ข้อคิด

กินอยู่เป็น_ป๋าเปรม-กับ-10-ข้อคิดดี-ๆ-ที่ฝากให้-ปชช.-นำไปปรับใช้ในชีวิตจริง_web.jpg

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวม 10 ข้อคิดดี ๆ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ได้ฝากไว้ให้กับประชาชนคนไทย เพื่อเตือนสติคนไทยและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

นับเป็นข่าวเศร้าสลดใจอย่างยิ่ง สำหรับการสูญเสียบุคคลสำคัญของประเทศอย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ เนื่องจากระบบหัวใจล้มเหลว เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2562 เวลา 09:09 น. ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ถือได้ว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้

ตลอดช่วงชีวิตของ พล.เปรม ติณสูลานนท์ ที่เคยดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ฯลฯ ล.เปรม ติณสูลานนท์ ได้ทำคุณประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่ประเทศชาติเป็นอย่างมาก พร้อมกับให้ข้อคิดหรือคติเตือนใจต่าง ๆ กับประชาชนทุกคนให้ใช้ชีวิตบนพื้นฐานของการทำความดี การให้ การรู้จักความเสียสละ และตอบแทนคุณแผ่นดิน

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวม 10 ข้อคิดดี ๆ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ได้ฝากไว้ให้กับประชาชนคนไทย เพื่อเตือนสติคนไทยและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง

1. ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ดี ต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ต้องรู้จักการ ปิดทองหลังพระ ต้องรู้ว่า ประโยชน์ของชาติบ้านเมือง คือสิ่งที่คนในชาติต้องการ ต้องรู้จักการตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน

2. คนไม่ดี ประกอบอาชีพไม่สุจริต ทำธุรกิจผิดกฎหมาย ใช้อำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ส่วนตน ถ้าเขาสำนึกได้ และเลิกเสีย แล้วหันมาประกอบอาชีพสุจริต จะเป็นการตอบแทนบุญคุณที่น่าสรรเสริญอย่างยิ่ง

3. รัฐบาลที่ดีจะใช้การปกครองที่ดี เพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เพื่อให้เกิดความสุขในแผ่นดิน

4. การตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน คือ การประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี เป็นสถาบันที่ดี เป็นองค์กรที่ดี เป็นตัวอย่างที่ดี มุ่งกระทำแต่ความดีเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน

5. ผมมีความเห็นเป็นส่วนตัวว่า “การตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน เพื่อสร้างถิ่นไทยให้ใสสะอาดให้สัมฤทธิ์ผลนั้นต้องเข้าใจและกระทำหลายอย่าง เพราะการจะทำถิ่นไทยให้สะอาด มีปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย ทั้งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ ที่ผมพูดหมายถึงว่า ต้องมีการปฏิบัติพร้อมกันทั้งกายและทั้งใจ”

6. ไม่ว่าเทคโนโลยีจะก้าวไกลไปอย่างไร วิชาการจะสูงส่งเพียงใดนั้น คนคือพวกเรายังเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยใสสะอาด หรือไม่ใสสะอาด

7. สิ่งที่ผมถือปฏิบัติอยู่อย่างหนึ่ง คือ “อย่าทำให้สิ่งที่ไม่อยากทำ อย่าบังคับฝืนใจตัวเองในสิ่งที่เราไม่อยากไป ไม่ต้องอธิบายเหตุผล ใจคอไม่สบายไม่ต้องฝืนใจทำ”

8. คนเราจะอายุยืนต้องรู้จักคำว่า พอ พอในที่นี้คือ พองาม พอควร พอกิน พอใช้ พอใจ สิ่งเหล่านี้ถ้าเรามีก็น่าจะทำให้เราอายุยืน

9. จิตวิญญาณเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยจรรโลง เชิดชู ความเป็นคนไทย คนไทยจะแก้ปัญหาใหญ่น้อยทั้งหลาย ไม่ว่าปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง ได้ง่าย สะดวก และหวังผลสำเร็จได้จริง

10. คนอารมณ์ดีจะต้องรู้จักคำว่า รัก รักตัวเอง รักผู้อื่น รักบิดา มารดา รักผู้มีพระคุณ รู้จักทดแทนบิดามารดาผู้มีพระคุณก็จะทำให้เราอารมณ์ดี มีความนึกคิดที่ดี

ถึงแม้ว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จะไม่อยู่แล้ว แต่ท่านยังได้ทิ้งคุณงามความดี รวมถึงข้อคิดเตือนใจเอาไว้ เพื่อให้บรรพชนคนรุ่นหลังได้เรียนรู้และศึกษา รวมถึงนำไปเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตได้ในอนาคต สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะอยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดไป และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


กรงกรรม-ละครสอนชีวิต-แฝงข้อคิดให้ผู้ชมย้อนดูตัวเอง.jpg

“กรงกรรม” ละครดังที่ไม่ได้มีดีแค่ความบันเทิง แต่แฝงแง่คิดดี ๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตแก่ผู้ชม เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ดังสุภาษิตไทยที่ว่า “ดูละครแล้วย้อนดูตัวเอง”

เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายแล้ว สำหรับละครน้ำดีอย่าง “กรงกรรม” ที่นำเสนอเรื่องราวของตัวละครต่าง ๆ ที่ใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นสถานที่หลัก ๆ ของเรื่องราวความเข้มข้นที่เกิดขึ้น ทั้งความขัดแย้งของแต่ละตัวละคร ความรัก ความรักยา ความแค้น ฯลฯ

จากบทประพันธ์ของจุฬามณี ผู้ซึ่งเคยประพันธ์บทละครดัง ๆ จนประสบความสำเร็จมาแล้ว อย่างละคร ชิงชัง หรือแม้แต่ สุดแค้นแสนรัก ที่สร้างความตรึงตราตรึงใจแก่ผู้ชมจนติดงอมแงมกันทั่วบ้านทั่วเมืองมาแล้ว มาถึงละครเรื่องนี้ กรงกรรม ที่เนื้อเรื่องไม่ได้ให้เพียงแค่ความบันเทิงแก่ผู้ชมเพียงแค่นั้น แต่ละครเรื่องนี้ยังแฝงข้อคิดหรือแง่คิดดี ๆ แก่ผู้ชม ให้ตระหนัก นึกคิด รู้ว่าสิ่งใดดี สิ่งใดควรกระทำ สิ่งใดไม่ควรทำ สามารถนำข้อคิดทั้งหมดปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

“กินอยู่เป็น” 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ก็เป็นหนึ่งในแฟนละครเรื่องนี้ จึงได้รวบรวมข้อคิดและแง่คิดดี ๆ จากละคร “กรงกรรม” ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้าย บอกเลยว่า ต้องถูกใจแฟน ๆ ละครอย่างมาก

 

EP.1 บางทีเรื่องแย่ ๆ บางเรื่อง มันเป็นเพราะเรามีอคิไปเอง – หลักเซ้ง

 

EP.2 เวลาโกรธ อย่าไปด่าเขา เพราะเวลาผ่านไป ความโกรธหาย แต่สิ่งที่ด่าเขา ไม่หาย – อาซา

 

EP.3 จะทำอะไร ต้องทำด้วยใจและซื่อสัตย์ จะมีแต่กำไร ถึงกำไรจะไม่ใช่ตัวเงิน แต่ความสบายใจมีค่าอย่างนับไม่ได้ – เรณู

 

EP.4 บุญก็ยู่ส่วนบุญ บาปมันก็อยู่ส่วนบาป หักล้างกันไม่ได้ – หมอมี

 

EP.5 อะไรที่ทำให้พ่อแม่สบายใจที่สุด ต้องรีบทำ ก่อนที่จะไม่มีโอกาส – อาซา

 

EP.6 บางทีอาจเป็นเวรกรรมตั้งแต่ชาติไหนก็ไม่รู้ ถึงได้เกลียดชังกัน ตัดกรรมเสียเถิด จะได้ไม่ต้องต่อเวรต่อกรรมกันอีก – หลักเซ้ง

 

Ep.7 ถ้าคนเป็นนายไม่เคยลงมารับรู้หัวจิตหัวใจของลูกน้อง จะรู้ได้ยังไรว่างานนั้นยาก ง่าย หรือมีปัญหา – อาซา

 

Ep.8 เงินทองไม่มีวันหมด เพราะอยู่ในเหงื่อ แต่ไม่หยุดคิด หยุดทำงาน เงินก็ออกดอก ออกผล มาให้เราเก็บเกี่ยวทุกวัน – หลักเซ้ง

 

EP.9 ความดีจะเป็นทรัพย์สมบัติติดตัว ที่ใครเอาไปไม่ได้ – หลักเซ้ง

 

EP.10 ความโกรธ ความเกลียดชัง ไม่เคยทำให้ชีวิตใครดีขึ้น – อาซา

 

EP.11 สิ่งที่เราเห็น คิดว่าดีกลับมีแต่ตำหนิ คิดว่าแย่ กลับเป็นของแท้ ชีวิตมันมีแต่ภาพลวงตา เพราะมีอคติตัวเดียว – ย้อย

 

EP.12 ชีวิตคนเรามีเวลาแค่ 3 วัน วานนี้ วันนี้ พรุ่งนี้ วานนี้เราเอาเวลามาใช้หมดไปแล้ว วันนี้เรากำลังใช้เวลากันอยู่ พรุ่งนี้ไม่รู้ว่าเราจะมีโอกาสได้ใช้มันไหน เพราะฉะนั้นอย่างประมาทกับเวลา – หลักเซ้ง

 

EP.13 การให้ที่ดีที่สุด คือ การให้อภัย – อาซา

 

EP.14 ผ้าขาวที่เปื้อน ต่อให้เราซักจนไม่มีใครเห็นรอยเปื้อน แต่คนที่เคยรู้อยู่แก่ใจดีว่าเคยเปื้อน ก็คือตัวเราเอง – เรณู

 

EP.15 ใครหวังดี ใครเป็นเพื่อนแท้ ใครจริงใจ จะไรู้กันตอนลำบาก – อาซา

 

EP.16 กรรมชั่วไม่สามารถล้างให้ขาวสะอาดได้ แต่ช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ พอจะหาความสุขได้จากการมุ่งหน้าทำความดี โดยไม่มีเงื่อนไข – หมอสมดี

 

EP.17 เงินอยู่รอบตัวเรา อยู่ที่เราจะลงแรงคว้ามา หรืออยู่เฉย ๆ ให้หลลุดมือไป – กมล

 

EP.18 ไม่มีใครรักและหวังดีอย่างบริสุทธิ์ใจ เท่ากับคนเป็นพ่อเป็นแม่ – แม่ย้อย

 

สำหรับข้อคิดทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นข้อคิดที่ถ่ายทอดจากตัวละครในเรื่อง ซึ่งช่วยสอนและเตือนสติให้กับผู้ชมละครเรื่องนี้ ดังนั้น ดูละครอย่าดูเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว ควรได้สาระจากการดูละครไปด้วย ดังสุภาษิตไทยที่ว่า “ดูละครแล้วย้อนดูตัวเอง” และนี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต