลายคนคงจะเจอกันมาแล้ว คงจะอธิบายความรู้สึกนั้นอย่างบอกไม่ถูกว่า ในช่วงที่แฟนคุณเป็นวันมามาก ส่วนใหญ่เขาก็จะแปลงร่างจากนางฟ้าแสนสวยผู้น่ารักเป็นนางปีศาจร้ายที่ดุดันขึ้นมาทันทีทันใด ประหนึ่งพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือขึ้นมาทันที ผู้ชายส่วนใหญ่พอจะทราบล่ะว่าคุณเขาเป็นวันมามาก แต่อาจจะไม่รู้เลยว่าวันมามากของเขานั้นมันช่างทรมานขนาดไหน

ผู้ชายอย่างเราๆ เองก็คงจะหนักอกหนักใจพอสมควรเมื่อต้องเจอแฟนสาวตกอยู่ภาวะนางมารร้ายชั่วคราว บอกเลยว่า อย่าทำให้เธอหงุดหงิด มิฉะนั้นระเบิดนิวเคลียร์ลูกใหญ่อาจลงมาที่คุณแบบชนิดที่เรียกได้ว่า คุณเองอาจจะตั้งรับไม่ได้กันเลยทีเดียว

แล้วเราจะรับมืออย่างไรดี ในช่วงที่แฟนสาวอยู่ในภาวะวันมามาก จะเลิกรากันเลยมันก็คงจะใจดำเกินไป เราก็ต้องอดทนสิ อดทน เดือนละ 5-7 วันเอง วันนี้ ทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำวิธีเด็ดๆ กลเม็ดรับมือแฟนสาวในช่วงวันนั้นของเดือนมาให้ทุกท่านลองนำไปใช้กันดู

1. เช็กเลยว่าเดือนนี้เธอจะเป็นวันมามากช่วงวันไหน

เช็กเลยว่าเดือนนั้นแฟนของคุณจะเป็นวันมามากช่วงไหนบ้าง แล้วมาร์คตัวแดงๆ ไว้ที่ปฏิทินเลย จากนั้นคอยสังเกตภาวะอารมณ์แปรปรวนของเธอ ถ้าวันนั้นเธอหงุดหงิดง่าย ชัดเลยว่า “เธอเป็นวันมามาก” ดังนั้น ช่วงเวลาดังกล่าวคุณผู้ชายต้องงดพูดหรือทำพฤติกรรมอะไรต่างๆ นาๆ ที่จะให้เธอโมโหเด็ดขาด

2. งดนินทาหรือเมาท์แฟนสาวว่าหงุดหงิดเพราะวันมามาก

การพูดจาล้อเลียนหรือแหย่กับแฟนคุณ โดยเฉพาะเรื่องที่แฟนคุฯเป็นวันมามาก ใครบอกว่าแฟนคุณจะอารมณ์ดีและยิ้มขึ้นมา คิดใหม่! ในความเป็นจริงมันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เพราะนั่นเป็นการยั่วโมโหเธอต่างหาก นอกจากนี้ การนินทาเรื่องของแฟนคุณเป็นวันมามากกับผู้อื่นก็ไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไร เพราะถ้าแฟนคุณทราบเรื่องขึ้นมา บอกเลยว่า “ตายสถานเดียว” ดังนั้น ช่วงนี้ต้องสงบปากสงบคำของคุณไว้ชั่วคราว รอแฟนของคุณหายจากวันมามากก่อนแล้วค่อยยิงมุขฮาๆ ดีกว่า

3. เตรียมยาแก้ปวดท้องประจำเดือน

ในช่วงที่แฟนสาวเป็นวันมามาก แน่นอนว่าเขาต้องมีความเจ็บปวดทรมานพอสมควร บางคนพอมีแรงทำโน่นทำนี่ แต่บางคนก็หมดแรงเลยก็มี แต่ไม่ว่าแฟนของคุณจะปวดมากหรือปวดน้อย คุณในฐานะคนข้างกายต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเสมอ “ยาแก้ปวดประจำเดือน” คือเครื่องคลายความเจ็บปวดของแฟนสาว ฉะนั้น เตรียมเอาไว้ซะ จะได้ได้ใจแฟนคุณไปได้เต็มๆ

