กินอยู่เป็น

Content_horo2-81219_Cover_1.jpg

กินอยู่เป็น x Horoscope บอกเล่า ดวงชะตา 12 ราศี ทุกสัปดาห์ โดย อาจารย์จ๊ะ วรรณอนงค์ ผู้เชี่ยวชาญการพยากรณ์จาก 2 ศาสตร์ระหว่างการโคจรของดวงดาวกับไพ่ยิปซี ตรวจสอบดวงชะตา ในวันที่ 2 – 8 ธันวาคม 2562

ชะตาแต่ละราศีจะเป็นอย่างไร #ราศีใดจะโดนโกง #ราศีใดจะได้ลาภจากการเดินทางไกล

 

 

ราศีเมษ

ช่วงนี้ดวงชะตาอาจประสบพบเจอปัญหาอยู่บ้าง ต้องหาวิธีการจัดการ พึงระวังเรื่องคำพูดคำจา คิดก่อนพูดเสมอ การเงินยังมีโชคลาภเข้ามาให้อุ่นใจ

การงาน             การงานมีอุปสรรคคิดทำสิ่งใดต้องวางแผนให้ดี มีปัญหาเรื่องบริวาร ส่งผลให้การงานมีความล่าช้า ไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้

การเงิน              สถานภาพทางการเงินคล่องตัวมากขึ้น มีเครดิตดี และยังมีเกณฑ์ได้โชคลาภ

ความรัก             ความสัมพันธ์ระหว่างคนรักดูเหมือนจะเหินห่างกัน ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ต้องระวังคำพูด

สุขภาพ             มีอาการป่วยจากท้องผูก จุกเสียดแน่นท้อง

สีนำโชค           ฟ้า น้ำเงิน

สีไม่ควรใช้        แดง ดำ

 

ราศีพฤษภ

ชาวราศีพฤษภมีดาวเด่นเรื่องของการลงทุน ถ้าคิดจะลงทุนช่วงนี้ได้ แต่ต้องคิดหน้าคิดหลังด้วยเพราะอาจจะมีภาระเพิ่มขึ้น

การงาน             การทำงานด้านการติดต่อเจรจาและการลงทุนจะได้ผลลัพธ์ที่ดี เพราะมีผู้อุปถัมภ์คอยช่วยเหลือ

การเงิน              มีเกณฑ์ต้องใช้เงินทำให้ค่าใช้จ่ายสูงเป็นภาระเพิ่มขึ้น ถ้าไม่ระวังอาจจะติดลบ

ความรัก             คนรักช่วงนี้คุยกันมากไม่ดี และมีแนวโน้มที่ญาติพี่น้องจะทำให้ต้องขัดแย้งกัน

สุขภาพ             ระวังอาการภูมิแพ้ ผื่นคัน ผิวแห้งแตก

สีนำโชค            ดำ

สีไม่ควรใช้         ชมพู เขียว

 

ราศีเมถุน

มีเกณฑ์เดินทางไกล ห่างบ้านห่างเมือง เพื่อค้าขาย ลงทุนหารายได้เพิ่ม แต่รายจ่ายก็ยังสูงอยู่เป็นภาระไม่จบสิ้น

การงาน             หากคิดจะทำการลงทุนการค้าขายด้านต่างประเทศจะมีผลดี มีความสำเร็จจากการเดินทางไกล

การเงิน              ติดนิสัยใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ใช้เงินเกินตัว เห็นอะไรก็ซื้อ ทำให้สภานะทางการเงินมีแนวโน้มติดลบได้

ความรัก             คนรักมีเสน่ห์มากขึ้นทำให้ความรักสดชื่นสดใส ห่วงใยดูแลกันดี

สุขภาพ             อาจมีอาการมึนศีรษะ เพราะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ หาเวลาว่างออกกำลังกาย

สีนำโชค           เหลือง เขียว

สีไม่ควรใช้        แดง ขาว

 

ราศีกรกฎ

ชาวราศีกรกฏนั้นต้องมีสติ ระวังเรื่องอารมณ์ เพราะไม่เช่นนั้นอาจนำมาซึ่งความผิดพลาด เรื่องเงินทองอย่าไว้ใจใคร

การงาน             การลงทุนชะลอเอาไว้ก่อน อาจมีปัญหาผิดพลาดเรื่องเอกสารสัญญา การเจรจาสื่อสารบกพร่อง

การเงิน              ระวังถูกหลอก ถูกโกง อย่าไว้ใจคนง่ายๆ หากเป็นไปได้อย่าให้ใครหยิบยืมเงิน ประหยัดเข้าไว้

ความรัก             อย่าทำตัวเองให้เป็นคนคิดมาก คิดไปเอง หรือทำตัวเป็นอันธพาล เพราะคนข้างๆ อาจจะเบื่อ

สุขภาพ             ระวังอาการท้องผูก อาหารไม่ย่อย

สีนำโชค              ขาว

สีไม่ควรใช้         ชมพู

 

ราศีสิงห์

ชาวราศีสิงห์ช่วงนี้ทุกอย่างในชีวิตจะดีไปเสียหมด ทั้ง งานดี เงินดี ความรักดี มีความสุขสมหวังที่สุดในสัปดาห์นี้

การงาน             การทำงานดีมากได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี มีงานใหม่ๆ เข้ามา บริวารดี คิดจะลงทุนก็ไปได้ดี

การเงิน              มีเกณฑ์จะได้รับโชคลาภจากการเดินทาง สภาพทางการเงินคล่องดี เครดิตดี

ความรัก             ความรักสดใสราบรื่น ไร้ซึ่งปัญหาความขัดแย้ง มีการช่วยเหลือและห่วงใยกันเป็นอย่างดี

สุขภาพ             ระวังเรื่องอุบัติเหตุหกล้ม ข้อเท้าแพลง ขา เข่า เจ็บ

สีนำโชค              เทา เหลือง

สีไม่ควรใช้         ม่วง

 

ราศีกันย์

มีอุปสรรคเรื่องการทำงานอยู่บ้าง ต้องระมัดระวังความผิดพลาด แต่เรื่องเงินดีมีโชคลาภ มีคนช่วยเหลือ

การงาน             หากทำงานด้านการเงินต้องเพิ่มความรอบคอบ อาจเกิดความผิดพลาด ทั้งเรื่องเอกสารสัญญาต่างๆ

การเงิน              มีเกณฑ์จะได้โชคลาภ สภาพคล่องทางการเงินดี มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู

ความรัก             ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ครอบครัวจะได้พบปะสังสรรค์กันบ่อยขึ้น ช่วงนี้เหนื่อยทั้งคู่ แต่อบอุ่นขึ้น

สุขภาพ             ระวังอาการปวดท้อง อาหารไม่ย่อย

สีนำโชค              ดำ

สีไม่ควรใช้         แดง ขาว

 

 

ราศีตุลย์

สัปดาห์นี้ชาวราศีตุลย์จะเจอกับเรื่องที่ไม่คาดฝัน น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่มีเรื่องรายจ่ายและสุขภาพจิตใจที่ต้องระวัง

การงาน             มีการลงทุนดี การต่อต่อเจรจาติดต่อก็ดี มีแนวโน้มที่จะได้งานใหม่ๆมาแบบไม่คาดฝัน

การเงิน              รายจ่ายยังสูง มีเรื่องของเสียหายชำรุดต้องซ่อมแซม โชคลาภดี

ความรัก             ความรักราบเรียบไม่หวือหวา อยู่กันไปแบบเซ็งๆเหมือนทำตามหน้าที่

สุขภาพ             ระวังความเครียดด้านจิตใจ หดหู่ ท้อแท้ อะไรที่ปลงได้ก็ปลงบ้าง ออกกำลังการเพื่อผ่อนคลาย

สีนำโชค              เทา ดำ

สีไม่ควรใช้         เขียว ชมพู

 

ราศีพิจิก

ถือว่าเป็นสัปดาห์ที่ค่อนข้างจะมีความวุ่นวายทั้งเรื่องการงาน และปัญหาความรัก ยังดีที่การเงินช่วงนี้เริ่มลงตัว

การงาน             งานมาก งานยุ่ง มีงานใหม่ๆ ดีเข้ามา ได้รับผลตอบแทนดีหายเหนื่อย การลงทุนดี

การเงิน              ภาระค่าใช้จ่ายต่างๆเริ่มลงตัว ควบคุมบริหารจัดการได้ แต่อย่าสร้างหนี้เพิ่ม

ความรัก             คนรักกันต้องช่วยเหลือกันยามลำบาก การให้กำลังใจกันถือเป็นสำคัญ อดทนให้มากแล้วทุกอย่างจะผ่านไป

