Endorphine

kdtg0hk.jpg

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของบางกะเจ้า อำเภอพระประแดง ปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม ในฐานะ “แหล่งฟอกปอดขนาดใหญ่ใกล้เมืองกรุง” ซึ่งมีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่อันน่ารื่นรมย์ มีจุดเช็คอิน กิน ดื่ม ชม ช็อป พร้อมกิจกรรมสนุกมากมาย ทั้งการที่เดินทางไปมาสะดวก จึงเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ บางกะเจ้า รวมถึงบริเวณพื้นที่รอบตัวอำเภอพระประแดง ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ถูกสั่งสมและถ่ายทอดมาเกือบ 200 ปี โดยเฉพาะศิลปวัฒนธรรมของวัดวาอารามที่มีอยู่มากมาย แต่ละวัดสามารถถ่ายทอดร้อยเรียงความเป็นมาของประวัติศาสตร์ไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อลงลึกลงไปจะเห็นได้ว่ามีความเป็นมาที่ผูกพันธ์กับแผ่นดินรัตนโกสินทร์เป็นอย่างมาก

วันนี้ทีมงานกินอยู่เป็น จึงขอรวบรวมข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์น่าสนใจของ 10 วัด รอบพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า และบริเวณรอบๆ อำเภอพระประแดง มาให้ทุกท่านได้ทราบ เผื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่นิยมการเดินทางทำบุญไหว้พระทำบุญ รับรองว่าการมาไหว้พระที่นี่ นอกจากท่านจะได้ทำบุญแล้ว ยังเป็นโอกาสให้ท่านได้ศึกษาความเป็นมาน่าสนใจของประวัติศาสตร์ไทยอีกทางหนึ่งด้วย

แต่ต้องขอบอกก่อนว่า นอกจาก 10 วัดนี้แล้ว อำเภอพระประแดง และ บางกะเจ้า ก็ยังมีวัดเก่าแก่ที่สำคัญอีกมาก ซึ่งทุกท่านสามารถร่วมแชร์ หรือ ถ่ายทอดเรื่องราว มาบอกกล่าวทีมงานกันได้ แต่ตอนนี้ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย…

 

Credit : http://bangnamphueng.go.th

1. วัดบางน้ำผึ้งนอก ถูกสร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย อายุราว 350 ปี การมาวัดแห่งนี้ นอกจากนมัสการเพื่อขอพรจากหลวงพ่อใหญ่ พระประธานศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังสามารถแวะชมภาพจิตรกรรมของช่างศิลป์ในยุคต้นรัตนโกสินทร์ในพระอุโบสถหลังเก่า เช่น ภาพหนุ่มสาวไทย ภาพการตั้งเครื่องบูชาแบบจีน ภาพเทวดาทวารบาล และภาพสาวมอญนุ่งผ้าแหวก ซึ่ง น. ณ ปากน้ำ หรือ อาจารย์ประยูร อุลุชาฎะ ศิลปินแห่งชาติ บรรยายไว้ในหนังสือเล่มหนึ่งของท่านว่า นี่คือภาพสาวมอญที่สวยที่สุดในสยามประเทศ

 

2. วัดบางน้ำผึ้งใน เดิมชื่อ “วัดดุสิฎาราม” ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.2450 ก่อนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา (เขตที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานแก่พระสงฆ์เป็นการเฉพาะเพื่อใช้สร้างอุโบสถ) ใน พ.ศ.2453 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดบางน้ำผึ้งใน” ปี พ.ศ.2560

วัดแห่งนี้เป็นเสมือนศูนย์รวมจิตใจที่ชาวบางน้ำผึ้งให้ความเคารพนับถือมายาวนาน โดยผู้ที่ไปเที่ยวตลาดบางน้ำผึ้ง ซึ่งอยู่บริเวณด้านข้างวัด สามารถเข้ามาแวะไหว้ พระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเสริมสิริมงคลได้

 

Credit : http://bangkorbuae.go.th

3. วัดบางกอบัว สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่ยุคค้นแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ราวปี พ.ศ. 2247 โดยสองสามีภรรยาชาวมอญชื่อ “มะทอ” และ “ประทุม” โดยขนานนามว่า “วัดบางกะบัว” ต่อมาเพี้ยนเป็น “วัดบางกอบัว” โดยวัดแห่งนี้ สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 11 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เคยเสด็จมาประทับแรมด้วย นอกจากนี้ยังเปิดสอนพระปริยัติธรรม มาตั้งแต่ พ.ศ.2480

 

4. วัดบางกระเจ้านอก ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2453 ไม่ปรากฏนามผู้สร้าง เนื่องจากตั้งอยู่ที่ปากคลองบางกระเจ้า ชาวบ้านจึงนิยมเรียกว่า วัดปากคลองบางกระเจ้า อีกชื่อหนึ่งด้วย โดยวัดแห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของคุ้งบางกะเจ้า และภายในวัดยังมีอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งสร้างขึ้นโดยความร่วมแรงร่วมใจของผู้มีจิตศรัทธาให้เคารพสักการะด้วย

 

Credit : Facebook : พระประแดงที่รัก

5. วัดอาษาสงคราม เป็นพระอารามหลวงอีกหนึ่งแห่งในพระประแดง ชื่อเดิมว่า “เภี่ยงเกริงสละ” เป็นภาษารามัญ แปลว่า “วัดคลองจาก” ก่อสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2363 โดย สมิงอาษาสงคราม แม่ทัพชาวรามัญ ของกรุงรัตนโกสินทร์ ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 2 ก่อนที่ต่อมาวัดแห่งนี้จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดอาษาสงคราม” ตามพระราชทินนาม

 

นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


ย้อนตำนานอดีต.jpg

เมื่อกล่าวถึงเมืองพระประแดง หลายท่านคงทราบดีว่า นี่คืออีกหนึ่งเมืองหน้าด่านเก่าแก่ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ทรงสร้างขึ้นพร้อมพระราชทานนามว่า นครเขื่อนขันธ์ แต่ทราบหรือไม่ว่า เมืองแห่งนี้มีความเกี่ยวข้องกับคลองเตยในอดีต ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงตำนาน “เจ้าชายสายน้ำผึ้ง” เจ้าเมืองอโยธยาศรีรามเทพนคร ผู้สร้างตำนานรักไทยจีนกับพระนางสร้อยดอกหมาก นำสู่การสร้างวัดพนัญเชิงอีกด้วย…..

โดยถูกกล่าวถึงไว้ใน ตำนานพงศาวดารเหนือ ซึ่งรวบรวมโดยพระวิเชียรปรีชา(น้อย)  ตามรับสั่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย สมัยยังดำรงพระเกียรติยศเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ว่าย้อนไปในสมัยทวารวดี เมื่อหลายพันปีก่อน “เจ้าชายสายน้ำผึ้ง” ทรงคิดจะสร้างเมืองใหม่ จึงยกพลล่องลำน้ำเจ้าพระยาเพื่อหาทำเลโดยทรงพอใจพื้นที่แถวบางเตย (คลองเตยในปัจจุบัน) แต่มีพระอาจารย์ห้ามเอาไว้ว่าเพราะพื้นที่แห่งนี้น้ำมีความเค็มปนอยู่มากจึงไม่ควรสร้าง ดังนั้นเจ้าชายสายน้ำผึ้งจึงสร้างวัดหน้าพระธาตุถวายพระอาจารย์ แล้วมาสร้าง “วัดมงคลบพิตร” แทน ก่อนสวรรคตในปี จุลศักราช 427