4. งดสังสรรค์นอกบ้านชั่วคราว คอยอยู่ข้างๆ เขาเสมอ

ผู้หญิงที่อยู่ในอาการวันมามาก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยอยากออกไปสังสรรค์นอกบ้าน อยากพักผ่อนอยู่บ้านมากกว่า ดังนั้น ผู้ชายอย่างเราๆ ควรงดการเข้าร่วมปาร์ตี้สังสรรค์กับเพื่อนฝูงหรือการชวนออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านเป็นการชั่วคราว แล้วเอาเวลามาคอยดูแลใกล้ชิดแฟนของคุณ เพื่อที่จะได้ควบคุมและลดอารมณ์แปรปรวนของตัวเธอลง

5. อดทนให้หนักแน่น

“อดทน” เป็นสิ่งสำคัญที่คุณผู้ชายจะต้องท่องจำเอาไว้ให้หนักแน่น พยายามเปิดใจและเข้าใจในความรู้สึกของเธอ ไม่ว่าพฤติกรรมของเธอจะรุนแรงดังแผ่นดินไหวกี่ริกเตอร์ คุณต้องอดทนเข้าไว้ อย่าแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมออกไป เพราะอาการวันมามากของแฟนคุณนั้นไม่ได้เป็นนาน เดี๋ยวพอประจำเดือนหมด แฟนคุณก็จะกลับมาเป็นนางฟ้าแสนดีคนเดิมของคุณ

ไม่ยากเลยใชช่ไหมกับวิธีรับมือเมื่อแฟนสาวของคุณเป็นวันมามาก คุณผู้ชชายเองต้องพยายามเปิดใจ ทำใจ และเข้าใจเขาให้มากๆ จะได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างราบรื่นมากที่สุด และพร้อมรับอารมณ์ของเธอได้แบบสตรอง ไม่ว่าแฟนคุณจะเหวี่ยง วีน อาละวาดหนักแค่ไหน คุณก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขาเสมอ ท่องไว้เลยว่า “กายพร้อม ใจพร้อม เราทำได้”

ทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต


ผู้หญิแบบไหน-ผู้ชายเจอเป็นต้องเดือด_Web.jpg

ส่องพฤติกรรมสุดน่าเบื่อของผู้หญิง ที่ทำเอาผู้ชายอย่างเราๆ เป็นต้องเดือด! เห็นแล้วต้องส่ายหัว เกิดอาการไม่ปลื้มอย่างแรง จนสุดท้ายต้องโบกมือลาจากชีวิตผู้หญิงงี่เง่าในที่สุด

ผู้หญิงในฝันของคุณเป็นแบบไหน? ขาว สวย หมวย เอ็กซ์ รึเปล่า? หรือว่าจะต้องเป็นกุลสตรีไทยถอดแบบมาจากตัวละครในวรรณคดีไทยเลยแบบนี้ คำถามนี้คุณผู้ชายก็จะมีคำตอบที่หลากหลายกันไป บางคนก็ชอบผู้หญิงที่งามทั้งภายนอกและภายใน บางคนก็ชอบคนที่จิตใจงดงาม ภาพลักษณ์ภายนอกไม่สำคัญ ผู้ชายมักชอบความเป็นอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาตีกรอบความเป็นส่วนตัวของเขา เพราะผู้ชายต้องการผู้หญิงที่จะมาเป็นแม่ของลูก ไม่ใช่ต้องการแม่คนที่ 2 ที่คอยจี้โน่นจี้นี่สารพัด

ฉะนั้น การที่ผู้ชายจะยอมตัดสินเลือกผู้หญิงมาเป็นคู่ชีวิตสักคน ต้องใช้ความกล้าหาญและพยายามอย่างมากในการบอกความในใจให้อีกฝ่ายรับรู้ แต่พอฝ่ายหญิงตอบเซย์เยสตกลงปลงใจยอมเป็นคู่ชีวิตกับคุณ ผู้หญิงบางคนอาจจะมีพฤติกรรมบางอย่างที่คุณในฐานะสุภาพบุรุษอาจจะไม่ค่อยปลื้มใจสักเท่าไร จนทำให้คุณเกิดความอึดอัดใจ ไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต เริ่มมีปัญหาเรื่องความรัก จนสุดท้ายก็ต้องสวมคอนเวิรส์เลิกรากันไปในที่สุด

ทีมงานกินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงรวบรวม 5 พฤติกรรมสุดน่าเบื่อของผู้หญิง ที่ทำเอาผู้ชายอย่างเราๆ เป็นต้องเดือด! ต้องส่ายหัว เกิดอาการไม่ปลื้มอย่างแรง จนสุดท้ายต้องกดปุ่มดับไฟ และหนีหายไปจากชีวิตคุณในที่สุด