สุขภาพ             ระวังอาการร้อนใน ไอ คออักเสบ ทานน้ำให้เยอะๆ

สีนำโชค            แดง ขาว

สีไม่ควรใช้         ดำ

 

ราศีธนู

ชาวราศีธนูช่วงนี้อาจวุ่นวายอยู่บ้าง ต้องเพิ่มความรอบคอบและความชัดเจน พูดเฉพาะเรื่องที่สำคัญแล้วจะดี

การงาน             ยังวุ่นวายอยู่เป็นปกติ การติดต่อเจรจาต้องชัดเจน ระวังจะผิดพลาดด้านเอกสาร

การเงิน              ค่าใช้จ่ายสูง มีเกณฑ์ติดลบ ยังดีที่มีผู้อุปถัมภ์อยู่ ต้องรัดเข็มขัดอะไรที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องซื้อ

ความรัก             การพูดคุยระหว่างกันระหว่างคนรักให้พูดน้อยลงแล้วจะเกิดผลดี ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง

สุขภาพ             ระวังเรื่องของสายตา ตาเจ็บ แพ้แสง และอาการไมเกรน

สีนำโชค             ม่วง

สีไม่ควรใช้         เทา

 

ราศีมังกร

ชาวมังกรมีเกณฑ์พบเจอปัญหาเรื่องการงานและการเงิน ต้องอาศัยความตั้งใจและอดทนกับทุกเรื่องที่จะเกิดขึ้น

การงาน             การทำงานยังคงล่าช้ามีเรื่องให้ต้องปรับเปลี่ยนแก้ไข ไม่ลงตัวสักที ตั้งใจและอดทนให้มาก

การเงิน              ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด กินอยู่อย่างพอเพียง มิเช่นนั้นจะติดลบเอาได้

ความรัก             มีความห่วงใยกันมากขึ้น คนรักพึ่งพาอาศัยได้ ให้ความช่วยเหลือกัน

สุขภาพ             ระวังโรคทีเกิดจากความเครียด คิดมาก คิดไปเองล่วงหน้า การออกกำลังกายช่วยได้

สีนำโชค             เหลือง

สีไม่ควรใช้         ชมพู

 

 

 

ราศีกุมภ์

ช่วงนี้ราศีกุมภ์ต้องเหนื่อยกับการทำงาน บริวารรอบตัว และคนรัก มีเรื่องให้คิดให้ทำไม่มีที่สิ้นสุด

การงาน             การงานมีความล่าช้า ต้องแก้ไข ทำไม่ทัน บริวารหรือลูกน้องไม่เชื่อฟัง ต้องทำเองเหนื่อยเอง

การเงิน              มีโชคลาภ การเงินคล่องตัวดี เริ่มเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทีเคยลงทุนไว้ ก่อให้เกิดรายได้

ความรัก             มีเรื่องให้ต้องเอาชนะกันไม่สิ้นสุด ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยอมกันไม่ได้อยู่คนเดียวจะดีกว่า

สุขภาพ             ระวังเรื่องโรคกระเพาะ อาหารไม่ย่อย

สีนำโชค             ส้ม ฟ้า น้ำเงิน

สีไม่ควรใช้         เทา แดง

 

ราศีมีน

มีเกณฑ์จะได้รับภาระเพิ่มขึ้นทั้งเรื่องงาน และเรื่องเงิน หากไม่จัดการให้ดีก็แย่เอาการอยู่เหมือนกัน คำพูดและอารมณ์อาจะส่งผลกับความสัมพันธ์

การงาน             มีภาระงานเพิ่มขึ้นจนทำไม่ทัน แต่ก็ทำออกมาได้ดีจนเป็นที่ยอมรับ ผู้อุปถัมภ์ดี ลงทุนดี

การเงิน              การเงินไม่คล่องตัว ยังตึงๆอยู่ ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด เพราะภาระที่มียังเยอะอยู่

ความรัก             การพูดจาระหว่างคนรักต้องระวังจะมีปากเสียงกัน เรื่องที่ห้ามคุยกันคือเรื่องเงินทอง

สุขภาพ             ระวังอาการปวดฟัน ร้อนใน

สีนำโชค             เหลือง ขาว

สีไม่ควรใช้         เขียว

 


line_52402235378198.jpg

กินอยู่เป็น x Horoscope บอกเล่า ดวงชะตา 12 ราศี ทุกสัปดาห์ โดย อาจารย์จ๊ะ วรรณอนงค์ ผู้เชี่ยวชาญการพยากรณ์จาก 2 ศาสตร์ระหว่างการโคจรของดวงดาวกับไพ่ยิปซี ตรวจสอบดวงชะตา ในวันที่ 25 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2562

ชะตาแต่ละราศีจะเป็นอย่างไร #ราศีใดรักรุ่ง งานเริ่ด และ#ราศีใด มีปัญหาในเรื่องของความขัดแย้ง

ราศีเมษ
ช่วงนี้ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน มีปัญหาเรื่องความคิด วิตกกังวลเกินเหตุ อาจส่งผลเสียต่อหลายๆ เรื่องในชีวิต
การงาน : ขาดความตั้งใจในการทำงาน ทำให้งานล่าช้าและมีข้อพลาด เสี่ยงถูกตำหนิจากหัวหน้างาน
การเงิน : รายจ่ายสูง แต่ยังหมุนได้คล่องตัวอยู่ มีโชคลาภเล็กน้อย
ความรัก : คนมีคู่เริ่มมีความชัดเจนในสถานะการคบกัน เริ่มแสดงตัวตนแท้จริงของทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าเรื่องราวบางอย่างถ้าเราสามารถยอมได้ ก็ควรยอมๆ กันไป

สุขภาพ : มีความเครียด วิตกกังวลเกินเหตุ ต้องนำหลักธรรมมาใช้ ปล่อยวางบ้างก็ได้ ถ้านำทุกเรื่องมาคิดรวมกันไม่ได้ก่อให้เกิดผลดี
สีนำโชค : ฟ้า ส้ม
สีไม่ควรใช้ : ชมพู แดง

ราศีพฤษภ
ดวงเรื่องงานยังคงมีอุปสรรคในช่วงแรก ๆ แต่ต่อไปจะดี ให้ทำงานด้วยความอดทน และตั้งใจ
การงาน : ทำงานตามขั้นตอน ถึงแม้จะล่าช้า แต่จะประสบความสำเร็จ
การเงิน : ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีโชคลาภ แต่ยังไม่มีเงินให้เก็บ พยายามใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง
ความรัก : มีความขัดแย้ง เข้าใจผิด ต้องใจเย็น อะไรยอมได้ควรทำเพื่อความสุข
สุขภาพ : ระวังอาการปวดศีรษะจากไมเกรน และอาการปวดฟัน
สีนำโชค : แดง ขาว
สีไม่ควรใช้ : ดำ

ราศีเมถุน
งานเป็นช่วงจังหวะ กำลังไปได้สวย มีงานใหม่ๆ เข้ามา คนโสดมีเสน่ห์เป็นพิเศษ
การงาน : มีงานใหม่ๆ เข้ามาเพิ่ม หากคิดจะทำธุรกิจประเภทลงทุนจะได้รับความช่วยเหลือ สนับสนุน
การเงิน : สถานภาพการเงินคล่องตัวดี ไร้ปัญหา มีเกณฑ์ได้ลาภจากบริวาร
ความรัก : ราบรื่นดี จะได้ออกเดินทางท่องเที่ยวร่วมกัน คนโสดช่วงนี้มีเสน่ห์เป็นพิเศษ
สุขภาพ : ระวังอาการลมพิษ ผื่นคัน และแพ้แดด
สีนำโชค : ส้ม
สีไม่ควรใช้ : แดง ขาว

ราศีกรกฎ
สัปดาห์นี้ควรระมัดระวัง ควบคุมอารมณ์ในเรื่องการงาน เก็บตัวอยู่เบื้องหลังจะเกิดผลดี
การงาน : มีเกณฑ์ขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานจากการถูกเพ่งเล่ง แนะนำให้ทำงานเบื้องหลังจะดีกว่า หากใครทำธุรกิจลงทุนช่วงนี้ ให้ชลอไปก่อน
การเงิน : ถือว่าพอใช้ได้ แต่ยังไม่มีเกณฑ์ได้โชคลาภ ควรประหยัดเก็บเงินในกระเป๋าเอาไว้ก่อน
ความรัก : เริ่มดีขึ้นบ้าง หลังจากการปรับตัวเข้าหากันทั้งสองฝ่าย ให้อดทนต่อไป
สุขภาพ : ระวังอาการร้อนใน และเจ็บคอ
สีนำโชค : เหลือง
สีไม่ควรใช้ : ดำ