ขณะที่ บางเตย หรือ คลองเตย ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามคุ้งบางกะเจ้าโดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาตัดขวางนั้น ในอดีตก็คือ หนึ่งในคลองสาขาของแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนถูกถมพื้นที่เป็นถนนเกษมราษฎร์ ซึ่งก็คือถนนที่แยกจากพระราม 4 จนถึงกรมศุลกากรในปัจจุบัน และเมื่อค้นต่อไปก็จะพบว่า “บริเวณคุ้งน้ำฝั่งคลองเตยเคยเป็นที่ตั้งของเมืองพระประแดง” ในอดีตด้วย ซึ่งสันนิษฐานจากเหตุผลดังนี้

1. ในแผนที่ของหมอแกมป์เฟอร์ ซึ่งเข้ามาในกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2233 ในแผนที่ระบุเลยว่า มีองค์พระประแดงอยู่ตำแหน่งคุ้งน้ำฝั่งคลองเตย

2. ในบรรดานิราศของพระยาตรัง, สุนทรภู่ สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ช่วงรัชกาลที่ 1 จะระบุว่า เมื่อพ้นจากช่องนนทรีจะเข้าสู่บางเตยหรือคลองเตยแล้วจะเข้าสู่เมืองพระประแดงทันที

3. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ได้มีจดหมายถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บอกว่า ตนได้มาแถวคลองเตยแล้วเจอศาลพระประแดง ตั้งหัวรูปจระเข้

สำหรับพื้นที่เมืองพระประแดงฝั่งคลองเตยนั้น ในปี พ.ศ.2480 รัฐบาลได้ซื้อพื้นที่บริเวณนั้นเพื่อสร้างเป็นท่าเรือกรุงเทพฯ และท่าเรือคลองเตย เพื่อเป็นจุดขนถ่ายสินค้าจากปากอ่าวขึ้นไป พร้อมสร้างทางรถไฟจากมักกะสันลงมาเพื่อขนถ่ายสินค้าเข้ามายังกรุงเทพฯ พื้นที่แห่งนี้จึงถูกเปลี่ยนแปลงสภาพจากอดีตไปจนหมดสิ้น

 

ขอบคุณที่มาข้อมูลดีๆ  : รายการ ขรรค์ชัย-สุจิตต์ “ทอดน่องท่องเที่ยว” Matichon TV


สาบบุญห้ามพลาด-ไปรถไฟใกล้นิดเดียว.jpg

ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณมีแพลนจะไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง สำหรับใครที่เป็นนักท่องเที่ยวสายธรรมะ เข้าวัดเข้าวา เคยไหมเข้าวัดทำบุญตักบาตรในกรุงเทพฯ บ่อยๆ แล้วอยากลองไปให้ไกลอีกสักหน่อย เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง…รบกวนฟังทางนี้ ลองนั่งรถไฟชิลล์ๆ ไหว้พระที่ต่างจังหวัด แบบว่า one-day-trip ไปเช้า-เย็นกลับ กันดีไหม?

สำหรับใครที่ยังไม่เคยท่องเที่ยวด้วยรถไฟมาก่อน บอกเลยว่า ควรค่ากับการลองสักครั้งหนึ่ง เพราะเราจะได้บรรยากาศแบบคลาสิค สัมผัสความสวยงามของบ้านเรือน ต้นไม้ใบหญ้า บรรยากาศธรรมชาติสองข้างทาง และที่สำคัญค่าโดยสารไม่แพง รับรองเลยว่าจะต้องติดใจจนต้องอยากเดินทางโดยรถไฟอีกครั้งแน่นอน

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ได้รวบรวมวัดวาอารามเด่นๆ ในต่างจังหวัด ที่สามารถเดินทางด้วยรถไฟแบบสบายๆ สไตล์สโลว์ไลฟ์ เที่ยวได้ใน 1 วัน ใช้เวลาไม่นานก็ถึงที่หมาย!

 

1. วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรวิหาร จ.นครปฐม

วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นที่ประดิษฐานองค์พระปฐมเจดีย์ ถือว่าเป็นพระสถูปเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และ จ.นครปฐม ได้ใช้พระปฐมเจดีย์เป็นตราประจำจังหวัด ที่นี่จึงกลายเป็นหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญของ จ.นครปฐม และในเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะมีงานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ ถือเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ของชาวนครปฐม

สำหรับการเดินทางโดยรถไฟ มีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) และสถานีรถไฟธนบุรี ไปยังจังหวัดนครปฐมทุกวัน โดยสถานีรถไฟกรุงเทพจะมีจำนวนรถวิ่งทั้งหมด 14 ขบวน/วัน ส่วนสถานีธนบุรี จะมีจำนวนรถวิ่งทั้งหมด 5 ขบวน/วัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ค่าโดยสารรถไฟประเภทพิเศษชานเมือง-ธรรมดา เริ่มต้นจากสถานีหัวลำโพง ราคา 14 บาท/เที่ยว (ไป-กลับด้วยรถไฟ 28 บาท) ส่วนค่าโดยสารรถไฟประเภทธรรมดา เริ่มต้นจากสถานีธนบุรี ราคา 10 บาท/เที่ยว (ไป-กลับด้วยรถไฟ 20 บาท) จากนั้นให้ลงที่สถานีรถไฟนครปฐม แล้วนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง ราคาค่าโดยสาร 20 บาท หรือจะเดินไปก็ได้ ระยะไม่ไกลมาก ประมาณ 300 เมตร ก็จะถึงองค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม

 

 

 

2. วัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา

วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดวรวิหาร แบบมหานิกาย ถือเป็นวัดเก่าแก่และสำคัญวัดหนึ่งของอยุธยา มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ โดยเฉพาะหลวงพ่อโตหรือเจ้าพ่อซำปอกงที่พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและชาวจีนต่างให้ความเคารพนับถือมาช้านาน นอกจากนี้ ทุกๆ ปี ที่นี่จะมีการจัดงานประจำปีใหญ่ๆ 4 งาน ได้แก่ งานสงกรานต์ , งานสรงน้ำและห่มผ้าถวาย , งานทิ้งกระจาดหรืองานงิ้วเดือน 9 และ งานตรุษจีน

สำหรับการเดินทางโดยรถไฟ มีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังสถานีรถไฟอยุธยา จำนวน 32 ขบวน/วัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ค่าโดยสารรถไฟประเภทชานเมือง-ธรรมดา เริ่มต้นที่เที่ยวละ 15 บาท (ไป-กลับด้วยรถไฟ 30 บาท) จากนั้นให้ลงรถที่สถานีรถไฟอยุธยา แล้วต่อรถโดยสารสาธารณะไปยังวัดพนัญเชิงวรวิหาร ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 30 บาท (หากเป็นรถตุ๊กตุ๊กจะมีอัตราค่าโดยสารสูงขึ้น ประมาณ 50 บาทขึ้นไป)

 

 

3. วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา

วัดโสธรวรารามวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ภายในประดิษฐาน “หลวงพ่อพุทธโสธร” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพระรูปปางสมาธิ ลงรักปิดทองสมัยแบบล้านช้าง นอกจากนี้ ทุกๆ ปี ที่นี่มีการจัดงานประจำปียิ่งใหญ่กับงานนมัสการหลวงพ่อโสธร จัดขึ้นปีละ 3 ครั้ง

