“สมาร์ทโฟน” ภัยเงียบ ทำลายครอบครัว

 ผลการวิจัยพบว่าผู้คนจำนวนมากเริ่มมีปัญหาขาดการปฎิสัมพันธ์หรือการสื่อสารที่ดีในครอบครัว หนึ่งในปัจจัยที่เกิดให้เกิดการขาดปฎิสัมพันธ์นั้น ก็คือ “สมาร์ทโฟน” ที่ปัจจุบันสังคมไทยกลายเป็น สังคมก้มหน้า กันแล้ว

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอแนะนำเรื่องราวใกล้ตัวกับทุก ๆ ท่าน เกี่ยวกับการใช้ “สมาร์ทโฟน” ซึ่งมีฟังก์ชั่นและคุณสมบัติมากมายต่าง ๆ นา ๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน โลกของเรากลายเป็นโลกแห่งสังคมก้มหน้ากันไปแล้ว ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย มีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ และปริมณฑล

มีงานวิจัยโครงการวิจัยครอบครัวในเขตเมืองปี 2557 พบว่า 1 ใน 3 ครอบครัวคนเมืองมีสัมพันธภาพที่น่าเป็นห่วงกว่า 1.6 ล้านครัวเรือน จากทั้งหมด 4.7 ล้านครัวเรือนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากขาดการปฎิสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว โดยหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดการขาดปฎิสัมพันธ์นั้น ก็คือ “สมาร์ทโฟน” เราจะเห็นได้บ่อยครั้งก็คือบนโต๊ะรับประทานอาหาร ที่สมัยก่อนทุกคนในครอบครัวจะทานอาหารพร้อมพูดคุยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ในปัจจุบัน คนในครอบครัวพูดคุยขณะทานอาหารกันน้อยลง แต่กลับหันไปสนใจ “สมาร์ทโฟน” กันมากขึ้น บางคนแชทสนทนาผ่านแอปพลิเคชัน บางคนเล่นเกมส์ บางคนเล่นอินเทอร์เน็ต ฯลฯ

จากปัญหาสังคมก้มหน้าสะท้อนถึงปัญหาระดับครอบครัวที่ต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะวัยรุ่นที่เริ่มมีโลกส่วนตัวสูง การดูแลเอาใจใส่ การสื่อสารด้วยความเข้าใจจึงเป็นเรื่องจำเป็น นำมาสู่การหาทางออกที่ว่าทำอย่างไรให้การสื่อสารของคนในครอบครัวกลับคืนมาเช่นเดิม หรืออย่างน้อยเปิดพื้นที่การปฏิสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้มากขึ้นอฉะนั้น บทบาทของการเป็นพ่อแม่จึงมีความสำคัญมาก จะต้องกล้าแสดงออกถึงความรู้สึกรักและห่วงใย เพื่อทำให้สัมพันธ์ภาพทางครอบครัวดีขึ้น

ครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ลองหาเวลาอย่างน้อยสัก 1-2 ชั่วโมง/วัน หรือ 1-2 วัน/สัปดาห์ ในการทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัว ทั้งการออกไปท่องเที่ยว รับประทานอาหารในบ้านหรืออาจจะนอกสถานที่ เพื่อลดปัญหาการใช้เวลาไปกับสมาร์ทโฟนลง แต่ในทางกลับกัน หากเราใช้สมาร์ทโฟนในทางที่เหมาะสม เช่น ใช้สำหรับถ่ายรูปคนในครอบครัวบ้าง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้บันทึกภาพความประทับใจ การใช้ชีวิตและทำกิจกรรมร่วมกันของคนในครอบครัว

สุดท้าย “สมาร์ทโฟน” หากเราใช้อย่างถูกต้อง ถูกที่ ถูกเวลา ก็จะทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุข ไม่หมกมุ่นมากเกินไป จนกลายเป็นสังคมก้มหน้าในที่สุด และนี่คือวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศางแห่งการใช้ชีวิต

Facebook Comments