ราศีสิงห์
ดวงดีแทบทุกด้าน งานรุ่ง มีโอกาสได้เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง การเงินดี ความรักเลิศ
การงาน : มีคนช่วยเหลืออุปถัมภ์ หากลงทุนจะได้รับผลตอบแทนดี มีโอกาสเติบโตในหน้าที่การงาน
การเงิน : มีแนวโน้มจะถูกยืมเงิน ช่วงนี้ดวงมีโชคลาภ และอาจจะเป็นลาภจากการเดินทาง
ความรัก : อยู่ในเกณฑ์ดี ความสัมพันธ์เต็มไปด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน มีน้ำใจต่อกันเอื้อเฟื้อ คนโสดมีโอกาสจะได้พบเนื้อคู่เร็วๆ นี้
สีนำโชค : ดำ
สีไม่ควรใช้ : ชมพู

ราศีกันย์
มีโชคด้านการติดต่อเจรจา มีผู้สนับสนุนให้ความช่วยเหลือทั้งเรื่องงานและความรัก
การงาน : งานที่ต้องใช้ทักษะในเรื่องของการติดต่อ เจรจา ประสบความสำเร็จ รุ่งเรือง มีผู้ใหญ่สนับสนุน คอยให้ความช่วยเหลือ
การเงิน : ถือว่าดี มีโชคลาภ คล่องตัวมากขึ้น เริ่มมีเงินเก็บ รายจ่ายน้อยลดน้อยลง เพราะมีการวางแผนมาแล้ว
ความรัก : มีความสุขดี เข้าอกเข้าใจกัน ญาติพี่น้องสนับสนุน จะมีเดินทางรวมกัน รวมญาติ
สุขภาพ : ระวังหกล้ม จากอาการใจลอย สติไม่อยู่กับเนื้อตัว ช่วงนี้จะซุ่มซ่ามเป็นพิเศษ
สีนำโชค : ส้ม แสด
สีไม่ควรใช้ : ชมพู ม่วง

ราศีตุลย์
ดวงเรื่องงานโดดเด่นมาก มีโอกาสดีๆ เข้ามา เป็นช่วงที่ดวงกำลังขึ้นให้รีบคว้าเอาไว้
การงาน : ราบรื่นไร้อุปสรรค ได้รับความช่วยเหลือจากทุกคน หากใครลงทุนจะได้ผลตอบแทนดี
การเงิน : มีโชคลาภ แต่ต้องประหยัด หนี้สินเก่า ๆ รีบเคลียร์ปีหน้าจะได้รับทรัพย์
ความรัก : ระวังขัดแย้งเรื่องคำพูดกับคนรัก คิดก่อนพูดเสมอ
สุขภาพ : ระวังเรื่องอาการบาดเจ็บและเส้นยึด บริเวณ ข้อเข่า หาเวลาออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายบ้าง
สีนำโชค : แดง ขาว
สีไม่ควรใช้ : เขียว

ราศีพิจิก
ช่วงนี้ได้รับภาระงานค่อนข้างเยอะ ทำงานหนัก ดวงความรักไม่ค่อยดีเท่าที่ควร
การงาน : ทั้งสัปดาห์งานมาก งานยุ่ง เข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัว ให้ตั้งใจแล้วจะประสบความสำเร็จดี
การเงิน : ภาระค่าใช่จ่ายต่าง ๆ เริ่มลดลง จนสามารถเก็บเงินได้บ้างบางส่วน มีเกณฑ์ได้รับลาภ
ความรัก : ยังไม่ลงตัว ขัดแย้ง ยังต้องอดทน
สุขภาพ : ท้องเสีย โรคกระเพาะ
สีนำโชค : แดง
สีไม่ควรใช้ : เขียว

ราศีธนู
สัปดาห์นี้ปัญหาเรื่องงานจะเห็นได้ชัดสุด หากขาดความเอาใจใส่ การเงินเริ่มตัดภาระค่าใช้จ่ายไปได้แล้วบางส่วน
การงาน : งานล่าช้า อย่าดองงาน จะดินพอกหางหมู ให้ขยันและอดทน
การเงิน : เริ่มดีขึ้น มีการวางแผนใช้จ่ายรอบคอบมากขึ้น มีเกณฑ์ได้รับโชคลาภ
ความรัก : ความสัมพันธ์ระหว่างคนรักเต็มไปด้วยความห่างเหิน แต่ยังเกรงใจกันบ้าง ต้องใส่ใจใกล้ชิด
สุขภาพ : ระวังอาการบาดเจ็บบริเวณดวงตาและโรคภูมิแพ้
สีนำโชค : เหลือง เขียว
สีไม่ควรใช้ : แดง ขาว

ราศีมังกร
ให้ระมัดระวังเรื่องของคำพูดในที่ทำงาน เพราะถ้าพูดมากพูดเยอะงานจะไม่ประสบความสำเร็จ
การงาน : แนะนำให้ทำงานอยู่เบื้องหลังจะดี ประสบความสำเร็จ แต่ให้ระมัดระวังในเรื่องของคำพูด
การเงิน : มีโชคลาภ สภาพคล่องดี รายจ่ายลดน้อยลง
ความรัก : ความสัมพันธ์เริ่มดีขึ้น ขัดแย้งกันน้อยลง มีความห่วงใยเอื้อเฟื้อกัน
สุขภาพ : ระวังอาการท้องเสียและท้องอืด
สีนำโชค : แดง
สีไม่ควรใช้ : น้ำเงิน

ราศีกุมภ์
อารมณ์ยังคงเป็นปัญหาหลักในเรื่องของความรัก อีกทั้งยังได้รับภาระงานค่อนข้างมากขึ้น
การงาน : งานมาก งานยุ่ง มีการเดินทางไกลเกี่ยวกับงาน ระวังเรื่องเอกสารสูญหายหาไม่เจอ
การเงิน : รายจ่ายยังคงเยอะอยู่ แต่สภาพคล่องยังดี มีเครดิต
ความรัก : ยังมีการเอาชนะกันแบบไม่มีเหตุผล ควรเป็นฝ่ายอ่อนลง ทุกอย่างจะดีขึ้น
สุขภาพ : ให้ระวังอาการปวดหลัง จากอาการเส้นยึด ควรหมั่นออกกำลังกาย
สีนำโชค : แดง ขาว
สีไม่ควรใช้ : ดำ

ราศีมีน
จะประสบภาวะงานมากมายจนล้นมือ งานเร่งด่วน กำหนดเส้นตายระยะประชิด ถ้าขาดการกระจายงานที่ดี เสี่ยงต่อการถูกตำหนิได้
การงาน : ได้รับภาระงานค่อนข้างหนัก จนทำงานไม่ทัน ต้องกระจายงานบ้างไม่งั้นจะถูกตำหนิได้
การเงิน : มีเงินเข้า มีโชคลาภ แต่รายจ่ายยังเยอะอยู่
ความรัก : คนมีคู่ระวังทะเลาะกันในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ให้ห่างกันสักพัก
สุขภาพ : ระวังอาการท้องผูก อาหารไม่ย่อย และ กรดไหลย้อน
สีนำโชค : แดง ขาว
สีไม่ควรใช้ : น้ำเงิน ม่วง


line_86895762097319.jpg

สำหรับสาวกนักเดินทาง และวาระปลายปี ญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งในเส้นทางที่ปรารถนา ด้วยใช้ระยะเวลาเดินทางสั้น ไม่ต้องทำวีซ่า อากาศดี บรรยากาศงาม และอาหารอร่อย ประจวบกับค่าเงินเยนที่ถูก กินอยู่เป็น 360องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอแชร์วิธีเดินทางของผู้กระเป๋าเบา โบนัสน้อย สไตล์กินอยู่ (ให้) เป็น

1. กลัดกระดุมเม็ดแรกถูก ..งบไม่บาน

สิ่งที่ผู้กระเป๋าเบาต้องคำนึงเป็นอันดับแรก คือ คำนวณวางแผนแต่เนิ่น ๆ นั่นหมายถึงจะได้ราคาที่ได้เปรียบ โดยเฉพาะค่าบัตรโดยสารเครื่องบิน ซึ่งนาทีนี้ การบินไทย เร่งทำราคาแข่งกับสายการบินโลว์คอสอย่าง แอร์เอเชีย นกสกู๊ต ดังนั้นวิธีการเข้า web ตั๋วถูกจะมีให้เทียบราคา วิธีการต้องดูเงื่อนไขการเดินทาง ระยะเวลาเดินทางโดยบางครั้งบัตรโดยสารไปกลับญี่ปุ่นสามารถซื้อได้ตั้งแต่ราคา 5,000 -10,000 บาท

