Endorphine

จีนเปิดตัวทางด่วนแห่งใหม่เชื่อมต่อกับทิเบต_web-1.jpg

ในใต้หล้านี้…ประเทศจีนมีดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล กว้างขวางถึง 9.6 ล้านตารางกิโลเมตร เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก ด้วยขนาดที่กว้างใหญ่ทำให้การเดินทางระหว่างมณฑลใช้เวลาไม่น้อย ล่าสุดการเดินทางระหว่างมณฑลจะไม่นานอีกต่อไป ด้วยทางด่วนแห่งใหม่ ไต่เขาจากจีนสู่ทิเบต รูปลักษณ์คดไปวนมา สมชื่อ “แดนมังกร” 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของกรมการขนส่งประจำมณฑลเสฉวนของประเทศจีนเปิดทางด่วนแห่งใหม่ขึ้น ที่มณฑลเสฉวน เส้นทางระหว่างเมืองหย่าอาน-เมืองคางติ้ง ความยาว 135 กิโลเมตร โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นเส้นทางสู่แคว้นปกครองตนเองทิเบตกานจื่อของมณฑลเสฉวนลำดับที่ 2 รองจากทางหลวงหมายเลข 318 ที่มุ่งสู่กรุงลาซา เมืองเอกของเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งเส้นทางแห่งใหม่นี้สามารถย่นระยะเวลาเดินทางเหลือเพียง 3 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ถือว่าเป็นของขวัญชิ้นใหม่ที่มณฑลเสฉวนมอบให้กับพี่น้องชาวจีนในปีนี้เลยก็ว่าได้

การก่อสร้างทางด่วนเชื่อมต่อระหว่าง เมืองหย่าอาน กับ เมืองคางติ้ง เริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายน พ.ศ.2557 ถือเป็นอีกหนึ่งงานท้าทายในการก่อสร้างอย่างยิ่ง เนื่องจากต้องเผชิญความท้าทายทางภูมิศาสตร์ โดยเฉพาะลักษณะภูมิประเทศคับแคบและสูงชัน ประกอบกันหนึ่งในอุโมงค์ลอดภูเขาของทางด่วนแห่งนี้จะต้องตัดผ่าน 13 แนวรอยเลื่อนแผ่นดินไหว ซึ่งการก่อสร้างครั้งนี้ใช้งบประมาณในการก่อสร้างกว่า 23,000 ล้านหยวน (คิดเป็นเงินไทยอยู่ประมาณ 115,000 ล้านบาท) กระทั่งสามารถสร้างแล้วเสร็จก่อนกำหนดภายใน 9 เดือน

 

สำหรับโครงข่ายทางด่วนของประเทศจีน เป็นระบบรวมของทางด่วนระดับชาติและระดับมณฑลของประเทศ โดยเมื่อช่วงสิ้นปี พ.ศ.2560 โครงข่ายทางด่วนของประเทศจีนมีระยะทางรวมทั้งหมด 136,000 กิโลเมตร เรียกได้ว่าระยะทางประมาณ 1 ใน 3 ของความห่างจากโลกไปดวงจันทร์เลยทีเดียว!  นับเป็นระบบทางด่วนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก…

ทางด่วนสายแรกที่ได้มีบันทึกไว้ในประเทศจีน คือในสมัยราชวงศ์ฉิน เมื่อ 2,000 กว่าปีก่อน สืบเนื่องจาก “จิ๋นซีฮ่องเต้” จักรพรรดิพระองค์แรก ได้สร้างทางหลวงรัฐระยะทาง 750 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากเมืองหลวงชื่อเสียนหยางไปยังพรมแดนทางด้านเหนือของออร์ดอส เพื่อเป็นการวางแผนป้องกันประเทศ ต่อมาทางหลวงแห่งชาติจีนสมัยใหม่สายแรกที่ก่อสร้าง คือ ทางด่วนเซี่ยงไฮ้–เจียติ้ง เปิดใช้บริการในเดือนตุลาคม พ.ศ.2531 มีระยะทาง 17.37 กิโลเมตร  ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของระบบทางด่วนของเซี่ยงไฮ้ นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สำนักข่าว China Xinhua News

 


5-ประเทศที่ควรค่าแก่การท่องเที่ยวในปี-2019_web-1.jpg

นิตยสารท่องเที่ยวชื่อดัง Lonely Planet จัดอันดับ 5 ประเทศที่ควรค่ากับการเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุด ในปี 2019 โดย “ประเทศศรีลังกา” ติดโผอันดับที่ 1 ประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด

หลายประเทศต่างมีสถานที่สวยงามน่าสนใจหลายแห่ง เป็นสิ่งดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาร่วมสัมผัส ยลโฉม ความสวยงามของสถานที่นั้น ๆ และต้องเกิดความประทับใจอย่างมากเมื่อได้เดินทางมาท่องเที่ยวต่างประเทศ ณ ประเทศนั้น ๆ อีกด้วย อย่างประเทศไทยบ้านเราเองก็มีสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ เยอะแยะมากมาย อย่างเช่น ถนนข้าวสาร ที่เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว Walking Street ยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทย ต้องเดินทางมา ณ ที่แห่งนี้

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดัง Lonely Planet ได้จัดอันดับ 5 ประเทศที่ประชาชนทั่วโลกควรค่ากับการเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุด ในปี 2019 โดยประเทศที่ถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศน่าท่องเที่ยวที่สุดในโลกปี 2019 อันดับที่ 1 ได้แก่ “ประเทศศรีลังกา” นั่นเอง