1. จู้จี้จุกจิก ขี้บ่น
ในช่วงชีวิตของเราเอง เราก็เคยฟังพ่อแม่บ่น ดุด่า โน่นนี่นั่นสารพัด จนทำให้เราเกิดความเบื่อ รำคาญ ฉะนั้น พฤติกรรมแบบนี้ถือเป็นพฤติกรรมแรกๆ ที่ฝ่ายหญิงไม่ควรแสดงพฤติกรรมนี้ออกไป เพราะฝ่ายชายเองจะเกิดความรำคาญคุณได้

2. ขี้หึง
คนรักของเรา ใครก็หวงและห่วงเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าคุณชายที่มีเพื่อนสนิทเป็นผู้หญิง หรืออาจจะพูดคุยกับอีกฝ่ายที่เป็นผู้หญิง ซึ่งไม่ใช่เรื่องเชิงชู้สาว แล้วบังเอิญแฟนของคุณเกิดอาหารหึงคุณขึ้นมาแบบไม่มีเหตุผล แสดงกิริยาหึงหวงแบบไร้เหตุผล หักหน้าคุณกลางวงสนทนา พฤติกรรมแบบนี้คุณผู้ชายอย่างเราๆ ก็คงจะไม่ปลื้มผู้หญิงแบบนี้สักเท่าไร

3. ตีกรอบชีวิต เสมือนแม่คนที่ 2
ผู้ชายเป็นเพศที่ชอบความเป็นอิสระ อยากจะทำอะไรก็สามารถทำได้ พฤติกรรมที่ฝ่ายชายรับไม่ได้อีกหนึ่งพฤติกรรมนั่นคือการที่ฝ่ายหญิงเจ้ากี้เจ้าการ ขีดเส้นชีวิตของคุณว่าต้องทำแบบนี้ อย่างนี้ เท่านั้น กลับบ้านตรงเวลา ห้ามไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่ ทานข้าวต้องไม่เล่นโทรศัพท์หรือคุยกันระหว่างทานข้าว ฯลฯ พฤติกรรมแบบนี้อาจจะทำให้เราในฐานะผู้ชายต้องส่ายหัวกันเลยทีเดียว ว่าสรุปคือผู้หญิงคนนั้นเขาคือแฟนหรือแม่เรากันแน่

4. ไม่มีเหตุผล เอาแต่ใจ
ผู้หญิงที่มีพฤติกรรมงี่เง่า ไร้เหตุผล เอาแต่ใจตัวเอง อยากได้อันโน้น อยากได้อันนี้ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่ฝ่ายชายไม่ปลื้มเอาเลยจริงๆ เพราะฝ่ายชายอย่างเราเองก็ไม่ค่อยปลื้มนักกับการที่ต้องมาตามใจแฟนเราอยู่บ่อยๆ บางครั้งตัวเราเองติดภารกิจ ติดปัญหาต่างๆ แต่แฟนเรากลับไม่เข้าใจ โวยวายจะเอาเอาให้ได้ พฤติกรรมแบบนี้ฝ่ายชายอย่างเราจะไม่ทนอีกต่อไป

5. ไม่ไว้ใจ ขี้ระแวง
พฤติกรรมนี้ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง ถ้าแฟนเราเกิดอาหารขี้ระแรงคุณ ไม่ไว้ใจในตัวคุณ คอยตรวจสอบ คอยตามเช็คว่าคุณมีความลับอะไรซ่อนอยู่ แบบนี้ฝ่ายชายอย่างเราคงจะไม่ประทับใจพฤติกรรมนี้อย่างมาก เพราะถ้าหากไม่มีความไว้วางใจซึ่งกับและกัน บอกเลยว่า คุณใช้ชีวิตคู่ลำบากแล้วล่ะ แล้วสุดท้ายก็ต้องเลิกรากันในที่สุด

ยังไงซะ ถ้าอยากให้ชีวิตคู่ของคุณอยู่ยาวนานตราบนิรันดร์ ลองกระซิบหรือบอกกับฝ่ายหญิงให้ลด ละ เลิกพฤติกรรมข้างต้นซะ (หรือส่งลิงก์นี้ให้ฝ่ายหญิงอ่านเลย) เชื่อเลยว่าผู้หญิงจะเข้าใจความรู้สึกของเรา และลดพฤติกรรมไม่น่ารักของเขาลง เพื่อที่จะไม่เสียคุณไปในที่สุด