หัวใจสำคัญ : บัตรโดยสารเครื่องบินไปญี่ปุ่น แต่ละเมืองจะมีราคาแตกต่างกัน ดังนั้นหากกำหนดในใจไว้หลายจุดก็สามารถมีทางเลือกที่ได้เปรียบ และกรณีที่เป็นผู้มีระเบียบจับจ่ายด้วยบัตรเครดิตลองตรวจสอบดูว่าบัตรแต่ละใบมีโปรโมชั่นร่วม มีสิทธิพิเศษ หรือมีการแลกไมล์สะสมได้อย่างไร

หมายเหตุ : ควรจดบันทึกอีเมล์ที่ใช้ในการจองให้ดี เพราะหากใกล้วันเดินทาง และเราต้องการยกเลิก อาจทำให้เราต้องเสียค่าประสบการณ์ราคาแพงได้

2. เลือกเมือง กำหนดที่พักใกล้สถานีรถไฟ

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีที่พักราคาเบา ให้เลือกหลายประเภท ทั้ง Airbnb ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียม มีอุปกรณ์พร้อมเหมาะสำหรับผู้เดินทาง 3-4 คนในการแชร์ค่าใช้จ่าย หากมีผู้ร่วมทางมากกว่า 4 หรือน้อยกว่า 3 แนะนำ Hostel ที่จะเป็นลักษณะของการนอนรวม คล้ายหอพักหากสะดวกสบาย และสะอาดด้วยกฎระเบียบที่กำหนดไว้ แต่ถ้าต้องการแปลกและเข้าถึง ล่าสุดมีบริการ “เทระฮาคุ” หรือ “การนอนวัด” ที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิถีชีวิต และความสงบพร้อมกิจกรรมต่างๆ ภายในวัด

หัวใจสำคัญ : เลือกที่พักใกล้แหล่งท่องเที่ยวกรณีที่อยากอยู่นิ่งนานๆ แต่ถ้าวางแผนเก็บแต้มหลายจุด แนะให้เลือกที่ใกล้สถานีรถไฟ หรืออาจ กรณีผู้สูงอายุ ควรยอมจ่ายแพงเลือกโรงแรมที่อยู่ติดสถานีรถไฟ และซื้อทัวร์แบบ 1 day ซึ่งจะพาลงตามจุดท่องเที่ยว โดยสามารถจองล่วงหน้าทางออนไลน์ก่อนเดินทาง เว็บไซต์หาที่พักที่แนะนำ หากยังไม่แน่ใจควรใช้ Booking.com เพราะข้อดี คือ สามารถยกเลิกการจองที่พักได้ 3-5 วันก่อนเข้าพักจริง โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม รวมถึงส่วนใหญ่เป็นราคาที่บวกภาษีแล้ว

3. วางแผนเส้นทาง ใช้ app กันหลง

ค่าเดินทางในญี่ปุ่นจะค่อนข้างสูง หากสำหรับนักท่องเที่ยวจะมีการขายบัตรโดยสารหลายแบบให้เลือกเป็น package ทั้งเฉพาะการเดินทางโดยรถ JR หรือรถ Metro เพราะตั๋วบางประเภทไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ และแต่ละเมืองก็ใช้ตั๋วแยกกัน ซึ่งควรศึกษาจากSocial ที่มีการแชร์ และให้ข้อแนะนำไว้ หากทั้งนี้กรณีที่มีผู้สูงอายุร่วมเดินทางวันไปหรือวันกลับ ควรเลือกใช้รถบัส หรือรถไฟจากสนามบินเข้าตัวเมืองจากนั้น ให้ต่อแท็กซี่เนื่องจากการขนกระเป๋าจากสถานีไปยังที่พัก บางครั้งต้องขึ้นบันได ซึ่งจะเป็นเรื่องสาหัสเกินไป สำหรับค่าแท็กซี่ในญี่ปุ่นจะเริ่มต้นที่ 550-800 เยน ต่อระยะทาง 2 กิโลเมตรแรก และถ้าเดินทางในช่วงเวลา 22:00 – 5:00 ค่าโดยสารจะแพงขึ้นอีก 30 %

หัวใจสำคัญ : กรณีเดินทางหลายเมือง การซื้อ 1 Day-Ticket ถือว่าได้รับความนิยมที่สุดและคุ้มค่าที่สุด เพราะข้อดีที่นับเป็นชั่วโมง โดยนักท่องเที่ยวสามารถซื้อได้ที่สนามบินนาริตะ ส่วนราคาสำหรับ ผู้ใหญ่ 800 เยนและเด็ก 400 เยน หรือหากท่องเที่ยวหลายวันก็มีแบบ 48 และ 72 ชั่วโมงให้เลือกได้ แต่ต้องศึกษาข้อจำกัด อย่างกรณีโตเกียวถ้าบัตร 1 day ticket สามารถใช้บริการรถไฟใต้ดินได้เพียง Tokyo Metro และ Toei Subway ทั้งนี้ควรโหลดแอพ HYPERDIA สำหรับตรวจสอบเส้นทางเพราะบางทีต้องเปลี่ยนสถานที่ และถ้าข้ามเมืองจะได้เผื่อระยะเวลาถูกต้อง

 

สิริรวมในงบ 20,000 บาท กับการเที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืน

ค่าเครื่องบินไป-กลับ                           8,000 บาท
ค่าที่พักโฮสเทลแบบแคปซูล              เฉลี่ย 2,000 เยน (600 บาท) / คืน
ค่ารับประทานอาหาร                          เฉลี่ย 800 เยน / มื้อ
ค่าเดินทาง                                          เฉลี่ย 800 เยน / วัน
ค่าช๊อปปิ้ง                                           2,000 – 3,000 บาท

 

และนี่ก็คือเคล็ด (ไม่) ลับ ที่กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิตนำมาฝากกัน อย่างไรเที่ยวญี่ปุ่นกันแล้วก็อย่าลืมกลับมาเที่ยวบ้านเรา และที่สำคัญเที่ยวสนุกต้องไม่มีภาระ (หนี้)


Content_อโรคยา_Cover_1.jpg

การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ เพราะถ้าเป็นโรค สิ่งที่ตามมาคือค่ารักษาพยาบาลและค่าฟื้นฟูร่างกาย โดยเฉพาะโรคยอดนิยมอย่างมะเร็ง แพ้ภูมิตนเอง หรือกรณีโรคที่เหตุจากอำนาจของมึนเมา ยาเสพติด กินอยู่เป็น 360องศา จึงเลือกนำเสนอการรักษาแบบแพทย์แผนไทย ที่อาจถูกจริต และลดภาระค่าใช้จ่ายของบางครอบครัว ซึ่งที่เลือกสรรมานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ทั้งหมดไม่มีค่าใช้จ่าย

อโรคยศาล

แนวทางรักษา : เป็นสถานอภิบาลพักฟื้นผู้ป่วยมะเร็ง โดยรักษาแบบบูรณาการ ที่ผสานแพทย์แผนไทยที่ควบคู่กับการใช้ธรรมะ และยาสมุนไพร

จุดเด่น : ใช้ยาสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและมะเร็งหลายชนิด อาทิ หัวร้อยรู หญ้าหนวดแมวผสานการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเฉพาะจิตใจ ซึ่งผู้มารักษาจะต้องมีญาติมาดูแลเพื่อไม่รู้สึกเดียวดาย และเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว ระยะเวลารักษาจะประมาณสองอาทิตย์ จากนั้นให้กลับไปรักษาที่บ้าน โดยอโรคยศาลจะส่งสมุนไพรให้ประจำต่อเนื่อง

ค่าใช้จ่าย : ไม่คิดค่าใช้จ่าย

ผู้ก่อตั้ง : พระอาจารย์ ปพนพัชร์

สถานที่ติดต่อ : อโรคยศาล วัดคำประมง อ.พรรณานิคม จ. สกลนคร

มูลนิธิไทยกรุณา

แนวทางรักษา :  ใช้แนวแพทย์แผนไทย  มีห้องอบสมุนไพรกับการสวดมนต์ให้ผู้ที่เข้ามาลงทะเบียนรับยา อาจเหมาะกับผู้ที่ป่วยมะเร็ง หรือ มีปัญหาด้านภูมิคุ้มกัน

จุดเด่น :ใช้ยาสมุนไพรปรุงสด รับบัตรคิวเพื่อรับยาทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ โดยปิดรับคิวเวลา 8.00น. และแจกยา เวลาประมาณ 16.00 –  17.30 น. ต้องรับยาทุก 15 วัน ผู้รับยาควรเตรียมกระติกน้ำแข็ง สำหรับแช่เย็นยา กรณีคนไข้ใหม่ควรเตรียมบัตรประชาชนและรูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูปและประวัติการรักษา

ผู้ก่อตั้ง : หลวงพ่อนิพนธ์ สืบทอดเจตนา สูตรและคำสอนจากแม่ชีเมี้ยน ผู้ก่อตั้งถ้ำกระบอก

ค่าใช้จ่าย : ไม่มีค่าใช้จ่าย

สถานที่ติดต่อ : มูลนิธิไทยกรุณา ฝั่งตรงข้ามตลาดโรงเกลือกาญจนบุรี

ศูนย์สงเคราะห์ผู้ที่ต้องการ เลิกสุรา และยาเสพติด

แนวทางรักษา : ใช้สมุนไพรไทย ผสมการปฏิญาณให้คำมั่น

จุดเด่น :   ใช้สมุนไพรรากไม้ 3 ชนิด  ลวดทะนง พญารากเดียวและ พญาไพร ฝนกับหินก่อนผสมน้ำเพื่อล้างพิษสารเสพติดออกจากร่างกาย การบำบัดแต่ละครั้งใช้เวลาไม่เกิน 45 นาที จากนั้นผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้  ผู้เข้ารับบำบัดต้องเตรียมดอกไม้ขาว 5 คู่ ธูป 1 มัด เทียน 1 ห่อ ผ้าขาว 1 ผืน และปัจจัยบูชาครู จากนั้นเข้าสู่ขั้นที่ 1.กรอกข้อมูลยินยอมในใบสัญญาเลิกเหล้า ขั้นที่ 2 ไหว้พระ อาราธนาและ สมาทานศีล 5 ขั้นที่ 3 รับฟังความรู้โทษและภัยยาเสพติดขั้นที่ 4 ตั้งสัจจะกล่าวคำปฏิญาณ ขั้นที่ 5 ดื่มน้ำยาสมุนไพร

ค่าใช้จ่าย : ไม่มีค่าใช้จ่าย

ผู้ก่อตั้ง :  พระครูประภัสร์  สารธรรม

สถานที่ติดต่อ : วัดทุ่งไทรขะยูง อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ 087-8774596

สำนักสงฆ์ถ้ำกระบอก

แนวทางรักษา :  ด้วย “แนวคิดจิตเป็นนายกายเป็นบ่าว” ใช้สมุนไพรในการรักษาทั้งวิธีดื่มและอบตัวเพื่อขับพิษ ร่วมกับการฟื้นฟูจิตใจด้วยธรรมะ

จุดเด่น : เพื่อให้ผู้เข้ารับบำบัดสามารถเลิกได้  รักษา ครั้งละ 15 วันผู้ป่วยต้องรับประทานยาสมุนไพร เป็นการล้างสารพิษของยาเสพติด เรียกว่า ยาตัด มีการอบตัวด้วยสมุนไพรเพื่อขับสารพิษออกทางผิวหนัง และอบรมธรรมะทั้งฝึกนั่งสมาธิทุกวัน รวมถึงมีการฝึกอาชีพเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพกายใจ และเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งผู้เข้ารับบำบัดต้องลงทะเบียนด้วยบัตรประชาชน และทะเบียนบ้าน และรับสัจจะไม่เสพยาทุกชนิดตลอดชีวิต

ค่าใช้จ่าย : ฟรี มีเฉพาะค่าอาหารและของใช้ส่วนตัว เฉลี่ยประมาณ 200 บาทต่อวัน

ผู้ก่อตั้ง : แม่ชีเมี้ยน ปานจันทร์ เป็นผู้ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2500 ต่อมาเมื่อแม่ชีเมี้ยนเสียชีวิตลง หลวงพ่อจำรูญ ปานจันทร์ ซึ่งเป็นหลานได้เป็นผู้ปฏิบัติภารกิจสืบต่อมา

สถานที่ติดต่อ :  ตำบลขุนโขลน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี เปิดทำการทุกวัน 9.30 -16.00

 


Content_เคลียร์ใจ_Cover_1.jpg

ไม่ว่าจะสิ่งของ หรือ ความวุ่นวาย สับสน รีบเคลียร์และตั้งเป้าหมายใหม่ ใช้โอกาสเริ่มปีใหม่ให้ดีกว่าเดิม

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต นำเสนอมุมมองแนวคิดช่วงส่งท้ายปลายปีสำหรับทุกคน เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ปีใหม่ที่อาจดีกว่าเดิม โดยประยุกต์หลักการแนวคิดของตะวันออก และ ตะวันตก ที่ว่าด้วยเรื่องของการจัดบ้าน นั่นคือ Death Cleaning จากหนังสือ “The Gentle Art of Swedish Death Cleaning” โดย Margareta Magnusson และ “อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป” ของซะซะกิ ฟูมิโอะ

ใจความสำคัญของหนังสือทั้งสองเล่มคือ “ทบทวนและตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป” แนวคิด Death Cleaning จากหนังสือ “The Gentle Art of Swedish Death Cleaning” เป็นแนวคิดทางสวีเดน ว่าด้วยการลดจำนวนข้าวของในชีวิตเราให้เหลือน้อยชิ้นที่สุด เพื่อที่เวลาเราตายจากไปจะได้ไม่เป็นภาระคนอื่นต้องจัดการและให้เริ่มจากตัดสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำ ออกก่อนเป็นอันดับแรกและให้ค่อย ๆจัดการใช้เวลาทยอยทำแต่ทำอย่างมีเป้าหมาย

ส่วน หนังสืออะไรไม่จำเป็นก็ตัดทิ้งไป ซึ่งเป็นแนวคิดทางซีกโลกตะวันออกที่ซะซะกิ ฟุมิโอะผู้เขียนชาวญี่ปุ่นแนะนำว่าให้เรารู้จักเลือกว่าอะไรที่สำคัญ หรือ จำเป็นกับชีวิตมากกว่าการที่จะบอกว่าอะไรที่ควรทิ้ง

สิ่งที่หนังสือสองเล่มนี้บอกอาจทำให้เรามุ่งเป้าไปที่การจัดการข้าวของ และจัดระเบียบสิ่งของที่ทุกคนต่างมีมาก หากกินอยู่เป็น 360 องศาอยากเสนอแนะให้นำมาปรับใช้กับชีวิต วันที่เรากำลังอาจรู้สึกวุ่นวาย รู้สึกว่าหนักและสับสน

อันดับแรก ปัญหาที่หนัก ใช่ประเด็นสำคัญกับชีวิตหรือไม่ ถ้าเวลาเปลี่ยนจะดีขึ้นหรือไม่ หรือ ถ้ามองในมุมของคนที่ไม่ได้อยู่ในวงล้อมปัญหาแก้ได้ไหม ความรู้สึกของคนตรงข้ามที่กระทำแบบนั้นเพราะอะไร โดยตัดตัวตนออกก่อน แล้วเอาตัวเราเข้าไปวางในตำแหน่งอื่นๆ เพื่อให้เข้าใจแบบใจเขา ใจเรา หรือ ถ้าคิดแบบตำราพิชัยสงครามก็ถอยออกมาเป็นแม่ทัพ อย่าเป็นทหารถือดาบฟาดฟันอย่างเดียว

สิ่งสำคัญประการสุดท้ายเลิกดราม่า คือ จินตนาการแต่งเรื่องคิดเองแบบไปกันใหญ่ เพราะทุกวันนี้ที่ปัญหาดูเหมือนรกรุงรังก็เกิดจากการที่เราต่อยอดความคิดจินตนาการ

สุดท้ายนี้ ที่เป็นข้อคิดก็คือ บางทีถ้าปัญหามันมาก เราอาจต้องทิ้งโมเดลความสุขแบบเดิมๆ เพราะความเคยชินก็อาจเป็นยาพิษ ที่ทำให้เราติดกับปัญหา

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอให้ทุกท่านเริ่มทำความสะอาดใจ ตัดใจทิ้งเพื่อก้าวสู่ปีใหม่ที่ดีกว่าเดิม


Content_ข้าวคลุก_Cover_1.jpg

ข้าวคลุกกะปิ อีกเมนูคู่ครัวยอดนิยมของคนไทยที่ผสานความเปรี้ยว หวาน มัน เค็ม รวมถึงความเผ็ดจากเครื่องเคียง  ผักสวนครัว และสมุนไพรต่างๆ เข้าด้วยกัน โดยมีกลิ่นหอมของกะปิที่นำมาคลุกกับข้าวเป็นตัวชูโรง ทั้งนี้นอกจากรสชาติที่ลงตัว ทานง่ายแล้ว ยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลาย เรียกได้ว่าครบทั้ง 5 หมู่ในจานเดียว ซึ่งวันนี้ กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำเคล็ดลับเมนูอร่อยนี้มาฝากกัน

วัตถุดิบจำเป็น

  • องค์ประกอบหลัก ขาดไม่ได้ – ข้าวสวย ประมาณครึ่งกิโลกรัม (ควรหุงข้าวให้ไม่แฉะเกินไป) กะปิ 1 ช้อนโต๊ะสำหรับคลุกเคล้ากับข้าวสวยที่เราเตรียมมา
  • เครื่องเคียงสารพัดรส หมูสันนอก 3 ขีด น้ำมันพืชครึ่งช้อนชา กระเทียม (สับละเอียด) 1 ช้อนโต๊ะ ไข่ไก่ 3 ฟอง หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้ซอย 3 ช้อนโต๊ะ พริกขี้หนูซอย 10 เม็ด มะม่วงเปรี้ยว (สับละเอียด) 1 ถ้วยตวง ถั่วฝักยาวซอย แครอทซอย และกุ้งแห้งฝอย 1 ถ้วยตวง
  • เครื่องปรุง เติมหน่อยอร่อยแน่ – น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1ช้อนชา

เริ่มเข้าสู่กระบวนการปรุง แยกกรรมวิธีออกเป็น 2 ส่วน

1.เคล็ดลับการผัดข้าว

นำกระทะมาตั้งไฟแล้วนำกระเทียมลงมาคั่วกับกะปิจนเริ่มสุกและส่งกลิ่นหอม ก่อนตักข้าวลงมาผัดคลุกเคล้า โดยอาจปรุงรสเล็กน้อยด้วยการเติมน้ำตาลทรายลงไป เพื่อลดความเค็ม เพิ่มความหอมให้กับข้าวคลุกกะปิ

2.การเตรียมเครื่องเคียง

ไข่เจียวซอย : ตั้งกระทะด้วยไฟอ่อน เทไข่ให้กระจายทั่วกระทะ พลิกไปมาจนรอจนไข่สุกดีแล้วนำมาม้วนเป็นท่อน ซอยให้บาง

หมูหวาน : นำน้ำตาลปี๊บลงไปเคี่ยวลงในกระทะ รอจนงวดเป็นสีน้ำตาล จึงนำเนื้อหมูสันนอกที่หั่นไว้ไปผัดรวมกันจนเนื้อหมูสุกได้ที่ โดยเหตุที่ไม่ใช้หมูสามชั้น เพราะจะมีความเหนียวลิ้นทานแล้วไม่อร่อย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละท่านเป็นหลัก

เครื่องเคียงอื่นๆ : นำผักสวนครัว สมุนไพร อาทิ หอมแดง ถั่วฝักยาว แครอท แตงกวา มะม่วง ตะไคร้ พริกขี้หนูสวน หรือ อื่นๆ มาปอก หั่น ซอย รวมถึงกุ้งแห้งทอด เพื่อนำมาจัดวางพร้อมเสิร์ฟตามใจชอบ

ทราบหรือไม่ว่า “กะปิ” มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก

ข้อมูลจากกองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า กะปิ 100 กรัม มีพลังงาน โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต เส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามินเอ ไรโบฟลาวิน และไนอาซิน ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลากหลาย อาทิ แคลเซียมจากกะปิที่ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน วิตามินบี 12 ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง  และยังมีไขมันโอเมก้า 3 จึงช่วยเรื่องโลหิตอุดตันและโรคหัวใจด้วย อย่างไรก็ตาม หากบริโภคมากเกินไปให้ระวังในเรื่องของความเค็ม โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคไต


กินอยู่เป็น_Big_cover.jpg

ปัจจุบัน นักการตลาด หรือ ผู้บริหารระดับสูงหลายองค์กร ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ฐานข้อมูลจากเทคโนโลยี Big Data หรือ ข้อมูลมหาศาลบนโลกออนไลน์ เพื่อวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจและกลยุทธ์ที่จะเข้าถึงตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าผู้บริโภคซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของสินค้าประเภท FMCG (Fast Moving Consumer Goods) หรือ เครื่องอุปโภคบริโภคที่ต้องกินใช้ในแต่ละวัน พฤติกรรมเรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงแบบนาทีต่อนาทีกันเลยทีเดียว และถ้าแบรนด์นั้นเกิดภาพลบแม้เพียงจุดเล็กๆ ก็จะส่งผลกระทบลามผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ อย่างรวดเร็ว

แล้วทราบหรือไม่ว่า เวลาที่ผ่านไปแต่ละนาทีนั้น บนโลกออนไลน์ อันเป็นที่รวบรวมของบิ๊กดาต้ามหาศาล มีกิจกรรมประเภทใดเกิดขึ้นบ้าง? จากสรุปข้อมูลพฤติกรรมคนบนโลกออนไลน์ โดย Domo บริษัทวิเคราะห์และจัดเก็บข้อมูลดิจิตอลชั้นนำจากออสเตรเลีย เปิดเผยว่า “ภายใน 1 นาที คนทั่วโลกทำกิจกรรม” ดังนี้
1. Google ยังฮิต
มีการค้นข้อมูลรวม 4,497,420 ครั้ง
2. โพสต์รัวๆ บนโซเชียลมีเดีย
• 23,211 กด love บน Facebook
• 277,777 โพสต์ Story บน Instagram
• 511,200 ทวิตบน Twitter
3. ส่งเมล์สื่อสารกว่า 180 ล้านครั้ง
• 188,000,000 อีเมล์ที่ส่งออก
• 18,100,100 ข้อความที่ส่งออก
• 1,400,000 ผู้ใช้งาน Tinder
• 231,840 ผู้ใช้งาน Skype
4. บันเทิงยังได้รับความนิยม
• 4,500,000 วิดีโอที่ถูกรับชมผ่าน youtube
• 694,444 ชั่วโมงที่มีการรับชม Netfflix
5. แอพฯ จัดการความสะดวกโตต่อเนื่อง
• 9,772 ผู้จองรถผ่าน Uber
• 1,389 ผู้จองที่พักผ่าน Airbnb

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งการเก็บวิเคราะห์ข้อมูลก็มาจากการใช้งานบนแอพพลิเคชั่น หรือ เว็บไซต์ต่างๆ ที่เราคุ้นกันอยู่ในปัจจุบันนั่นแหละ ทีนี้ในส่วนของประเทศไทยล่ะเป็นอย่างไร
จากการเผยสำรวจของ We Are Social และ Hootsuite เผยผลสำรวจ “Global Digital 2019” ระบุว่าคนไทย 57 ล้านคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทุกประเภท ไม่ว่าเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย แอพพลิเคชั่น หรือ Search Engine ต่างๆ โดยมีการใช้งานเฉลี่ยวันละกว่า 9 ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการดู Online Streaming 3 ชั่วโมง 44 นาทีต่อวัน หรือ ฟังเพลงแบบ Music Streaming 1 ชั่วโมง 30 นาทีต่อวัน

และถ้าย่อยลงมาเฉพาะการใช้งานโซเชียลมีเดีย จะมีถึง 51 ล้านคนที่ใช้เป็นประจำ และ 49 ล้านคนใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งแต่ละวันคนไทยใช้เวลาไปกับโซเชียลมีเดียต่างๆ เฉลี่ย 3 ชั่วโมง 11 นาที กลุ่มใหญ่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 18 – 34 ปี แพลตฟอร์มยอดนิยมยังคงเป็น Facebook Youtube Instagram และ Twitter

เมื่อค้นเข้าไปอีกจะพบว่า คนไทยเน้นใช้งานเพื่อความบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง ดูกีฬา หรือ รับชมรายการต่างๆ เป็นหลัก โดยเฉพาะการรับชมผ่าน Youtube ซึ่งกลุ่ม Youtuber ชาวไทยที่ได้รับความนิยมสูง ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักแคสเกม นักรีวิวแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ เครื่องสำอาง อาหาร ท่องเที่ยวเป็นหลัก เรียกได้ว่าคนไทยอยู่คู่ความบันเทิงมาตลอด ทำให้วันนี้จึงเห็นการเข้ามาของทางเลือกใหม่ๆ อย่าง Netfflix, Joox, Spotify, Line TV รวมทั้งแบรนด์สินค้าต่างๆ ก็แข่งกันยิงงานโฆษณาออนไลน์ผ่านกลุ่มนี้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

ส่วนจะได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ขึ้นอยู่กับการที่แบรนด์นั้น นำบิ๊กดาต้ามาวิเคราะห์ และ หาวิธีแทรกเข้าไปอยู่ใน 1 นาทีนั้นได้อย่างไร นั่นแหละคือประเด็นสำคัญ และยิ่งนับวันระยะเวลาที่คนบนโลกออนไลน์จะให้ความสนใจ หรือ จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็เริ่มลดลงเรื่อยๆ ก็ยิ่งกลายเป็นโจทย์ที่ยากขึ้นไปทุกที


Content_หมดไฟ_Cover_1.jpg

มนุษย์เงินเดือนหลายคนอาจเคยประสบภาวะหมดไฟในการทำงานกัน เนื่องด้วยปัจจัยหลายอย่างในชีวิต แล้วเราจะรับมือ หรือ ปรับทัศนคติเพื่อสร้างภูมิต้านทานในเรื่องนี้อย่างไร กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมมาฝากกัน

อีกหนึ่งเรื่องราวใกล้ตัวสำหรับชาวมนุษย์เงินเดือนที่จะมีช่วงหนึ่งที่ทำให้พลังไฟในการทำงานของตัวเรามอดลง ด้วยปัจจัยหลายอย่าง อาทิ เงินเดือน ปัญหากับเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย งานล้นมือ เบื่องานซ้ำๆ เดิมๆ งานไม่เหมาะกับตนเอง ขาดสมดุลการใช้ชีวิต ฯลฯ ขมวดเป็นปมที่ทำให้เราไม่มีความสุข ขาดแรงจูงใจ เรียกว่า หมดไฟ หรือ หมด Passion ในการทำงาน

การหมดไฟในการทำงาน หรือ Burn out แม้บางครั้งเกิดชั่วขณะ แต่อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อสภาพร่างกาย จิตใจ เพราะการใช้ชีวิตแบบเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา จะส่งผลให้รู้สึกกดดัน เหนื่อย ท้อ รู้สึกล้มเหลว ขาดประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งอาจเป็นเหตุสะสมที่นำเข้าสู่สภาวะโรคซึมเศร้าได้ เเล้วจะรับมือ หรือ หาวิธีสร้างภูมิต้านทานกับเรื่องนี้อย่างไรดี วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำหลากมุมมองน่าสนใจมานำเสนอกัน

  1. ตั้งสติตีโจทย์ให้แตก ติดกระดุมเม็ดแรกให้ตรงจุด เริ่มจากตั้งสติหาเหตุที่ทำให้หมดไฟ ให้เจอก่อนว่าแท้จริงแล้วเกิดจากอะไร อาทิ ภาระงานบีบรัดเข้มงวด ระบบบริหารจัดการที่ไม่ตรงใจ ผลลัพธ์ สิ่งที่หวังไม่เป็นไปตามเป้า ซึ่งบางครั้งอาจเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับงานเลยก็ได้ เช่น ผิดหวังเรื่องความรัก ภาระหนี้สิน ฯลฯ ที่ทับถมสะสมเป็นความเครียดจนผูกเป็นปมรวมกัน ดังนั้นข้อนี้ถือว่าจำเป็นมาก เพราะถ้าหาเหตุที่แท้จริงไม่เจอก็จะแก้ผิดจุด เหมือนการติดกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดอื่นก็ผิดตามไปด้วย
  2. ทบทวนอีกครั้ง แค่อารมณ์ชั่ววูบ หรือ เกินเยียวยา เมื่อเจอต้นเหตุแล้ว ลองนำมาประมวลอีกครั้งว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น สามารถแก้ไข หรือ มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ไหม โดยอาจเริ่มจากการหาวิธีง่ายๆ เช่น ลาพักผ่อนระยะสั้น เพื่อท่องเที่ยว หรือ ย้ายตัวเองออกจากชีวิตประจำวันแบบเดิมที่ต้องเผชิญทุกวัน จะได้มีเวลาสังเกตตัวเอง หรือ ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนอีกครั้งว่าเหมาะกับงานหรือองค์กรที่ทำอยู่หรือไม่ รวมถึงประเมินตนเองว่ามีความถนัดด้านใด เพื่อนำคำตอบที่ได้มาประเมินว่าควรทำอย่างไรต่อไป ซึ่งถ้าเกิดเพราะอารมณ์ชั่ววูบก็อาจจะง่ายหน่อย แต่ถ้าไตร่ตรองครบทุกด้านแล้วยังไม่ดีขึ้น นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณอาจถึงเวลาที่จะต้องเริ่มมองหาการเดินทางครั้งใหม่ในทำงาน เพื่ออนาคต
  3. ที่ปรึกษาก็มีส่วนสำคัญ อาจลองปรึกษาหัวหน้างานเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็น หาวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน หรือ อาจหาที่ปรึกษา เช่น เพื่อนร่วมงาน เพื่อน หรือ คนรัก เพื่อช่วยร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ฟื้นคืนกำลังใจกลับมา
  4. หางานอดิเรก พักเบรกสักนิด ในวันหยุดลองหากิจกรรมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้ความคิดอย่างหนัก ลองเปลี่ยนมานั่งสมาธิ ฟังเพลง อ่านหนังสือ ไปเดินเล่น หรือไปเยี่ยมเพื่อนและญาติ กิจกรรมเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้น หรือ แม้กระทั่งระหว่างวันทำงาน อาจหาเวลาพักเบรกให้ชีวิตสัก 10 – 15 นาที โดยนำสิ่งที่ชอบติดตัวมา อาทิ หยิบหนังสือ หรือ เพลงที่ชอบมาเปิดอ่าน เปิดฟัง หรือในยุคดิจิทัลนี้ อาจนำเกมฮิตต่างๆ ที่หลายท่านโหลดติดไว้ มาเล่นแก้เครียด อาจช่วยในการปรับภาวะอารมณ์ให้ดีขึ้นได้
  1. สุขภาพต้องแคร์ ดูแลอย่าละเลย เพราะสุขภาพสำคัญที่สุด ฉะนั้นเมื่อทำงานหนัก มีภาระมากขึ้น อาจทำให้ไม่มีเวลารับประทานอาหาร ขาดการออกกำลังกาย นอนน้อย ส่งผลให้สภาพร่างกายเสื่อมโทรมลง ทำให้หมดไฟเร็วขึ้น การดูแลสุขภาพจึงอาจช่วยให้รับมือกับปัญหาหมดไฟได้ สิ่งสำคัญอันดับต้นๆ คือ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงการออกกำลังกายประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ จะช่วยเสริมสุขภาพทำให้ชีวิตดีขึ้น และช่วยให้สมองได้พักจากการคิดเรื่องงานไปสนใจสิ่งอื่นแทน

ลองนำไปปรับ หรือ หาวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง เพื่อสร้างภูมิต้านทาน หรือ กระตุ้น ให้ไฟในการทำงานของคุณกลับมาลุกโชนอีกครั้ง

ทีมงาน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต หวังว่าข้อมูลที่นำมาเสนอนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อท่านได้ไม่มากก็น้อย และเราขอเป็นกำลังใจให้ท่านเสมอ


Content_ไก่ทอดเกลือ_Cover_1.jpg

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอเอาใจสายชอบปาร์ตี้สังสรรค์ แต่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า ด้วยเมนูกู้หน้าทำง่าย และรวดเร็ว อย่าง “ไก่ทอดเกลือ” เมนูทานเล่นระหว่างรอมื้อหนัก หรือจะต่อยอดเป็นธุรกิจสร้างรายได้ให้ตนเอง ด้วย 3 เคล็ดลับเด็ด ที่จะช่วยให้คุณทอดไก่ได้อร่อย กรอบนอกนุ่มใน ไม่แพ้ร้านดังๆ มาฝากกัน

 

 

3 เคล็ดลับไก่ทอดเกลือที่อร่อย

1.เคล็ดวิชาว่าด้วยเลือกไก่

หัวใจสำคัญของการเลือกไก่ให้มีคุณภาพ คือ ให้สังเกตผิวของเนื้อไก่ ต้องไม่มีสีเขียวเป็นจ้ำๆ และสีต้องไม่ซีดมาก ถึงจะเป็นไก่ที่ใช้ได้ วัตถุดิบที่มีคุณภาพเป็นปัจจัยสำคัญ ช่วยให้อาหารน่ารับประทานมากขึ้น ถ้าเลือกไม่ดีอาจทำให้เจ็บป่วยได้

2.หมักไก่ให้อร่อยต้องใช้เกลือ

วิธีหมักไก่ด้วยสูตรลับเฉพาะ ให้เตรียมอัตราส่วนผสมดังนี้ เนื้อไก่ 1 กิโลกรัม (ประมาณ 10 น่อง) เกลือ 1 ช้อนชา ผงปรุงรส ครึ่งช้อนชา กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ รากผักชี(หั่น) 2 ช้อนชา พริกไทย 1 ช้อนโต๊ะ

โดยนำเนื้อไก่ล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ แล้วใส่ภาชนะที่เตรียมหมัก โรยเกลือพอประมาณ (อย่าใส่หนักมือมาก จะเค็มไม่รู้ตัว) ปรุงรสสักนิดด้วยผงปรุงรส นำกระเทียม รากผักชี และพริกไทย ที่โขลกละเอียด คลุกให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 20 – 30 นาที

เหตุผลที่ไม่ใช้ซีอิ๊ว หรือ ซอสปรุงรสต่าง ๆ เช่น น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว  เพราะเกลือจะช่วยปรับรสชาติของอาหารให้กลมกล่อมได้ โดยไม่ต้องพึ่งตัวช่วยอื่น

3.กรอบนอก นุ่มใน ทอดยังไงไม่อมน้ำมัน

ตั้งกระทะใส่น้ำมัน รอกระทั่งกระทะร้อน เมื่อน้ำมันเดือด จากนั้นนำไก่ลงไปทอด ค่อยๆ วางไก่ (เพื่อไม่ให้น้ำมันกระเด็นขณะทอด)

เทคนิคสำคัญของการทอดไก่ คือ ระดับไฟ โดยระหว่างทอดให้ใช้ไฟปานกลาง เพราะถ้าใช้ไฟแรงมากไปจะทำให้ไหม้ และสุกไม่สม่ำเสมอ ค่อยๆ ทอดจนไก่มีสีเหลืองสวยงาม นั่นแสดงว่าไก่สุกแล้ว ถึงค่อยเร่งไฟให้แรงขึ้น เพื่อเป็นการไล่น้ำมันออกจากไก่ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยทำให้ไก่ไม่อมน้ำมัน

เคล็ดลับสำหรับมือใหม่หัดทอด สามารถดูว่าไก่สุกหรือไม่ โดยใช้ตะเกียบ หรือ ส้อมจิ้มบริเวณเนื้อไก่ ถ้ามีเนื้อสีแดงหรือเลือดติดขึ้นมาแสดงว่าข้างในยังไม่สุก ต้องให้เวลาอีกสักพัก รอจนได้ที่ ถึงตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เตรียมจัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ แค่นี้ก็ได้หนึ่งเมนูง่ายๆ สบายท้อง รับแขกได้ไม่ขายหน้า ถ้าจะให้ดีทำสลัดอีกสักจานทานคู่กัน อร่อยแบบมีประโยชน์ ในสไตล์กินอยู่เป็น


Content_ลอยกระทง_Cover_1.jpg

จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ พบว่า “ลอยกระทง” เป็นพิธีกรรมที่ปรากฏในหลากพื้นที่ของทวีปเอเชีย แม้แต่ละแห่งจะมีที่มา เรื่องเล่าบนความเชื่อที่ต่างกันออกไป แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ พิธีกรรมของทุกแห่งล้วนเกิดจากความสำนึกในบุญคุณธรรมชาติ หรือ ผู้มีพระคุณเป็นตัวกำหนด ส่วนน่าสนใจอย่างไรนั้น กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอรวบรวมมาเสนอกัน

ไทย = พิธีจองเปรียง หรือ ลอยพระประทีป

ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ถือเป็นหนึ่งประเพณีไทยที่สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยในสมัยพ่อขุนรามคำแหง เรียกประเพณีลอยกระทงนี้ว่า “พิธีจองเปรียง หรือ การลอยพระประทีป”  มีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงงานเผาเทียนเล่นไฟว่า เป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้เชื่อกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทง

อินเดีย = เทศกาลทีปาวลี

เริ่มในช่วงปลายฝนต้นฤดูหนาว ระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เพื่อเฉลิมฉลองการนิวัติกลับอโยธยาของพระรามและนางสีดา อีกคติหนึ่งเพื่อบูชาพระลักษมี เทวีแห่งความร่ำรวย สมบูรณ์ และโชคลาภ ด้วยการจุดประทีปใส่ถ้วยเล็ก ๆ วางตามบ้าน หรือปล่อยให้ลอยตามแม่น้ำ

จีน = ลอยประทีปเพื่ออุทิศส่วนกุศล

ประเพณีเก่าแก่ของชนเผ่าฮั่น มองโกล ไป๋ และหมิง ในช่วงสมัยราชวงศ์หมิงและชิง เนื่องจากยุคนั้น ชาวมณฑลจี๋หลิน ต้องมีการขนส่งอาหารให้ทหารลาดตระเวนชายแดน ด้วยเส้นทางเดินเรือ ซึ่งเป็นงานหนักและเสี่ยงภัย ทำให้มีผู้เสียมากมายนับไม่ถ้วน เมื่อถึงเทศกาลสำคัญๆ ชาวจี๋หลินจึงลอยประทีป หรือ กระทงลักษณะเป็นรูปดอกบัว หรือ โคมไฟ ที่ข้างในมีเทียนจุดไฟไว้ ตามแม่น้ำ เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต

ข้อสังเกตอีกประการ การลอยกระทงในประเทศจีน สามารถลอยได้ในทุกเทศกาล แต่ละพื้นที่มีความหมายแตกต่างกันออกไป เช่น เขตเจียงหนาน ขอพรให้โรคภัยไข้เจ็บ หายไปกับสายน้ำ เขตชายฝั่งทะเลขอพรให้เทพเจ้าช่วยปกป้องคุ้มครองภัย

ลาว = งานไหลเฮือไฟ

ประเพณีลอยกระทง หรือ งานไหลเฮือไฟ ของ สปป.ลาว จะมีการแข่งเรือที่ริมแม่น้ำโขง บูชาแม่น้ำด้วยการลอยประทีป เพื่อขอบคุณแม่น้ำโขงที่เลี้ยงดูมา

กัมพูชา = เทศกาลน้ำ

จัดขึ้นเพื่อระลึกบุญคุณ ขอบคุณแม่น้ำโขงที่เป็นสายน้ำหลักในการหล่อเลี้ยงชีวิต

พม่า = บูชาและขอบคุณพญานาค

กระทงของชาวพม่า มีลักษณะตกแต่งคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน เพื่อบูชาและขอบคุณพญานาค ตามความเชื่อที่ว่าได้ช่วยปราบพญามารไม่ให้เข้ามาทำลายพระเจดีย์จากคำขอร้องของพระอุปคุต

“ข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า พิธีกรรมแต่ละแห่ง ล้วนเกิดจากความสำนึกในบุญคุณของธรรมชาติ – ผู้มีพระคุณเป็นตัวกำหนดแทบทั้งสิ้น นำสู่การขอขมาเพื่อแสดงความเคารพและขอบคุณที่ได้พึ่งพาอาศัย ตลอดจนการขอความอำนวยพร ถ่ายทอดเป็นประเพณีสืบต่อกันมาจนปัจจุบัน”

อย่างไรก็ตามด้วยสภาพแวดล้อม และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป การขอขมาแหล่งน้ำผ่านการลอยกระทงกลับกลายเป็นดาบสองคมที่ซ้ำเติมธรรมชาติ เพราะสร้างขยะและสิ่งปฏิกูลมหาศาลลงแหล่งน้ำภายในช่วงข้ามคืน

ข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่าปี 2561 มีปริมาณขยะกระทงจำนวนมากเกือบถึง 1 ล้านใบ ซึ่งสถิติการจัดเก็บขยะกระทงของกรุงเทพมหานคร พบมีมากถึง 841,327 ใบ และพบกระทงโฟม อยู่ที่ 44,883 ใบ

ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ หากเราหันมาใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เช่น ใบตอง หยวกกล้วย มันสำปะหลัง ขนมปัง หรือ น้ำแข็ง มาทำกระทง หรือ ใช้วิธีรวมใจกระทง 1 ใบ ลอยพร้อมกันหลายคน เพื่อลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำให้มากที่สุด

นอกจากการลอยกระทงแล้ว การไม่ทิ้งขยะ เศษอาหาร สิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำ รวมถึงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ก็เป็นอีกทางเลือกน่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการขอขมาแหล่งน้ำ ซึ่งนี่อาจเป็นวิธีแสดงความเคารพ และสำนึกในบุญคุณของแหล่งน้ำที่ง่าย แต่ตรงจุดและเหมาะสมที่สุดกับยุคปัจจุบันก็เป็นได้