เหตุผลที่ประเทศศรีลังกาได้รับการเลือกให้อยู่ในอันดับที่ 1 นั้น เนื่องจากประเทศศรีลังกาให้ความสำคัญในเรื่องของวัฒนธรรมและศาสนา โดยปลูกฝังให้คนในประเทศเล็งเห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าว มีวัดวาอารามสสวยงามเปนจำนวนมากในศรีลังกา นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่เน้นเรื่องของธรรมชาติ อาทิ พื้นที่สีเขียว หรือ ทะเล ซึ่งล้วนมีความอุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวสีเขียว ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ไม่ควรพลาดกับการเดินทางมายังศรีลังกาแห่งนี้

 

 

 

 

ส่วนอันดับที่ 2 รองลงมา ได้แก่ “ประเทศเยอรมนี” ประเทศนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของนวัตกรรม อุตสาหกรรมต่าง ๆ ของโลก ถือได้ว่าเยอรมนีเป็นประเทศผู้นำด้านการพิมพ์และอุตสาหกรรมรถยนต์เลยก็ว่าได้

 

 

 

 

อันดับที่ 3 ได้แก่ “ประเทศซิมบับเว” ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสถานที่เกี่ยวกับโบราณคดี และพื้นที่ธรรมชาติ ซึ่งล้วนมีความสวยงาม และถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในทวีปแอฟริกา

 

 

 

อันดับที่ 4 ได้แก่ “ประเทศปานามา” ซึ่งมีธรรมชาติต่าง ๆ ที่สวยสดงดงาม มีชายหาดทรายขาว มีน้ำทะเลสีสวย ๆ เป็นเสน่ห์ของประเทศนี้ นอกจากนี้ วัฒนธรรมของชนพื้นเมืองก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่นักท่องเที่ยวควรเดินทางมาที่ประเทศปานามาแห่งนี้

 

 

 

 

 

 

และ อันดับที่ 5 “ประเทศคาซัคสถาน” เป็นประเทศที่เน้นความสวยงามและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เชิงนิเวศ เป็นต้น นอกจากนี้ ประเทศคาซัคสถานเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวสามารถขอวีซ่าออนไลน์ได้อย่างง่าย ๆ อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

เอาเป็นว่า ในปี 2019 นี้ ลองหาช่วงวันหยุดยาว ๆ ว่าง ๆ วางแผนท่องเที่ยว ไปสัมผัสกับความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวในต่างแดนได้ ชอบประเทศไหน ไปประเทศนั้นได้เลย รับรองเลยว่า คุณจะต้องประทับใจจนไม่อยากกลับบ้านเลยทีเดียว นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

 


ป่าคริสตัล-สวยงามราวอยู่กับดินแดนเทพนิยาย_web-1.jpg

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของ “ป่าคริสตัล” หนึ่งในสถานที่ในประเทศจีน ที่นักท่องเที่ยวควรค่ากับการไปสัมผัสความสวยงามบวกความหนาวเย็น ราวกับอยู่ภายในเทพนิยายจากนิทานชื่อดัง

ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูหนาว หลายคนต่างเลือกใช้ช่วงเวลาดังกล่าวหาสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ เพื่อสัมผัสอากาศหนาว ลมเย็น ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งต้องบอกเลยว่าสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ มีมากมายนับไม่ถ้วน อย่างประเทศจีนก็ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่นอกจากจะมีพื้นที่กว้างใหญ่แล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมายอีกด้วย

วันนี้ “กินอยู่เป็น” 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จะขอแนะนำอีกหนึ่งสถานที่สวยงาม ควรค่ากับการไปถ่ายรูป สัมผัสกับอากาศหนาวกันที่ “ป่าคริสตัล” ริมแม่น้ำซงฮวา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน ที่ความหนาวเย็นที่แผ่ปกคลุมมณฑลจี๋หลินได้เปลี่ยนทัศนียภาพบริเวณริมแม่น้ำซงฮวา ให้กลายเป็นดินแดนคริสตัลที่สวยงาม ราวกับอยู่ภายในเทพนิยายจากนิทานชื่อดัง เรียกได้ว่ากำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากก็ไม่พลาดที่จะออกมาสัมผัสกับบรรยากาศความสวยงามภายใต้ความหนาวของสภาพอากาศในช่วงนี้ และก็ไม่พลาดที่จะหยิบสมาร์ทโฟนและกล้องถ่ายรูปมาถ่ายภาพเก็บความสวยงามของสถานที่แห่งนี้เอาไว้เป็นที่ระลึกกันเป็นจำนวนมาก เพราะต้องบอกเลยว่าบรรยากาศแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยครั้งนัก

สำหรับซงฮวาเป็นแม่น้ำที่ตั้งอยู่ภายในมณฑลเฮยหลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันมีค่า ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมของชาวจีน ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ : เนื้อหาจาก China Xinhua News


ฮาวาย-แดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยว-ควรค่าแก่การมาเยือน-1.jpg

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของ “ฮาวาย” หนึ่งในเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายแห่ง จนทำให้ใครหลาย ๆ คนก็อยากจะมาสัมผัสความสวยงามสักครั้งหนึ่งในชีวิต

ใกล้เข้าสู่ช่วงปีใหม่แล้ว หลายคนต่างมีแพลนท่องเที่ยวฉลองปีใหม่กัน บางท่านขอใช้โอกาสช่วงหยุดยาวปีใหม่ช่วงนี้ไปท่องเที่ยวและเคาท์ดาวน์กันที่ต่างประเทศ เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวเด็ด ๆ ในต่างประเทศต้องบอกเลยว่ามีอยู่หลากหลายสถานที่ แต่ถ้าเป็นจำพวกทะเลหรือหมู่เกาะ อันดับต้น ๆ ที่หลายคนนึกถึงก็คือ “ฮาวาย” นั่นเอง

ฮาวายเป็นรัฐที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกา บนมหาสมุทรแปซิฟิก ประกอบไปด้วย 8 เกาะสำคัญ โดยมี 6 เกาะเท่านั้นที่เปิดสำหรับการท่องเที่ยว อันได้แก่ ฮาวาย โออาอุ เมาอิ คาวายอิ โมโลคาย และลาไน จากเกาะทั้งหมดนี้ เกาะโออาอุนับเป็นเกาะที่เจริญมากที่สุด ด้วยเป็นที่ตั้งเมืองหลวงของรัฐอย่าง โฮโนลูลู อีกทั้งเป็นมีสถานที่สำหรับการเล่นเซิร์ฟที่มีชื่อเสียงของโลกอย่างหาดไวกิกิ นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยป่าฝน เส้นทางการเดินป่า ไร่สับปะรด และเพิร์ลฮาร์เบอร์ ท่าเรือสำคัญที่เป็นที่รู้จักจากการโจมตีสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนเกาะอื่น ๆ ก็มีกิจกรรมที่หลากหลายให้นักท่องเที่ยวทำเช่นกัน อาทิ การชมลาวาบริเวณปล่องภูเขาไฟ , เยี่ยมชมทุ่งเลี้ยงสัตว์พร้อมพักผ่อนในรีสอร์ทหรู หรือเยี่ยมชมหมู่บ้านเก่าแก่ อีกทั้งขับรถท้าสายลมชมชายฝั่งทะเลอันงดงาม

ฮาวายได้ชื่อว่าเป็นเกาะสวรรค์ที่ไม่ใช่สำหรับคนอเมริกาเท่านั้น แต่ยังเป็นเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอีกด้วย ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายแห่ง ประกอบกับอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวห่างจากฝั่งแผ่นดิน จึงทำให้ฮาวายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศ

สำหรับหมู่เกาะฮาวายจะมีเกาะมากถึง 137 เกาะ แต่มีเกาะหลัก ๆ สำหรับท่องเที่ยวเพียง 8 เกาะเท่านั้น โดยเกาะที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ เกาะฮาวายหรือเกาะใหญ่แห่งฮาวาย และเมืองโฮโนลูลู เมืองหลวงของรัฐฮาวายบนเกาะโอวาฮู โดยเกาะฮาวายหรือเกาะใหญ่แห่งฮาวายมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่น่าสนใจ

อุทยานแห่งชาติกลุ่มภูเขาไฟฮาวาย ซึ่งมีกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินมาเป็นจำนวนมาก เช่นร่วมชมนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติของอุทยาน การก่อตัวของภูเขาไฟ ชมปล่องภูเขาไฟที่กำลังปะทุและลาวาที่ไหลลงมาตามขอบภูเขา และเดินป่าไปทางตามทางเดินยาว 214 กิโลเมตรของอุทยาน , น้ำตกอคาคา เป็นน้ำตกที่สวยและใหญ่ที่สุดในเกาะฮาวายและถือเป็นน้ำตกที่เดินทางไปถึงได้ง่ายที่สุด นอกจากน้ำตกอคาคาซึ่งมีความสูง 135 เมตรแล้วก็ยังมีน้ำตกคาฮูนา (Kahuna Waterfall) ความสูง 30 เมตร ตั้งอยู่บริเวณทางผ่านไปน้ำตกอคาคาอีกด้วย โดยทางเดินศึกษาธรรมชาติบริเวณน้ำตกอคาคานั้นเป็นทางเดินผ่านป่าฝนที่มีภูมิทัศน์สวยงาม ระหว่างทางมีป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับต้นไม้บริเวณสองข้างทาง ได้ทั้งออกกำลังกาย ได้ทั้งความรู้และได้ชมความสวยงามของน้ำตกที่สวยที่สุดในรัฐฮาวายไปพร้อมๆ กันเลยทีเดียว

น้ำตกอคาคา เป็นน้ำตกที่สวยและใหญ่ที่สุดในเกาะฮาวาย และถือเป็นน้ำตกที่เดินทางไปถึงได้ง่ายที่สุด นอกจากน้ำตกอคาคาซึ่งมีความสูง 135 เมตรแล้ว ก็ยังมีน้ำตกคาฮูนา (Kahuna Waterfall) ความสูง 30 เมตร ตั้งอยู่บริเวณทางผ่านไปน้ำตกอคาคาอีกด้วย โดยทางเดินศึกษาธรรมชาติบริเวณน้ำตกอคาคานั้นเป็นทางเดินผ่านป่าฝนที่มีภูมิทัศน์สวยงาม ระหว่างทางมีป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับต้นไม้บริเวณสองข้างทาง ได้ทั้งออกกำลังกาย ได้ทั้งความรู้ และได้ชมความสวยงามของน้ำตกที่สวยที่สุดในรัฐฮาวายไปพร้อมๆ กันด้วย

พระราชวังอิโอลานี เป็นพระราชวังของราชวงศ์ฮาวายและเป็นพระราชวังแห่งเดียวในประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1882 และกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อปี ค.ศ.1978 หลังการล่มสลายของสถาบันกษัตริย์ สถาปัตยกรรมการก่อสร้างพระราชวังเป็นแบบเรอเนสซองส์ เน้นซุ้มประตูสูงและเสาสมมาตร ภายในจัดแสดงห้องบรรทม ห้องรับรอง ห้องบัลลังก์ และห้องเสวยของราชวงศ์ ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ และงานศิลปะที่น่าสนใจมากมาย