สำหรับการเดินทางโดยรถไฟ มีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังสถานีชุมทางฉะเชิงเทรา จำนวน 12 ขบวน/วัน ใช้เวลาเดินทางเกือบ 2 ชั่วโมง ค่าโดยสารรถไฟประเภทพิเศษชานเมือง-ธรรมดา เริ่มต้นที่เที่ยวละ 13 บาท (ไป-กลับด้วยรถไฟ 26 บาท) จากนั้นให้ลงรถที่สถานีชุมทางฉะเชิงเทรา แล้วต่อรถสองแถวสีเหลืองไปยังวัดโสธรวรารามวรวิหาร ราคาค่าโดยสาร 10 บาท (หากเป็นรถตุ๊กตุ๊กหรือรถแท็กซี่จะมีอัตราค่าโดยสารสูงขึ้น ประมาณ 50 บาทขึ้นไป)

 

 

4.วัดบางกุ้ง จ.สมุทรสงคราม

วัดบางกุ้ง เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มีจุดเด่นที่พระอุโบสถ ซึ่งเป็นโบสถ์เก่าแก่ ถูกปกคลุมทั้งอาคารด้วยรากของต้นโพธิ์ ต้นกร่าง ต้นไกร จนได้รับยกให้เป็นอันซีนแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสงคราม ภายในโบสถ์เป็นที่สถิตของ “หลวงพ่อนิลมณี” หรือ “หลวงพ่อดำ” ตามที่ชาวบ้านเรียกกัน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงปางมารวิชัยขนาดใหญ่ สมัยอยุธยาตอนปลาย นอกจากนี้ภายในยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ ขณะเดียวกัน จุดเด่นของที่มีรูปปั้นนักมวยไทยเป็นจำนวนมาก และยังมีสวนสัตว์ขนาดเล็กๆ ที่มีทั้งกรงอูฐ กวาง ม้า ตั้งอยู่ริมท่าน้ำวัดบางกุ้งอีกด้วย

สำหรับการเดินทางโดยรถไฟ มีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ ไปยังสถานีมหาชัย จำนวน 3 ขบวน/วัน จากนั้นต้องนั่งเรือข้ามฟาก และมาต่อรถไฟอีกเส้นทางที่สถานีรถไฟบ้านแหลม ไปยังสถานีรถไฟแม่กลอง จำนวน 3 ขบวน/วัน ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 3 ชั่วโมง ค่าโดยสารรถไฟประเภทชานเมือง-ธรรมดา เริ่มต้นที่เที่ยวละ 20 บาท (ไป-กลับด้วยรถไฟ 40 บาท) จากนั้นให้ลงรถที่สถานีรถไฟแม่กลอง แล้วเดินเท้าอีกนิดไปต่อรถสองแถว เพื่อเดินทางไปยังวัดบางกุ้ง ราคาค่าโดยสาร 10 บาท (หากเป็นรถตุ๊กตุ๊กหรือรถแท็กซี่จะมีอัตราค่าโดยสารสูงขึ้น ประมาณ 50 บาทขึ้นไป)

 

 

 

 

 

 

 

 

ทั้งนี้ นอกจากขบวนรถไฟประเภทชานเมือง-พิเศษชานเมือง-ธรรมดา แล้ว หากต้องการนั่งรถไฟประเภทรถเร็ว-รถด่วน-รถด่วนพิเศษ จะมีอัตราค่าโดยสารแตกต่างกันไป สามารถตรวจสอบเส้นทาง เที่ยวรถ ประเภทรถไฟ และอัตราค่าโดยสารได้ที่เว็บไซต์ http://procurement.railway.co.th/checktime/checktime.asp

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางในแบบสโลว์ไลฟ์ ลองปรับเปลี่ยนการเดินทางมาเป็นทางรถไฟดู รับรองเลยว่าคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศและธรรมชาติทั้ง 2 ข้างทางอย่างแท้จริง บอกเลยว่าคุณจะไม่มีวันเบื่อเมื่อได้สัมผัส…แล้วคุณจะติดใจอย่างแน่นอน! นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


ปักหมุดตลาดออร์แกนิคน่าเที่ยว-เอาใจคนรักสุขภาพ_web-1.jpg

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของ “ตลาดออร์แกนิค” อีกหนึ่งธุรกิจที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพที่ในปัจจุบันหันมาใส่ใจเรื่องของการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น “กินอยู่เป็น” 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวม “ตลาดออร์แกนิค” เอาใจคนรักสุขภาพ

“การไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” เพราะปัจจุบัน คนรุ่นใหม่เริ่มหันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจาก “สุขภาพ” เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อมนุษย์อย่างเรา จะเจ็บไข้ได้ป่วยทั้งทีคงไม่ดีอย่างแน่นอน

“อาหารออร์แกนิค” หนึ่งในแนวทางสำหรับคนรักสุขภาพสู่การมีสุขภาพที่ดี เพราะ “อาหารออร์แกนิค” เป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี ปุ๋ยเคมี หรือวัตถุสังเคราะห์ใดๆ รวมไปถึงเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ตัดต่อทางพันธุกรรม ไม่ใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืช ไม่เพิ่มเติมสิ่งปรุงแต่งใดๆ ลงไปในอาหาร จึงทำให้การรับประทาน “อาหารออร์แกนิค” เป็นสิ่งที่ง่ายที่สุด ที่จะนำพาชีวิตเราไปสู่การมีสุขภาพที่ดี

“กินอยู่เป็น” 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จึงได้รวบรวม “ตลาดออร์แกนิค” เอาใจคนรักสุขภาพ ใกล้ที่ไหน แวะไปที่นั่นได้เลย

 

1. ร้าน SUSTAINA ORGANIC SHOP

ร้านนี้ตั้งอยู่ซอยสุขุมวิท 39 เป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น โดยชั้น 2 และชั้น 3 เป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม ส่วนชั้น 1 เป็นร้านจำหน่ายสินค้าออร์แกนิกที่ส่งตรงมาจากฟาร์มฮาร์โมนีไลฟ์ ภายในร้านช็อปจำหน่ายสินค้าอุปโภคและสินค้าบริโภคให้เลือกสรรมากมาย ถือเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตออร์แกนิกที่จำหน่ายทั้งผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ วัตถุดิบคุณภาพ

 

SUSTAINA ORGANIC SHOP & RESTAURANT
1/40 ซอยสุขุมวิท 39 (บีทีเอสพร้อมพงษ์) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
โทร. 02-258-7516
www.facebook.com/SustainaOrganicRestaurant
www.harmonylife.co.th/sustaina.html

 

2. ร้าน Organic Supply

ตั้งอยู่บนถนนนาคนิวาส ย่านลาดพร้าว จำหน่ายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกจากในประเทศและต่างประเทศให้เลือกสรร ทั้งผลิตภัณฑ์สกินแคร์ อาหาร และเครื่องดื่มมารวบรวมไว้ นอกจากการส่งต่อสุขภาพดีให้ถึงมือคนเมืองได้ง่ายๆ แล้ว ทางร้านต้องการสนับสนุนผู้ผลิตทั้งคนกลุ่มเล็กๆ รวมไปถึงเกษตรกรให้มีตลาดสำหรับการวางสินค้าเพื่อจำหน่ายอีกด้วย โดยพื้นที่ร้านแบ่งออกเป็นโซนช็อปและโซนชิล เพราะมีบาร์สำหรับการสั่งเครื่องดื่มสดและเบเกอรี่จากวัตถุดิบธรรมชาติให้เลือกมุมสบายๆ รับประทานภายในร้านที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย

 

ร้าน Organic Supply
148 ถนนนาคนิวาส แขวงลาดพร้าว ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
โทร. 02-101-6410
www.organicsupply.co.th
www.facebook.com/organicsupply.bkk

 

3. ร้านใบเมี่ยง

 

 

ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจากธรรมชาติที่เปิดมายาวนานมีสินค้าให้เลือกมากมายและหลากหลาย โดยคุณศิริวัฒน์ จันทร์กวี เภสัชกรผู้เป็นเจ้าและผู้รวบรวมสินค้าจากหลากหลายแบรนด์เชื่อถือได้มาให้ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม  ด้วยเสียงตอบรับที่ดีและมีสินค้าให้ช็อปอย่างจุใจ ปัจจุบันร้านใบเมี่ยงกระจายกระแสรักสุขภาพไปยังพื้นที่ต่างๆ 5 สาขา ได้แก่ สาขาเดอะเซอร์เคิล ราชพฤกษ์  สาขาเรนฮิลล์ สุขุมวิท 47 สาขาพอโต้ ชิโน่ มหาชัย สาขานวมินทร์ซิตี้อเวนิว และสาขาดิอัพ พระรามสาม สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกในการเดินทาง ยังมีตัวเลือกทางเว็บไซต์ในการสั่งซื้อสินค้าง่ายๆ กับทางร้าน และหากได้รับสินค้าที่ไม่ตรงตามมาตรฐานก็สามารถส่งคืนและรับเงินคืนได้ทันที

 

ร้านใบเมี่ยง
สำนักงานใหญ่ สาขาพระราม 2 กรุงเทพฯ
โทร. 02-417-6019
www.baimiang.com
www.facebook.com/BaiMiangHealthyShop

 

4. ร้าน Lemon Farm

ตลาดทางเลือกในการให้บริการ กระตุ้นการผลิตอาหาร และผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยจากสารเคมีเป็นพิษ โดยเฉพาะเกษตรธรรมชาติ เพื่อสร้างสุขภาพดีให้แก่ผู้บริโภค และเกษตรกรผู้ผลิตก็มีชีวิตที่ปลอดภัยและดีต่อสิ่งแวดล้อม  โดยเลมอนฟาร์มจำหน่ายผักและผลไม้ออร์แกนิกส่งตรงจากไร่ สดจากแปลงผักเกษตรกรเครือข่ายเลมอนฟาร์มและแบรนด์ของเลมอนฟาร์มเอง ทั้งข้าว ธัญพืช ชา ไข่ เครื่องปรุง อาหารสุขภาพ และ Healthy Care มีทั้งหมด 13 สาขาทั่วกรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารออร์แกนิกเพื่อสุขภาพในชื่อ beOrganic By Lemon Farm ตั้งอยู่ที่สาขาชิดลมได้เปิดให้บริการแล้วเช่นกัน

 

ร้าน Lemon Farm
สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
โทร. 02-575-2222
www.lemonfarm.com
www.facebook.com/lemonfarmfan

 

5.ตลาดสุขใจ จังหวัดนครปฐม

 

ตลาดสุขใจ เป็นตลาดอินทรีย์ที่สนับสนุนให้เกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ในอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งอยู่ในโครงการสามพรานโมเดล ได้นำผลผลิตเกษตรอินทรีย์มาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง มีผัก-ผลไม้สด ๆ ปลอดสารพิษให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อมากมาย อีกทั้งยังมีอาหารเพื่อสุขภาพให้เลือกชิมลิ้มลองความอร่อยหลากหลายเมนู นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมดี ๆ ให้เข้าร่วมกันตลอดอีกด้วย

 

ตลาดสุขใจ
ริมถนนเพชรเกษม สวนสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
เวลาเปิด-ปิด : วันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.
เฟซบุ๊ก : ตลาดสุขใจ นครปฐม

 

6.ตลาดนัดเกษตรปลอดสารพิษ อาหารปลอดภัย จังหวัดเชียงใหม่

ตลาดนัดเกษตรปลอดสารพิษ อาหารปลอดภัย เป็นตลาดนัดเกษตรอินทรีย์แห่งแรก ๆ ที่เกิดขึ้นในเชียงใหม่ ซึ่งได้มีการเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ที่ทำการเกษตรแบบอินทรีย์มาจำหน่ายสินค้าปลอดสารพิษให้กับผู้บริโภคโดยตรง ซึ่งนอกจากจะมีผัก-ผลไม้สด สะอาด และปลอดสารพิษแล้ว ก็ยังเป็นแหล่งซื้อผัก-ผลไม้เมืองหนาว และพื้นบ้านราคาย่อมเยาอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นยังมีผลิตภัณฑ์อินทรีย์อื่น ๆ มาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคอีกมากมาย

 

ตลาดนัดเกษตรปลอดสารพิษ
ไร่แม่เหียะ และคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เวลาเปิด-ปิด : ไร่แม่เหียะ เปิดให้บริการวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น., คณะเกษตรศาสตร์ เปิดให้บริการวันพุธ ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น.
เฟซบุ๊ก : ตลาดนัดเกษตรปลอดพิษ อาหารปลอดภัย Clean, Green, & Safe Agricultural Farms

 

7. ตลาดพอใจ จังหวัดฉะเชิงเทรา

ตลาดพอใจ เป็นอีกหนึ่งตลาดเกษตรอินทรีย์ที่น่าท่องเที่ยวของจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีการสนับสนุนให้เกษตรกรที่ปลูกพืช-ผัก โดยไม่ใช้สารเคมีนำผลผลิตมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง และสิ่งที่โดดเด่นมาก ๆ ก็คือ มีการเปิดอบรมเกี่ยวกับการเกษตรให้กับผู้ที่สนใจในหัวข้อต่าง ๆ อยู่ตลอด ใครอยากเรียนรู้วิธีการทำการเกษตรในรูปแบบใหม่และมีรายได้สู่ครอบครัวอย่างยั่งยืน ก็สามารถไปเที่ยวชมกันได้เลย

ตลาดพอใจ
ลานหน้าสำนักงาน ส.ป.ก. แปดริ้ว ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา
เวลาเปิด-ปิด : วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เฟซบุ๊ก : ตลาดพอใจ ตลาดเกษตรปลอดภัย ส.ป.ก.แปดริ้ว

 

เรียกได้ว่าถูกใจสาวกคนรักอาหารออร์แกนิคเป็นอย่างมากเลยทีเดียว แต่สำหรับใครที่กำลังลังเลใจว่า “อาหารออร์แกนิค” ดีต่อสุขภาพจริงไหม? ก็ลองมาสัมผัสดูได้ตามตลาดอาหารออร์แกนิคที่ได้นำเสนอไป รับรองเลยว่าจะต้องติดใจอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะได้สินค้าคุณภาพปลอดสารพิษแล้ว อาหารออร์แกนิคยังส่งผลดีต่อร่างกายของเราด้วย ทั้งในเรื่องของระบบขับถ่าย ช่วยลดการอักเสบที่เกิดขึ้นในร่างกาย ทำให้กระแสเลือดไหลเวียนดีขึ้น การรับประทานอาหารออร์แกนิคไม่ใช่การลดน้ำหนัก มันเป็นการใช้ชีวิตที่ให้ผลลัพธ์ คือสุขภาพที่ดีที่มาจากสารอาหารที่เต็มเปี่ยม นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


ส่อง-เทรนด์การท่องเที่ยวที่น่าจับตามอง-ปี-2019_web-1.jpg

นิตยสารท่องเที่ยวชื่อดัง Lonely Planet สำรวจกระแสการท่องเที่ยวที่น่าจับตามองในปี 2562 “ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์” อีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ที่กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

ตลอดปี 2561 กระแสการท่องเที่ยวได้รับความคึกคักอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าในปีที่ผ่านมา แต่ละประเทศจะประสบปัญหาต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบและภาพลักษณ์ต่อการท่องเที่ยว แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า จำนวนของนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลงแต่อย่างใด แต่กลับจะมีแต่เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวไทยชาวไทยเองก็หันมาเที่ยวมากขึ้นขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะในประเทศไทยเอง ที่ต้องบอกว่ามีสถานท่องเที่ยวที่น่าสนใจเยอะแยะ ไม่แพ้ของต่างประเทศด้วยซ้ำ

และในปี 2562 ที่เข้ามาถึงนี้ หลายฝ่ายคาดการณ์ว่ากระแสการท่องเที่ยวในปีนี้จะเป็นอย่างไร จะไปในทิศทางไหน ผู้คนส่วนใหญ่ชื่นชอบการท่องเที่ยวอย่างไร และจะมีอะไรเกิดขึ้นกับการท่องเที่ยวในปี 2562 บ้าง

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดัง Lonely Planet ได้มีการสำรวจกระแสการท่องเที่ยวที่น่าจับตามองในปี 2562 ที่อาจจะช่วยเป็นส่วนหนึ่งให้เราตัดสินใจเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางท่องเที่ยวตามกระแสสังคม เพื่อให้เรามีความสุขและสนุกกับการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

1. หลีกเลี่ยงการเดินทางยังสถานที่ที่นักท่องเที่ยวล้นเมือง : ต้องบอกเลยว่าสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มีอยู่มากมายหลายแห่ง แล้วยิ่งเข้าสู่ในช่วงฤดูกาลต่าง ๆ ส่งผลให้ในบางพื้นที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เช่น ในช่วงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวมักจะขึ้นเขากางเต้นท์สัมผัสอากาศหนาว , ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ของทุกปี จะเปิดให้ขึ้นเขาคิชกูฏ ทำให้สถานที่นั้น ๆ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจำนวนมาก อาจจะดูวุ่นวายพอสมควร ต้องแย่งกันกิน แย่งกันเที่ยว แย่งกันเดินทาง สุดท้ายก็ทำให้เราไม่มีความสุขในการเที่ยวในพื้นที่ที่มีฝูงชนจำนวนมาก ฉะนั้น ลองเปลี่ยนรูปแบบเป็นการหลีกเลี่ยงการเดินทางไปเที่ยว ณ สถานที่ที่มีผู้คนจำนวนมาก เพื่อลดความแออัดในการเดินทางในพื้นที่ที่มีคนจำนวนมาก

2. ท่องเที่ยวในบ้านเกิดของคุณเอง : โดยปกติ คุณเองเกิดและเติบโตในพื้นที่นั้นของประเทศ ซึ่งถือได้ว่าเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของคุณเอง แล้วตัวคุณเองรู้เรื่องราวของสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ที่คุณอาศัยมากพอหรือไม่ ลองสำรวจบริเวณโดยรอบที่พักอาศัยของเราเองว่า มีสถานที่แห่งใดบ้างที่โดดเด่นในพื้นที่ ควรค่ากับการไปสัมผัสบรรยากาศของความสวยงาม ประทับใจ ควรค่ากับการแนะนำคนรอบข้างให้มาร่วมสัมผัสความประทับในบ้านเกิดของคุณเอง

3. การเดินทางด้วยยานพาหนะไฟฟ้า : ในอนาคต การปฏิวัติยานพาหนะโดยการนำเอาพลังงานไฟฟ้ามาใช้งาน ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ลดมลพิษบนท้องถนน ส่งผลดีต่อสภาพแวดล้อมอย่างมาก เพราะเป็นการช่วยลดปริมาณการใช้น้ำซึ่งเป็นสารก่อมลพิษบนท้องถนนอย่างมาก ดังนั้น คงจะเป็นเรื่องที่ดีหากมีการคิดค้นรถยนต์หรือยานพาหนะที่ใช้พลังงานไฟฟ้า แทนการใช้น้ำมัน เพื่ออำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการขับรถไปท่องเที่ยวในพื้นที่ไกล ๆ

4. การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ : เป็นการท่องเที่ยวแบบให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง รณรงค์การยกเลิกการใช้ถุงพลาสติก หันมาใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เน้นการท่องเที่ยวที่ใกล้ชิดกับชุมชน สังคม เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในพื้นที่ แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ใช้ชีวิตอยู่กับชาวพื้นเมือง จะเห็นได้ว่า นักท่องเที่ยวในปัจจุบันเริ่มหันมาสนใจการท่องเที่ยวในลักษณะดังกล่าวมากขึ้น ชื่นชอบการใช้ชีวิตแบบใกล้ชิดธรรมชาติ และใช้จ่ายเงินกับผู้คนในพื้นที่มากขึ้น ซึ่งสอดรับกับนโนบายเที่ยวเมืองรองของไทยในแคมเปญ Amazing Thailand Go Local ในปีที่ผ่านมาด้วย

จะเห็นได้ว่า ปี 2562 การท่องเที่ยวในรูปแบบของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ไม่ว่าจะชาวไทยหรือชาวต่างชาติ เพราะสถานที่ในแต่ละพื้นที่ก็ล้วนมีที่มาที่ไปในอดีตที่ควรศึกษาและเรียนรู้วัฒนธรรม อารยธรรม และสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ถือเป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างให้ความสนใจกับกระแสดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ทำให้พื้นที่ดังกล่าวได้รับความสนใจและกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอันดับต้น ๆ สร้างรายได้ให้กับพื้นที่ได้อย่างมาก นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


จีนเปิดตัวทางด่วนแห่งใหม่เชื่อมต่อกับทิเบต_web-1.jpg

ในใต้หล้านี้…ประเทศจีนมีดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล กว้างขวางถึง 9.6 ล้านตารางกิโลเมตร เป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก ด้วยขนาดที่กว้างใหญ่ทำให้การเดินทางระหว่างมณฑลใช้เวลาไม่น้อย ล่าสุดการเดินทางระหว่างมณฑลจะไม่นานอีกต่อไป ด้วยทางด่วนแห่งใหม่ ไต่เขาจากจีนสู่ทิเบต รูปลักษณ์คดไปวนมา สมชื่อ “แดนมังกร” 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของกรมการขนส่งประจำมณฑลเสฉวนของประเทศจีนเปิดทางด่วนแห่งใหม่ขึ้น ที่มณฑลเสฉวน เส้นทางระหว่างเมืองหย่าอาน-เมืองคางติ้ง ความยาว 135 กิโลเมตร โดยมีจุดประสงค์เพื่อเป็นเส้นทางสู่แคว้นปกครองตนเองทิเบตกานจื่อของมณฑลเสฉวนลำดับที่ 2 รองจากทางหลวงหมายเลข 318 ที่มุ่งสู่กรุงลาซา เมืองเอกของเขตปกครองตนเองทิเบต ซึ่งเส้นทางแห่งใหม่นี้สามารถย่นระยะเวลาเดินทางเหลือเพียง 3 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ถือว่าเป็นของขวัญชิ้นใหม่ที่มณฑลเสฉวนมอบให้กับพี่น้องชาวจีนในปีนี้เลยก็ว่าได้

การก่อสร้างทางด่วนเชื่อมต่อระหว่าง เมืองหย่าอาน กับ เมืองคางติ้ง เริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายน พ.ศ.2557 ถือเป็นอีกหนึ่งงานท้าทายในการก่อสร้างอย่างยิ่ง เนื่องจากต้องเผชิญความท้าทายทางภูมิศาสตร์ โดยเฉพาะลักษณะภูมิประเทศคับแคบและสูงชัน ประกอบกันหนึ่งในอุโมงค์ลอดภูเขาของทางด่วนแห่งนี้จะต้องตัดผ่าน 13 แนวรอยเลื่อนแผ่นดินไหว ซึ่งการก่อสร้างครั้งนี้ใช้งบประมาณในการก่อสร้างกว่า 23,000 ล้านหยวน (คิดเป็นเงินไทยอยู่ประมาณ 115,000 ล้านบาท) กระทั่งสามารถสร้างแล้วเสร็จก่อนกำหนดภายใน 9 เดือน

 

สำหรับโครงข่ายทางด่วนของประเทศจีน เป็นระบบรวมของทางด่วนระดับชาติและระดับมณฑลของประเทศ โดยเมื่อช่วงสิ้นปี พ.ศ.2560 โครงข่ายทางด่วนของประเทศจีนมีระยะทางรวมทั้งหมด 136,000 กิโลเมตร เรียกได้ว่าระยะทางประมาณ 1 ใน 3 ของความห่างจากโลกไปดวงจันทร์เลยทีเดียว!  นับเป็นระบบทางด่วนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก…

ทางด่วนสายแรกที่ได้มีบันทึกไว้ในประเทศจีน คือในสมัยราชวงศ์ฉิน เมื่อ 2,000 กว่าปีก่อน สืบเนื่องจาก “จิ๋นซีฮ่องเต้” จักรพรรดิพระองค์แรก ได้สร้างทางหลวงรัฐระยะทาง 750 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากเมืองหลวงชื่อเสียนหยางไปยังพรมแดนทางด้านเหนือของออร์ดอส เพื่อเป็นการวางแผนป้องกันประเทศ ต่อมาทางหลวงแห่งชาติจีนสมัยใหม่สายแรกที่ก่อสร้าง คือ ทางด่วนเซี่ยงไฮ้–เจียติ้ง เปิดใช้บริการในเดือนตุลาคม พ.ศ.2531 มีระยะทาง 17.37 กิโลเมตร  ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของระบบทางด่วนของเซี่ยงไฮ้ นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : สำนักข่าว China Xinhua News

 


5-ประเทศที่ควรค่าแก่การท่องเที่ยวในปี-2019_web-1.jpg

นิตยสารท่องเที่ยวชื่อดัง Lonely Planet จัดอันดับ 5 ประเทศที่ควรค่ากับการเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุด ในปี 2019 โดย “ประเทศศรีลังกา” ติดโผอันดับที่ 1 ประเทศที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุด

หลายประเทศต่างมีสถานที่สวยงามน่าสนใจหลายแห่ง เป็นสิ่งดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาร่วมสัมผัส ยลโฉม ความสวยงามของสถานที่นั้น ๆ และต้องเกิดความประทับใจอย่างมากเมื่อได้เดินทางมาท่องเที่ยวต่างประเทศ ณ ประเทศนั้น ๆ อีกด้วย อย่างประเทศไทยบ้านเราเองก็มีสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ เยอะแยะมากมาย อย่างเช่น ถนนข้าวสาร ที่เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว Walking Street ยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทย ต้องเดินทางมา ณ ที่แห่งนี้

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดัง Lonely Planet ได้จัดอันดับ 5 ประเทศที่ประชาชนทั่วโลกควรค่ากับการเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุด ในปี 2019 โดยประเทศที่ถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศน่าท่องเที่ยวที่สุดในโลกปี 2019 อันดับที่ 1 ได้แก่ “ประเทศศรีลังกา” นั่นเอง

เหตุผลที่ประเทศศรีลังกาได้รับการเลือกให้อยู่ในอันดับที่ 1 นั้น เนื่องจากประเทศศรีลังกาให้ความสำคัญในเรื่องของวัฒนธรรมและศาสนา โดยปลูกฝังให้คนในประเทศเล็งเห็นความสำคัญของเรื่องดังกล่าว มีวัดวาอารามสสวยงามเปนจำนวนมากในศรีลังกา นอกจากนี้ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่เน้นเรื่องของธรรมชาติ อาทิ พื้นที่สีเขียว หรือ ทะเล ซึ่งล้วนมีความอุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวสีเขียว ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ ไม่ควรพลาดกับการเดินทางมายังศรีลังกาแห่งนี้

 

 

 

 

ส่วนอันดับที่ 2 รองลงมา ได้แก่ “ประเทศเยอรมนี” ประเทศนี้ขึ้นชื่อในเรื่องของนวัตกรรม อุตสาหกรรมต่าง ๆ ของโลก ถือได้ว่าเยอรมนีเป็นประเทศผู้นำด้านการพิมพ์และอุตสาหกรรมรถยนต์เลยก็ว่าได้

 

 

 

 

อันดับที่ 3 ได้แก่ “ประเทศซิมบับเว” ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสถานที่เกี่ยวกับโบราณคดี และพื้นที่ธรรมชาติ ซึ่งล้วนมีความสวยงาม และถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในทวีปแอฟริกา

 

 

 

อันดับที่ 4 ได้แก่ “ประเทศปานามา” ซึ่งมีธรรมชาติต่าง ๆ ที่สวยสดงดงาม มีชายหาดทรายขาว มีน้ำทะเลสีสวย ๆ เป็นเสน่ห์ของประเทศนี้ นอกจากนี้ วัฒนธรรมของชนพื้นเมืองก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่นักท่องเที่ยวควรเดินทางมาที่ประเทศปานามาแห่งนี้

 

 

 

 

 

 

และ อันดับที่ 5 “ประเทศคาซัคสถาน” เป็นประเทศที่เน้นความสวยงามและความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เชิงนิเวศ เป็นต้น นอกจากนี้ ประเทศคาซัคสถานเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวสามารถขอวีซ่าออนไลน์ได้อย่างง่าย ๆ อีกด้วย

 

 

 

 

 

 

เอาเป็นว่า ในปี 2019 นี้ ลองหาช่วงวันหยุดยาว ๆ ว่าง ๆ วางแผนท่องเที่ยว ไปสัมผัสกับความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยวในต่างแดนได้ ชอบประเทศไหน ไปประเทศนั้นได้เลย รับรองเลยว่า คุณจะต้องประทับใจจนไม่อยากกลับบ้านเลยทีเดียว นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

 


ป่าคริสตัล-สวยงามราวอยู่กับดินแดนเทพนิยาย_web-1.jpg

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของ “ป่าคริสตัล” หนึ่งในสถานที่ในประเทศจีน ที่นักท่องเที่ยวควรค่ากับการไปสัมผัสความสวยงามบวกความหนาวเย็น ราวกับอยู่ภายในเทพนิยายจากนิทานชื่อดัง

ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูหนาว หลายคนต่างเลือกใช้ช่วงเวลาดังกล่าวหาสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ เพื่อสัมผัสอากาศหนาว ลมเย็น ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งต้องบอกเลยว่าสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ มีมากมายนับไม่ถ้วน อย่างประเทศจีนก็ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่นอกจากจะมีพื้นที่กว้างใหญ่แล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมายอีกด้วย

วันนี้ “กินอยู่เป็น” 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต จะขอแนะนำอีกหนึ่งสถานที่สวยงาม ควรค่ากับการไปถ่ายรูป สัมผัสกับอากาศหนาวกันที่ “ป่าคริสตัล” ริมแม่น้ำซงฮวา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน ที่ความหนาวเย็นที่แผ่ปกคลุมมณฑลจี๋หลินได้เปลี่ยนทัศนียภาพบริเวณริมแม่น้ำซงฮวา ให้กลายเป็นดินแดนคริสตัลที่สวยงาม ราวกับอยู่ภายในเทพนิยายจากนิทานชื่อดัง เรียกได้ว่ากำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากก็ไม่พลาดที่จะออกมาสัมผัสกับบรรยากาศความสวยงามภายใต้ความหนาวของสภาพอากาศในช่วงนี้ และก็ไม่พลาดที่จะหยิบสมาร์ทโฟนและกล้องถ่ายรูปมาถ่ายภาพเก็บความสวยงามของสถานที่แห่งนี้เอาไว้เป็นที่ระลึกกันเป็นจำนวนมาก เพราะต้องบอกเลยว่าบรรยากาศแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยครั้งนัก

สำหรับซงฮวาเป็นแม่น้ำที่ตั้งอยู่ภายในมณฑลเฮยหลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันมีค่า ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ที่แสดงออกถึงวัฒนธรรมของชาวจีน ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ : เนื้อหาจาก China Xinhua News


ฮาวาย-แดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยว-ควรค่าแก่การมาเยือน-1.jpg

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต พาไปดูเรื่องราวของ “ฮาวาย” หนึ่งในเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายแห่ง จนทำให้ใครหลาย ๆ คนก็อยากจะมาสัมผัสความสวยงามสักครั้งหนึ่งในชีวิต

ใกล้เข้าสู่ช่วงปีใหม่แล้ว หลายคนต่างมีแพลนท่องเที่ยวฉลองปีใหม่กัน บางท่านขอใช้โอกาสช่วงหยุดยาวปีใหม่ช่วงนี้ไปท่องเที่ยวและเคาท์ดาวน์กันที่ต่างประเทศ เมื่อพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวเด็ด ๆ ในต่างประเทศต้องบอกเลยว่ามีอยู่หลากหลายสถานที่ แต่ถ้าเป็นจำพวกทะเลหรือหมู่เกาะ อันดับต้น ๆ ที่หลายคนนึกถึงก็คือ “ฮาวาย” นั่นเอง

ฮาวายเป็นรัฐที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกา บนมหาสมุทรแปซิฟิก ประกอบไปด้วย 8 เกาะสำคัญ โดยมี 6 เกาะเท่านั้นที่เปิดสำหรับการท่องเที่ยว อันได้แก่ ฮาวาย โออาอุ เมาอิ คาวายอิ โมโลคาย และลาไน จากเกาะทั้งหมดนี้ เกาะโออาอุนับเป็นเกาะที่เจริญมากที่สุด ด้วยเป็นที่ตั้งเมืองหลวงของรัฐอย่าง โฮโนลูลู อีกทั้งเป็นมีสถานที่สำหรับการเล่นเซิร์ฟที่มีชื่อเสียงของโลกอย่างหาดไวกิกิ นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยป่าฝน เส้นทางการเดินป่า ไร่สับปะรด และเพิร์ลฮาร์เบอร์ ท่าเรือสำคัญที่เป็นที่รู้จักจากการโจมตีสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนเกาะอื่น ๆ ก็มีกิจกรรมที่หลากหลายให้นักท่องเที่ยวทำเช่นกัน อาทิ การชมลาวาบริเวณปล่องภูเขาไฟ , เยี่ยมชมทุ่งเลี้ยงสัตว์พร้อมพักผ่อนในรีสอร์ทหรู หรือเยี่ยมชมหมู่บ้านเก่าแก่ อีกทั้งขับรถท้าสายลมชมชายฝั่งทะเลอันงดงาม

ฮาวายได้ชื่อว่าเป็นเกาะสวรรค์ที่ไม่ใช่สำหรับคนอเมริกาเท่านั้น แต่ยังเป็นเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอีกด้วย ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลากหลายแห่ง ประกอบกับอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวห่างจากฝั่งแผ่นดิน จึงทำให้ฮาวายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากหลากหลายประเทศ

สำหรับหมู่เกาะฮาวายจะมีเกาะมากถึง 137 เกาะ แต่มีเกาะหลัก ๆ สำหรับท่องเที่ยวเพียง 8 เกาะเท่านั้น โดยเกาะที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ เกาะฮาวายหรือเกาะใหญ่แห่งฮาวาย และเมืองโฮโนลูลู เมืองหลวงของรัฐฮาวายบนเกาะโอวาฮู โดยเกาะฮาวายหรือเกาะใหญ่แห่งฮาวายมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่น่าสนใจ

อุทยานแห่งชาติกลุ่มภูเขาไฟฮาวาย ซึ่งมีกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินมาเป็นจำนวนมาก เช่นร่วมชมนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติของอุทยาน การก่อตัวของภูเขาไฟ ชมปล่องภูเขาไฟที่กำลังปะทุและลาวาที่ไหลลงมาตามขอบภูเขา และเดินป่าไปทางตามทางเดินยาว 214 กิโลเมตรของอุทยาน , น้ำตกอคาคา เป็นน้ำตกที่สวยและใหญ่ที่สุดในเกาะฮาวายและถือเป็นน้ำตกที่เดินทางไปถึงได้ง่ายที่สุด นอกจากน้ำตกอคาคาซึ่งมีความสูง 135 เมตรแล้วก็ยังมีน้ำตกคาฮูนา (Kahuna Waterfall) ความสูง 30 เมตร ตั้งอยู่บริเวณทางผ่านไปน้ำตกอคาคาอีกด้วย โดยทางเดินศึกษาธรรมชาติบริเวณน้ำตกอคาคานั้นเป็นทางเดินผ่านป่าฝนที่มีภูมิทัศน์สวยงาม ระหว่างทางมีป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับต้นไม้บริเวณสองข้างทาง ได้ทั้งออกกำลังกาย ได้ทั้งความรู้และได้ชมความสวยงามของน้ำตกที่สวยที่สุดในรัฐฮาวายไปพร้อมๆ กันเลยทีเดียว

น้ำตกอคาคา เป็นน้ำตกที่สวยและใหญ่ที่สุดในเกาะฮาวาย และถือเป็นน้ำตกที่เดินทางไปถึงได้ง่ายที่สุด นอกจากน้ำตกอคาคาซึ่งมีความสูง 135 เมตรแล้ว ก็ยังมีน้ำตกคาฮูนา (Kahuna Waterfall) ความสูง 30 เมตร ตั้งอยู่บริเวณทางผ่านไปน้ำตกอคาคาอีกด้วย โดยทางเดินศึกษาธรรมชาติบริเวณน้ำตกอคาคานั้นเป็นทางเดินผ่านป่าฝนที่มีภูมิทัศน์สวยงาม ระหว่างทางมีป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับต้นไม้บริเวณสองข้างทาง ได้ทั้งออกกำลังกาย ได้ทั้งความรู้ และได้ชมความสวยงามของน้ำตกที่สวยที่สุดในรัฐฮาวายไปพร้อมๆ กันด้วย

พระราชวังอิโอลานี เป็นพระราชวังของราชวงศ์ฮาวายและเป็นพระราชวังแห่งเดียวในประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1882 และกลายเป็นพิพิธภัณฑ์เมื่อปี ค.ศ.1978 หลังการล่มสลายของสถาบันกษัตริย์ สถาปัตยกรรมการก่อสร้างพระราชวังเป็นแบบเรอเนสซองส์ เน้นซุ้มประตูสูงและเสาสมมาตร ภายในจัดแสดงห้องบรรทม ห้องรับรอง ห้องบัลลังก์ และห้องเสวยของราชวงศ์ ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ และงานศิลปะที่น่าสนใจมากมาย

ชายหาดไวกิกิ อีกหนึ่งสถานที่สำหรับคนที่อยากไปเที่ยวทะเล ที่นี่มีทะเลรวมถึงชายหาดที่สวยงามมาก ๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ให้ทำมากมาย อาทิ การเล่นกระดานโต้คลื่น เนื่องจากคลื่นบริเวณชายหาดไวกิกิมีขนาดใหญ่และมีความแรงพอเหมาะ จึงถือเป็นสวรรค์ของนักโต้คลื่นเลยก็ว่าได้ หรือถ้าใครชอบว่ายน้ำและอาบแดด ไวกิกิก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

หมู่เกาะฮาวายจึงถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นเกาะสวรรค์ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากความสวยงามของชายหาดและทะเลแล้ว ก็ยังมีความสวยงามทางธรรมชาติรูปแบบอื่นๆ รวมถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อีกมากมาย สำหรับใครที่สนใจจะไปเที่ยวที่ฮาวาย ต้องบอกเลยว่าที่นี่มีกิจกรรมให้ทำมากมาย อย่าพลาดที่จะลองไปเที่ยวฮาวายสักครั้งหนึ่งในชีวิต รับรองว่าไม่ผิดหวังและจะต้องอยากกลับไปเที่ยวที่นี่อีกครั้งอย่างแน่นอน นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต


เปิดวาร์ป-สถานที่เคาท์ดาวน์ปีใหม่-2019-ยอดฮิตทั่วไทย_web-1.jpg

ปีใหม่ปีนี้! “กินอยู่เป็น” ได้รวบรวมสถานที่ร่วมงานเคาท์ดาวน์ นับถอยหลังสู่ปี 2019 กับหลากหลายสถานที่จัดกิจกรรมยอดฮิตทั่วประเทศไทย ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น

“ปีใหม่ไปไหน?” คำถามนี้มักจะเป็นคำถามสุดฮิตที่มักจะถูกถามกัน ซึ่งอีกไม่กี่วันก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว สำหรับเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ปี พ.ศ.2562 (ค.ศ.2019) เทศกาลแห่งความสุขที่ใครหลาย ๆ รอคอย เป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองช่วงวันหยุดยาว ส่วนใหญ่ก็คนวางแผนเดินทางกลับต่างจังหวัดหรือท่องเที่ยวพักผ่อนในช่วงนี้ และหลาย ๆ คนจะได้ทิ้งเรื่องราวแย่ ๆ ไปพร้อมกับปีเก่า ๆ แล้วเตรียมเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในปีใหม่

อีกหนึ่งในกิจกรรมที่เป็นที่นิยมกันของหลาย ๆ คน ไม่เพียงแค่ชาวตางชาติเท่านั้น ในประเทศไทยบ้านเราก็ต่างเฝ้ารอเช่นกัน นั่นคือ การตั้งหน้าตั้งตารอนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ จริง ๆ แล้วการจัดกิจกรรมเคาวดาวน์เกิดขึ้นมานานมากในต่างประเทศ และกระแสดังกล่าวเริ่มเข้ามาในประเทศไทยในช่วงประมาณปี ค.ศ.2000 ซึ่งเป็นการก้าวเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ ประเทศไทยจึงเริ่มมีการจัดกิจกรรมนับถอยหลังในช่วงนั้น โดยเริ่มจัดครั้งแรกที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กระทั่งในปีต่อมา จึงเริ่มมีการจัดงานเคาวดาวน์ในประเทศไทย อย่างเช่นห้างสรรพสินค้าเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ (ปัจจุบันคือห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล) ที่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จัดกิจกรรมเคาวน์ดาวน์เป็นประจำทุก ๆ ปี จนเป็นที่นิยมกระทั่งถึงปัจจุบัน

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ได้รวบรวมสถานที่จัดงานเคาวดาน์ยอดฮิตในปีนี้ สำหรับใครที่สนใจอยากร่วมกิจกรรมก็สามารถแวะไปร่วมนับถอยหลังกันได้ มีที่ไหนบ้าง ไปดูกันเลยทีกว่า

 

 

กรุงเทพและปริมณฑล
– AIS Bangkok Countdown 2019 ณ ลานหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล (ถ่ายทอดสด ผ่านทางช่อง 3SD , 3HD และยังดูผ่าน Apps AIS Play)
– Asiatique Thailand Countdown 2019 “The Tomorrow Port” ห้างสรรพสินค้าเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ (ถ่ายทอดสดทางช่อง Amarin TV)
– MEGA Countdown 2019 ณ ศูนย์การค้า เมกา บางนา (ถ่ายทอดสดทาง ช่อง one 31)
– Amazing Thailand Countdown 2019 ณ ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม (ถ่ายทอดสดทาง ช่อง 9 MCOT HD, PPTV, True4U, TNN24 และ Thai PBS)
– CDC Countdown 2019 ณ ห้างสรรพสินค้าซีดีซี ถ.เลียบทางด่วนฯ
– FUTURE PARK & ZPELL COUNTDOWN 2019 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ รังสิต จ.ปทุมธานี (ถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live : Future Park Society)

 

 

ต่างจังหวัด

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
– เทศกาลรับตะวันใหม่ก่อนใครในสยามจังหวัดอุบลราชธานี ณ ผาชะนะได อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จ.อุบลราชธานี
– Khon Kaen Countdown 2019 ณ ประตูเมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น
– “เทศกาลหุ่นฟางยักษ์ และหมอลำหุ่นมหาสารคาม 2019” ณ ลานข้างหมู่บ้านสีวลี แยกพลศึกษา ริมถนนสายมหาสารคาม-โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม
– Amazing Thailand Countdown 2019 ณ หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ จ.นครพนม

ภาคเหนือ
– เทศกาลเคาท์ดาวน์เชียงใหม่ ณ ประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่
– ปีใหม่สากลชุมชนทุกเผ่า ชาวแม่ฮ่องสอน ปี 2562 ณ สวนสาธารณะหนองจองคำ จ.แม่ฮ่องสอน

ภาคใต้
– Central Phuket International Countdown 2019 ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต
– ส่งตะวันและภูเก็ตเคาท์ดาวน์ 2562 ณ ปลายแหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต
– งานปาร์ตี้ปีใหม่เกาะพะงัน ณ หาดริ้น เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี
– Happy City Happy Countdown Suratthani ณ ศาลหลักเมือง ริมเขื่อน แม่น้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี
– Huahin Count Down 2018 ณ หัวหินมาร์เก็ตวิลเลจ อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ภาคกลางและภาคตะวันออก
– Count Down อัมพวารื่นเริงเถลิงศกใหม่ ณ ริมเขื่อนหน้าที่ว่าการอำเภออัมพวา จ.สมุทรสงคราม
– Mono29 Pattaya Countdown 2019 ณ แหลมบาลีฮาย พัทยา จ.ชลบุรี

 

ปีใหม่ปีนี้ ถ้าอยากไปร่วมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ ก็ชวนครอบครัว แฟน เพื่อนฝูง ไปกันได้ ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น หรืออยากไปที่ไหนก็แวะไปได้เลย สำหรับใครที่อยากเคาวน์ดาวน์ที่บ้าน ไม่ชอบออกไปไหน ไม่ชอบความวุ่นวาย ก็เปิดหน้าจอโทรทัศน์ชมการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ได้ สะดวกสบาย ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ที่สำคัญยังสามารถเคาท์ดาวน์ได้หลาย ๆ ที่พร้อมกันทั้งในและต่างประเทศอีกด้วย นี่คือหนึ่งในวิถีแห่ง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต