ฉลองพระองค์ชุดไทย “พระราชินี” ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมฉลองพระองค์ชุดไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ภายหลังได้รับการสถาปนาฯ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2562

นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสตามกฎหมายและราชประเพณี และโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น สมเด็จพระราชินีสุทิดา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2562 พสกนิกรชาวไทยจะได้เห็นพระราชินีในงานพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ของประเทศไทย

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงรวบรวมฉลองพระองค์ชุดไทยของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ที่ทรงสวมใส่ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2562 จนถึงงานมหามงคลเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

สำหรับฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ที่ทรงสวมใส่ในการเสด็จฯ ร่วมงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ฉลองพระองค์ทุกชุดล้วนแต่มีความสวยงาม ทั้งลวดลายและเนื้อผ้า

โดยฉลองพระองค์เป็นผ้าทอยกดอกลำพูน ขึ้นชื่อในด้านการทอผ้า โดยแหล่งผลิตมีทั้งยกดอกสุรินทร์ ยกดอกลำพูน และอีกหลายแห่ง แต่สำหรับงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้น เป็นฉลองพระองค์ที่มีเนื้อผ้าทอยกดอกลำพูน

ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงกำหนดชุดไทยไว้ถึง 8 แบบ ได้แก่ (1.) ชุดไทยเรือนต้น (2.) ชุดไทยจิตรลดา (3.) ชุดไทยอมรินทร์ (4.) ชุดไทยบรมพิมาน (5.) ชุดไทยจักรี (6.) ชุดไทยจักรพรรดิ (7.) ชุดไทยดุสิต และ (8.) ชุดไทยศิวาลัย

 

และในจำนวนชุดไทย 8 แบบนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงสวมใส่ชุดไทยสำหรับร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จำนวน 3 ชุด ประกอบด้วย ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน และชุดไทยศิวาลัย มีรายละเอียด ดังนี้

 

ชุดไทยอมรินทร์

 ชุดไทยอมรินทร์ ตั้งชื่อตามพระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัย แบบเหมือนไทยจิตรลดา ต่างกันที่ใช้ผ้าและเครื่องประดับหรูหรากว่าไทยจิตรลดา ใช้ผ้าไหมยกดอกที่มีทองแกมหรือยกทองทั้งตัว เสื้อคนละท่อนกับซิ่น ไม่มีเข็มขัด ใช้สำหรับพิธีตอนค่ำ เหมาะสมสำหรับงานเลี้ยงรับรองรับเสด็จ ไปดูละครตอนค่ำ และ เฉพาะในงานพระราชพิธีสวนสนามในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือ ใช้ในโอกาสพิเศษที่กำหนดให้แต่งกายเต็มยศหรือครึ่งยศ เช่น ในงานพระราชพิธีหรืองานสโมสรสันนิบาต

โอกาสที่ใช้ : ชุดไทยอมรินทร์ นิยมใช้ในพิธีค่ำ, ไม่ใช้สไบและเข็มขัด, เสื้อด้านหน้าเป็นแบบผ่าหน้าและติดกระดุม, คอเสื้อเป็นคอกลม ไม่มีขอบ, แขนเสื้อเป็นแขนยาว หรือแขนสามส่วน, ลักษณะผ้าถุงเป็นผ้าไหมหรือ ซิ่นป้ายหน้า

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยอมรินทร์ ในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2562 วันประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสตามกฎหมายและราชประเพณี และโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น สมเด็จพระราชินีสุทิดา

 

ชุดไทยบรมพิมาน

ชุดไทยบรมพิมาน ตั้งชื่อตามพระที่นั่งบรมพิมาน ใช้ผ้ายกไหมหรือยกทองมีเชิง หรือยกทองทั้งตัวก็ได้ ตัดติดกันกับตัวเสื้อหรือเป็นเสื้อคนละท่อนก็ได้ ซิ่นจีบหน้ามีชายพกยาวจรดข้อเท้า ใช้เข็มขัดไทยคาดเสื้อคอกลม ขอบตั้ง ผ่าด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้ แขนยาว ใช้สำหรับงานพิธีตอนค่ำ เหมาะสำหรับงานพิธีเต็มยศและครึ่งยศ เช่น งานอุทยานสโมสร งานพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ หรือเป็น ชุดเจ้าสาว

โอกาสที่ใช้ : ชุดไทยบรมพิมาน นิยมใช้ใน พิธีค่ำ, ไม่ใช้สไบแต่ใช้เข็มขัด, เสื้อด้านหน้าเป็นแบบผ่าหลัง, คอเสื้อเป็นคอกลม ขอบตั้ง, แขนเสื้อคือแขนยาว, ลักษณะผ้าถุงเป็นแบบมีหน้านาง และชายพก

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมาน วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ.2562 พิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสรณ์ ณ พระลานพระราชวังดุสิต ปฐมบรมราชานุสรณ์ ณ สะพานพุทธยอดฟ้า และศาลหลักเมือง โดยทรงฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมานสีงาช้าง ประดับเข็มกลัดเพชร ทรงพระกุณฑลเพชร รวบพระเกศาเป็นมวยไว้ด้านหลัง ทรงแต่งพระพักตร์ด้วยโทนสีชมพูอมน้ำตาล

วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ.2562 เสด็จพระราชดำเนินพร้อมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร พระรัตนตรัย และถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิ ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมานสีทอง ทรงพระศอเพชรและพระกุณฑลเพชร ทรงแต่งพระพักตร์ด้วยโทนสีน้ำตาลและโทนส้ม ทรงเก็บพระเกศาเป็นมวยไว้ด้านหลัง

วันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2562 ในวันประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ช่วงเย็นของวันดังกล่าว ในพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร พระองค์เสด็จพร้อมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเปลี่ยนฉลองพระองค์เป็นชุดไทยบรมพิมานสีน้ำเงิน พระภูษาสีน้ำเงินปักดิ้นเงิน รัดพระองค์ทองประดับพระปั้นเหน่งเพชร ทรงพระเข็มกลัดเพชร พระมหาสังวาลย์ทองพระดับเพชร และพระกุณฑลเพชร ทรงแต่งพระพักตร์ด้วยโทนสีชมพูอมน้ำตาล และทรงเก็บพระเกศาเป็นมวยไว้ด้านหลัง

และ วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 ในการเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท และพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พร้อมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยบรมพิมานสีทอง ทรงสร้อยพระศอเพชร รัดพระองค์ทองพร้อมพระปั้นเหน่งประดับเพชร และทรงพระกุณฑลเพชร ทรงแต่งพระพักตร์ด้วยโทนสีชมพู ทรงรวบพระเกศามวย ทรงแย้มพระสรวลพร้อมทรงโบกพระหัตถ์ให้กับเหล่าพสกนิกร

 

ชุดไทยศิวาลัย

ชุดไทยศิวาลัย ตั้งชื่อตามพระที่นั่งศิวาลัย ใช้ซิ่นไหมหรือยกทอง มีชายพกเสื้อตัดแบบแขนยาว ผ่าหลัง เย็บติดกับผ้าซิ่นคล้ายชุดไทยบรมพิมาน แต่ห่มปักลายไทยคล้ายแบบชุดไทยจักรพรรดิทับโดยไม่ต้องมีแพรจีบรองพื้นก่อน  ใช้ในโอกาสพิเศษที่กำหนดให้แต่งกายเต็มยศ

โอกาสที่ใช้ : ชุดไทยศิวาลัย ใช้ในโอกาสพิเศษและแต่งเต็มยศ, ใช้สไบและเข็มขัด, เสื้อด้านหน้าเป็นแบบผ่าหลัง, คอเสื้อเป็นคอกลม ขอบตั้ง, แขนเสื้อคือแขนยาว, ลักษณะผ้าถุง มีหน้านางและชายพก

สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยศิวาลัย ในวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2562 ในวันประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และสถานปนาพระองค์ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาภิมลลักษณ์ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยศิวาลัยสีชมพูกลีบบัว ผ้าตาดทองประดับเลื่อมและมุก รัดพระองค์ทองประดับพระปั้นเหน่งเพชรและทับทิม พร้อมพระกุณฑลทับทิมล้อมเพชร ทรงแต่งพระพักตร์สีชมพูอมส้ม รวบพระเกศาเป็นมวยไว้ด้านหลัง

 

ขอขอบคุณภาพจาก Queen Sirikit Museum of Textiles

Facebook Comments