ชายหาดไวกิกิ อีกหนึ่งสถานที่สำหรับคนที่อยากไปเที่ยวทะเล ที่นี่มีทะเลรวมถึงชายหาดที่สวยงามมาก ๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำมากมาย อาทิ การเล่นกระดานโต้คลื่น เนื่องจากคลื่นบริเวณชายหาดไวกิกิมีขนาดใหญ่และมีความแรงพอเหมาะ จึงถือเป็นสวรรค์ของนักโต้คลื่นเลยก็ว่าได้ หรือถ้าใครชอบว่ายน้ำและอาบแดด ไวกิกิก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

หมู่เกาะฮาวายจึงถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากความสวยงามของชายหาดและทะเลแล้ว ก็ยังมีความสวยงามทางธรรมชาติรูปแบบอื่นๆ รวมถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อีกมากมาย สำหรับใครที่สนใจจะไปเที่ยวที่ฮาวาย ต้องบอกเลยว่าที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมาย อย่าพลาดที่จะลองไปเที่ยวฮาวายสักครั้งหนึ่งในชีวิต รับรองว่าไม่ผิดหวังและจะต้องอยากกลับไปเที่ยวที่นี่อีกครั้งอย่างแน่นอน นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


เปิดวาร์ป-สถานที่เคาท์ดาวน์ปีใหม่-2019-ยอดฮิตทั่วไทย_web-1.jpg

ปีใหม่ปีนี้! “กินอยู่เป็น” ได้รวบรวมสถานที่ร่วมงานเคาท์ดาวน์ นับถอยหลังสู่ปี 2019 กับหลากหลายสถานที่จัดกิจกรรมยอดฮิตทั่วประเทศไทย ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น

“ปีใหม่ไปไหน?” คำถามนี้มักจะเป็นคำถามสุดฮิตที่มักจะถูกถามกัน ซึ่งอีกไม่กี่วันก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ปี พ.ศ.2562 (ค.ศ.2019) เทศกาลแห่งความสุขที่ใครหลาย ๆ รอคอย เป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองช่วงวันหยุดยาว ส่วนใหญ่ก็คนวางแผนเดินทางกลับต่างจังหวัดหรือท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงนี้ และหลาย ๆ คนจะได้ทิ้งเรื่องราวแย่ ๆ ไปพร้อมกับปีเก่า ๆ แล้วเตรียมเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในปีใหม่

อีกหนึ่งในกิจกรรมที่เป็นที่นิยมกันของหลาย ๆ คน ไม่เพียงแค่ชาวตางชาติเท่านั้น ในประเทศไทยบ้านเราก็ต่างเฝ้ารอเช่นกัน นั่นคือ การตั้งหน้าตั้งตารอนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ จริง ๆ แล้วการจัดกิจกรรมเคาวดาวน์เกิดขึ้นมานานมากในต่างประเทศ และกระแสดังกล่าวเริ่มเข้ามาในประเทศไทยในช่วงประมาณปี ค.ศ.2000 ซึ่งเป็นการก้าวเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ ประเทศไทยจึงเริ่มมีการจัดกิจกรรมนับถอยหลังในช่วงนั้น โดยเริ่มจัดครั้งแรกที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กระทั่งในปีต่อมา จึงเริ่มมีการจัดงานเคาวดาวน์ในประเทศไทย อย่างเช่นห้างสรรพสินค้าเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ (ปัจจุบันคือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล) ที่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จัดกิจกรรมเคาวน์ดาวน์เป็นประจำทุก ๆ ปี จนเป็นที่นิยมกระทั่งถึงปัจจุบัน

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ได้รวบรวมสถานที่จัดงานเคาวดาน์ยอดฮิตในปีนี้ สำหรับใครที่สนใจอยากร่วมกิจกรรมก็สามารถแวะไปร่วมนับถอยหลังกันได้ มีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลยทีกว่า

 

 

กรุงเทพและปริมณฑล
– AIS Bangkok Countdown 2019 ณ ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล (ถ่ายทอดสด ผ่านทางช่อง 3SD , 3HD และยังดูผ่าน Apps AIS Play)
– Asiatique Thailand Countdown 2019 “The Tomorrow Port” ห้างสรรพสินค้าเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ (ถ่ายทอดสดทางช่อง Amarin TV)
– MEGA Countdown 2019 ณ ศูนย์การค้า เมกา บางนา (ถ่ายทอดสดทาง ช่อง one 31)
– Amazing Thailand Countdown 2019 ณ ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม (ถ่ายทอดสดทาง ช่อง 9 MCOT HD, PPTV, True4U, TNN24 และ Thai PBS)
– CDC Countdown 2019 ณ ห้างสรรพสินค้าซีดีซี ถ.เลียบทางด่วนฯ
– FUTURE PARK & ZPELL COUNTDOWN 2019 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ รังสิต จ.ปทุมธานี (ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live : Future Park Society)

 

 

ต่างจังหวัด

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
– เทศกาลรับตะวันใหม่ก่อนใครในสยามจังหวัดอุบลราชธานี ณ ผาชะนะได อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จ.อุบลราชธานี
– Khon Kaen Countdown 2019 ณ ประตูเมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น
– “เทศกาลหุ่นฟางยักษ์ และหมอลำหุ่นมหาสารคาม 2019” ณ ลานข้างหมู่บ้านสีวลี แยกพลศึกษา ริมถนนสายมหาสารคาม-โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม
– Amazing Thailand Countdown 2019 ณ หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ จ.นครพนม

ภาคเหนือ
– เทศกาลเคาท์ดาวน์เชียงใหม่ ณ ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่
– ปีใหม่สากลชุมชนทุกเผ่า ชาวแม่ฮ่องสอน ปี 2562 ณ สวนสาธารณะหนองจองคำ จ.แม่ฮ่องสอน

ภาคใต้
– Central Phuket International Countdown 2019 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต
– ส่งตะวันและภูเก็ตเคาท์ดาวน์ 2562 ณ ปลายแหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต
– งานปาร์ตี้ปีใหม่เกาะพะงัน ณ หาดริ้น เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี
– Happy City Happy Countdown Suratthani ณ ศาลหลักเมือง ริมเขื่อน แม่น้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี
– Huahin Count Down 2018 ณ หัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ภาคกลางและภาคตะวันออก
– Count Down อัมพวารื่นเริงเถลิงศกใหม่ ณ ริมเขื่อนหน้าที่ว่าการอำเภออัมพวา จ.สมุทรสงคราม
– Mono29 Pattaya Countdown 2019 ณ แหลมบาลีฮาย พัทยา จ.ชลบุรี

 

ปีใหม่ปีนี้ ถ้าอยากไปร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ ก็ชวนครอบครัว แฟน เพื่อนฝูง ไปกันได้ ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น หรืออยากไปที่ไหนก็แวะไปได้เลย สำหรับใครที่อยากเคาวน์ดาวน์ที่บ้าน ไม่ชอบออกไปไหน ไม่ชอบความวุ่นวาย ก็เปิดหน้าจอโทรทัศน์ชมการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ได้ สะดวกสบาย ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่สำคัญยังสามารถเคาท์ดาวน์ได้หลาย ๆ ที่พร้อมกันทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


ชวนเที่ยว-ซีถัง-เมืองโบราณกลางสายน้ำ-ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี_web-1.jpg

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของ “ซีถัง” หนึ่งในสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี สัมผัสสุนทรียแห่งความเงียบสงบ และวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวเมือง ถือเป็นตัวเลือกอีกหนึ่งแห่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะหลีกหนีความเร่งรีบและความวุ่นวายของเมืองใหญ่

เมื่อพูดถึงประเทศจีน ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอยู่เยอะแยะมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ภูเขาเทียนจื่อ , อุทยานแห่งชาติหวงหลง , อุทยานธรณีวิทยา จางเย่ ตันเซี๋ย , กำแพงเมืองจีน , ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นสถานที่ที่มีเรื่องราวในอดีต ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงความเป็นมาที่น่าศึกษาและเรียนรู้

เช่นเดียวกับ “ซีถัง” ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่อดีต ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด โดย “ซีถัง” เป็นเมืองโบราณกลางสายน้ำ ตั้งอยู่มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของประเทศจีน มีอายุเก่าแก่นับพันปี มีแม่น้ำ 9 สายล้อมรอบ เป็นตัวเลือกอีกหนึ่งแห่งสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะหลีกหนีความเร่งรีบและความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ภายในมีถนนที่ถูกปูด้วยก้อนหิน อาคารเก่า สะพานโค้งพาดผ่านคลอง และเรือที่พายไปมาภายในลำคลอง ล้วนเป็นเอกลักษณ์สร้างเสน่ห์ให้กับที่แห่งนี้ แต่ปัจจุบันมีการสร้างหรือปรับปรุงสิ่งก่อสร้างในบางแห่ง อาทิ สะพาน เพื่อเสริมความแข็งแรง แต่ยังคงไว้ซึ่งรูปแบบของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิม นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

หากมองทิวทัศน์จากมุมสูงจะเห็นระลอกน้ำกระเพื่อมหยอกล้อเล่นกับแสงอาทิตย์ เปล่งประกายอยู่บนผืนน้ำ เห็นวิถีชีวิตของผู้คนริมฟากสองฝั่งคลอง บรรยากาศในตอนเช้า มีไอหมอกลอยล่องดุจใยไหมอยู่เหนือสายน้ำที่ไหลรินอยู่ใต้สะพาน ส่วนตอนเย็น มีเสียงดนตรีจากเรือลำน้อยบรรเลงคลอเคล้าไปกับโคมไฟน้อยใหญ่ที่เริ่มส่องแสงนวลอ่อน สร้างบรรยากาศแห่งค่ำคืนอันแสนโรแมนติก

เนื่องจาก “ซีถัง” เป็นเมืองโบราณกลางสายน้ำที่มีทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ ดังนั้น หากมาเที่ยวที่นี่จะต้องลิ้มลองอาหารเมนูปลา อาทิ เนื้อปลาฝังจวี้คั่วพริกเกลือ , ไข่ตุ๋นเนื้อปลาไช่ฮวา ส่วนของฝากติดไม้ติดมือแนะนำเป็นไวน์ข้าวฟ่างรสเลิศ , เค้กสมุนไพร เป็นต้น

“ซีถัง” ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไม่ควรพลาด และควรค่ากับการไปสัมผัสบรรยากาศแห่งความสงบ ศึกษาประวัติศาสตร์ในสมัยก่อน รับรองเลยใครที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่นี่ จะต้องประทับใจอย่างแน่นอน

 

ขอขอบคุณ เนื้อหาและภาพจาก : China Xinhua News


เผยโฉม-อาคารภูเขา-โดดเด่นริมชายหาดกว่างซีของจีน_web-1.jpg

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของประเทศจีนได้เปิดตัว “อาคารภูเขา” สิ่งปลูกสร้างแห่งใหม่ อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของจีน ด้วยอาคารที่มีรูปทรงแปลกตาคล้าย ๆ กับภูเขา พร้อมห้องพักไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ในประเทศจีนนั้นมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น กำแพงเมืองจีน , สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ , เขาสายรุ้งตันเซี่ย , พระพุทธรูปเล่อซาน , ฯลฯ ที่สำคัญประเทศจีนถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีคนจากหลายหลายประเทศเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุด ล่าสุด มีอีกหนึ่งแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเมืองจีน

โดยสำนักข่าว China Xinhua News รายงานว่า ประเทศจีนได้เปิดตัว “อาคารภูเขา” ซึ่งถือเป็นสิ่งปลูกสร้างแห่งใหม่ ตั้งอยู่เมืองเป่ยไห่ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางตอนใต้ของจีน ที่ต้องบอกว่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของจีนเลยก็ว่าได้ ด้วยอาคารที่มีรูปทรงแปลกตาคล้าย ๆ กับภูเขา มีความสูงพอ ๆ กับตึกสูง ๆ ทั่วไป มีห้องพักไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

สำหรับโรงแรมริมชายหาดแห่งนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากลักษณะภูมิประเทศแบบคาสต์ (Karst) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของกว่างซีและภูมิภาคจีนตอนใต้ นักท่องเที่ยวที่สัญจรผ่านไปมาบริเวณนั้น หรือไปที่บริเวณชายหาดกว่างซี ก็ไม่พลาดที่จะได้ยลโฉมตึกสูง ๆ คล้ายภูเขา และไม่พลาดที่จะได้หยิบสมาร์ทโฟนหรือกล้องถ่ายรูปขึ้นมาถ่ายรูปเก็บภาพความสวยงามของอาคารดังกล่าวไว้เป็นที่ระลึกด้วย นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก่อนหน้านี้ ที่ประเทศจีนได้มีการก่อสร้างอาคารรูปทรงลักษณะแปลกตาแปลกใจ อย่างในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ทางใต้ของจีน ได้มีการสร้างอาคารศูนย์สื่อแห่งใหม่ของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง และเป็นที่ทำการของสถานีโทรทัศน์กว่างซี โดยหลายคนมองอาคารดังกล่าวนี้คล้ายกับปลัดขิก ซึ่งทางสถาปนิกเปิดเผยว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาขั้นบันไดบนภูเขา ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง

ขอขอบคุณ : เนื้อหาจาก China Xinhua News


Backpacker-เตรียมตัวให้พร้อม-เมื่อวันหนึงฉันเดินเข้าป่า_web-2.jpg

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของ “การเดินป่า” ถือเป็นกิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดท้าทายของคนที่ชื่นชอบการลุย ต้องกายพร้อม ใจพร้อม และต้องสตรองอย่างหนักด้วย แต่การจะเดินป่าทั้งที โดยเฉพาะมือใหม่หัดเข้าป่า ต้องเตรียมเนื้อเตรียมตัวอย่างไรดี เพื่อให้การเดินเข้าป่าเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ตะกุกตะกะ เที่ยวป่าอย่างมีความสุข

วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า…..ช่วงนี้หมดช่วงฤดูฝน เข้าสู่ฤดูหนาวกันแล้ว สาวกคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบธรรมชาติก็เตรียมแผนที่จะเดินเท้าเข้าป่ากางเต้นท์ ไปสัมผัสการใช้ชีวิตสุดชิคส์ ๆ ท่ามกลางธรรมชาติรุมล้อม ตื่นตอนเช้าดูพระอาทิตย์ขึ้น ทำอาหารกินเองกลางป่า ถ่ายรูปสวย ๆ สำหรับคนที่ไปบ่อยก็จะคุ้นจะชินกับการเข้าป่าอยู่แล้ว แต่สำหรับมือใหม่ที่อยากเข้าป่า แต่ไม่เคยไปเลย ก็ไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมเนื้อเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพื่อให้การเดินป่าเป็นไปอย่างสนุกมีความสุขสุดสุด

โดยปกติ การเดินป่า ถือเป็นกิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดท้าทายอีกกิจกรรมหนึ่งของคนที่ชื่นชอบการลุย ต้องใช้พละกำลังและร่างกายในการเดินป่าหลายกิโลเมตร อย่างต่ำ 4-8 ชั่วโมง/วัน บวกกับการที่คุณต้องแบกสัมภาระหนัก ๆ อีกด้วย บอกเลยว่า ใครที่อ่อนแองานนี้ก็ต้องแพ้ไปตามระเบียบแน่นอน กิจกรรมนี้เหมาะสำหรับคนที่กายพร้อม ใจพร้อม และต้องสตรองอย่างหนักด้วย ถึงจะลุยป่าได้

แต่การจะเดินป่าทั้งที โดยเฉพาะมือใหม่หัดเข้าป่า ต้องเตรียมเนื้อเตรียมตัวอย่างไรดี เพื่อให้การเดินเข้าป่าเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ตะกุกตะกะ ต้องเตรียมตัวในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้

1. เตรียมร่างกายให้พร้อม : ร่างกายสำคัญที่สุด เมื่อใกล้ถึงกำหนดวันที่จะแบ็คแพคเข้าป่า ควรดูแลร่างกายของตัวเองให้แข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย หรือประสบอุบัติเหตุจนทำให้ร่างกายบาดเจ็บ เพราะหากป่วยหรือบาดเจ็บขึ้นมา อาจจะเป็นอุปสรรคในการเดินป่าของคุณได้ ดังนั้น เตรียมร่างกายของคุณให้แข็งแรง ฝึกเดินหรือวิ่งตามสวนสาธารณะเพื่อสัมผัสกับการเดินทางระยะไกล เพราะเดี๋ยวตอนเดินเข้าป่าของจริง ร่างกายจะไม่ไหวเอาเสียก่อน

2. เตรียมอุปกรณ์สำหรับการเดินป่า : อุปกรณ์สำหรับการเดินป่าในที่นี้หมายถึงระหว่างที่เราเดินเข้าไปในป่า ต้องมีอุปกรณ์สำคัญ ๆ ที่ขาดไม่ได้อย่างยิ่ง ประกอบด้วย เข็มทิศ , รองเท้าสำหรับเดินป่า (งดพวกรองเท้าแตะหรือรองเท้าส้นสูง) เอาเป็นรองเท้าที่ใส่สบาย , ถุงกันทาก , เสื้อกันฝน (กรณีฝนตก) , ไม้เท้าเดินป่า ฯลฯ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้งานระหว่างการเดินป่า เพราะพื้นที่ภายในป่าไม่ได้ราบเรียบหรือเดินสะดวกเหมือนพื้นถนนทั่วไป บางจุดเป็นทางที่มีความชัน มีหลุม มีบ่อ ถ้าเราไม่เตรียมของพวกนี้ไป อาจเป็นอันตรายเช่น โดนทากกัด , หกล้มระหว่างเดินในป่า เป็นต้น

3. เตรียมอุปกรณ์สำหรับค้างแรม : อุปกรณ์สำหรับค้างแรมกรณีที่นอนค้างคืนอย่างน้อย 1 คืน สำคัญที่สุดคือ เต้นท์ , ถุงนอน , เปล , หมอน , เสื่อ , ผ้าใบ ฯลฯ อุปกรณ์พวกนี้จำเป็นอย่างยิ่งในการเข้าป่า กรณีค้างแรมอย่างน้อย 1 คืน เพราะช่วงกลางคืนไม่เหมาะอย่างยิ่งในการเดินป่า ส่วนใหญ่จะปักหลักพักผ่อนนอนหลับ เพื่อเก็บแรงไว้เดินป่าต่อในวันรุ่งขึ้น

4. เตรียมอุปกรณ์ เสื้อผ้า เครื่องใช้ : กรณีที่ต้องค้างแรมมากกว่า 1 คืน อาจจะต้องเปลี่ยนชุด ฉะนั้น เตรียมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายไปอย่างน้อย 2-3 ชุด (ไม่ควรเอาไปเยอะ) แะอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำ อาทิ ผ้าขนหนู , แชมพู , สบู่ , โฟมล้างหน้า , แปรงสีฟัน , ยาสีฟัน ฯลฯ เพื่อใช้ในการชำระล้างร่างกายให้สะอาด กรณีที่บางพื้นที่มีห้องน้ำไว้ให้บริการ แต่พื้นที่บางแห่งอาจจะอยู่กลางป่าเลย อาจจะไม่มีห้องน้ำ แต่มีเป็นน้ำตกหรือลำธารแทน อาจจะต้องอาบน้ำจากจุดนั้น นอกจากนี้ ไฟฉาย , พาวเวอร์แบงค์ , อุปกรณ์ปฐมพยาบาล

5. เตรียมเครื่องอุปโภค บริโภค : อาหารเป็นสิ่งจำเป็นในการประทังชีวิตขณะเดินเข้าป่า ฉะนั้น ควรเตรียมอาหารสำเร็จรูปที่ประกอบอาหารได้ง่าย ๆ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป , ไข่ เป็นต้น แต่ถ้าหากอยากจะประกอบอาหารด้วยตนเองภายในป่า ก็เตรียมอุปกรณ์สำหรับประกอบอาหารที่เป็นลักษณะของการเข้าป่า เช่น ไฟแช็ค ,หม้อใบเล็ก ๆ ,ช้อน-ส้อม ,วัตถุดิบสำหรับประกอบอาหาร พวก ข้าว เนื้อหมู ไข่ไก่ ผัก เป็นต้น และก็ขนมถุง ขนมปัง น้ำดื่ม ก็อย่าลืมเตรียมไปด้วย แต่ไม่ต้องเตรียมไปเยอะมากนัก เอาไปแค่พอจำเป็นเท่านั้น

เตรียมตัวให้พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจรวมถึงสิ่งของที่จะต้องแบกไปด้วย อย่างไรซะ พกเฉพาะสิ่งที่จำเป็น ๆ ไปเท่านั้น ไม่ต้องแบกไปเยอะแยะ หนักกระเป๋าเสียเปล่า อย่าลืมว่าเราต้องเดินป่าด้วย การจัดกระเป๋าเป้สำหรับเดินป่าพยายามอย่าให้เกิน ร้อยละ 15-20 ของน้ำหนักตัวเรา มิฉะนั้น เราจะเดินป่าอย่างยากลำบาก สุดท้าย การเดินป่าของเราจะไม่สนุกขึ้นมาทันที ถ้าเราเตรียมตัวมาดี เตรียมตัวมาพร้อม การเดินป่าก็จะเป็นเรื่องสนุก ๆ และเราก็จะมีความสุขกับการท่องเที่ยวสีเขียวตามแบบฉบับแบ็คแพ็คเกอร์เดินป่าอย่างแน่นอน นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอให้สนุกกับการเดินป่านะครับ…

 


สะพานเลียบชายทะเล-ชลมารควิถี-อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ควรค่าแก่การท่องเที่ยว_web-1.jpg

สุดสัปดาห์นี้ คุณวางแผนไปท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกันที่ไหนเอ่ย? หากคุณยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวไหน ขอแนะนำ “สะพานชลมารควิถี” สะพานเลียบชายทะเล จ.ชลบุรี ที่เที่ยวอีกหนึ่งแห่งที่น่าสนใจไม่แพ้เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เลยทีเดียว

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของสะพานเลียบชายทะเล “ชลมารควิถี” เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2559 มีการแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 5 ช่วง แต่เสร็จสมบูรณ์เปิดใช้งานได้ ก็คือช่วงที่ 3 งานสะพานเลียบชายทะเล จากเทศบาล ต.บางทราย ถึงบางทรายซอย 83 ระยะทางโดยรวม 1.5 กิโลเมตร ส่วนช่วงอื่น ๆ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดใช้งานภายในปี 2563

สะพานเลียบชายทะเล “ชลมารควิถี” ถือเป็นสะพานแห่งแรกของประเทศไทยที่สร้างสะพานเลียบชายทะเลของ จ.ชลบุรี ขึ้น สะพานแห่งนี้หลังจากเปิดใช้งานแล้ว ก็ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นเส้นทางที่ผู้ใช้ถนนสามารถใช้เส้นทางดังกล่าวมุ่งหน้าออกสู่ถนนสุขุมวิทและเข้ากรุงเทพฯ ได้ และสามารถเลี่ยงการจราจรติดขัดบริเวณเส้นตัวเมืองชลบุรีได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังควรค่ากับการมาสูดอากาศชมวิวแบบ 360 องศา ริมชายทะเล ช่วงเช้าๆ เย็นๆ สามารถเดินทางมาออกกำลังกายที่นี่ได้ แถมยังสามารถเดินทางมาถ่ายรูปสวยๆ ที่นี่ได้เช่นกัน

ส่วนในช่วงเย็น ๆ ค่ำ ๆ นักท่องเที่ยวคนไหนอยากรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารซีฟู้ด ต้องมาที่ตลาดประมงท่าเรือพลี บริเวณสะพานเลียบชายทะเล “ชลมารควิถี” ที่เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาจับจ่ายช็อปปิ้งอาหารซีฟู๊ดสดๆ สามารถซื้อมานั่งรับประทานที่นี่ในบรรยากาศเย็น ๆ สบาย ๆ หรือจะเอากลับไปทำอาหารที่บ้านก็ได้ โดยตลาดประมงท่าเรือพลีจะเปิดทุกวันเสาร์ตั้งแต่เวลา 16:00 น. เป็นต้นไป

สำหรับใครที่อยากไปสัมผัสบรรยากาศสวยๆ ริมทะเล สะพานเลียบชายทะเล “ชลมารควิถี” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทางไปท่องเที่ยว สนใจเดินทางไปกันได้ อยู่ที่ จ.ชลบุรี ไม่ไกลเลย และเชื่อเลยว่า สะพานเลียบชายทะเล “ชลมารควิถี” แห่งนี้จะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของ จ.ชลบุรี ที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาแวะเวียนไม่ขาดสาย โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ บอกเลยว่าที่นี่สวยสดงดงามไม่แพ้พัทยา บางสน หรือเกาะล้านเลยทีเดียว นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


ทางรถไฟสายเก่า-มนต์เสน่ห์ใจกลางกรุงฮานอย-ประเทศเวียดนาม_web-1.jpg

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของ “ทางรถไฟสายเก่า” ใจกลางกรุงฮานอยของเวียดนาม หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต่างเดินทางไปท่องเที่ยวกัน เพราะเสน่ห์ของที่นี่คือการที่รถไฟสายนี้จะแล่นผ่านบ้านเรือนประชาชนไปอย่างใกล้ชิด

ช่วงนี้เป็นช่วงไฮซีซั่น ผู้คนมากมายทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติก็เริ่มหาสถานที่ท่องเที่ยวในช่วงนี้กันแล้ว ในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวไทย ประเทศเวียดนามถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยหลายคนอยากไปท่องเที่ยวที่ประทศนี้ เพราะมีสถาปัตยกรรม สถานที่ท่องเที่ยว และอารยธรรรมต่างๆ ของประเทศนี้ที่น่าสนใจมาก “ฮานอย” แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต่างเดินทางไปเที่ยวกัน ในย่านโอลด์ควอเตอร์ ย่านเมืองเก่าของฮานอย ที่นี่นอกจากจะมีคาเฟ่ ร้านกาแฟ และร้านอาหารมากมายไว้รองรับนักท่องเที่ยวแล้ว หนึ่งในนั้นมี “ทางรถไฟสายเก่า” ที่แล่นผ่านตึกรามบ้านช่องย่านใจกลางเมือง

“ทางรถไฟสายเก่า” ได้รับการก่อสร้างขึ้นสมัยที่เวียดนามตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส และตอนนี้มันกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว เพราะเสน่ห์ของ “ทางรถไฟสายเก่า” คือการที่รถไฟสายนี้จะแล่นผ่านบ้านเรือนประชาชนไปอย่างใกล้ชิด ขณะที่ชาวบ้านก็ออกมาใช้ชีวิตบนทางรถไฟ เพราะนี่คือชีวิตประจำวันของพวกเขา

 

 

 

 

 

 

“ทางรถไฟสายเก่า” สายนี้ เดิมทีได้รับการก่อสร้างขึ้นในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครองเวียดนาม ดังนั้นฝรั่งเศสจึงสร้างทางรถไฟขึ้นมาเพื่อไว้ใช้ขนส่งสิ่งของและเพื่อการคมนาคมของประชาชน แต่ในยุคหลังระหว่างสงครามเวียดนาม บางช่วงของทางรถไฟได้รับความเสียหายอย่างหนักจากระเบิดของกองทัพสหรัฐฯ ที่ระดมทิ้งใส่เวียดนามเหนือ ซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์ แต่มาถึงทุกวันนี้ “ทางรถไฟสายเก่า” กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่มาเยือนฮานอยจะพลาดไม่ได้

นอกเหนือไปจากการมาสัมผัสบรรยากาศอันสุดแสนมีเสน่ห์ริมทางรถไฟแล้ว การขึ้นรถไฟสายนี้เพื่อเดินทางท่องเที่ยวก็เป็นตัวเลือกที่ดีอีกหนึ่งทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการการเดินทางอันน่าค้นหา มีเสน่ห์ชวนหลงไหล และโอบล้อมไปด้วยประวัติศาสตร์เก่าแก่ของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต