kinyupen_admin

Content_Tiktok_Cover_1.jpg

ในวันที่ทุกวงการธุรกิจต่างกังวล และเร่งปรับตัวให้เท่าทันกระแส Digital Disruption เพื่อไม่ให้ถูกนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลกลืนกินจนให้สูญหายไป เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในภาคการผลิต หรือ กลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานมนุษย์เท่านั้น หากก็เกิดขึ้นบนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับดิจิตอล ออนไลน์ และสตาร์ทอัพด้วย ดังเช่นที่วันนี้ MSN HI5 หรือ แม้กระทั่งแอพพลิเคชั่น Ofo ผู้ให้บริการ bike-sharing หรือ จักรยานเช่ายักษ์ใหญ่ทุนจีนซึ่งเคยเข้ามาทำตลาดในไทยและสิงคโปร์ก็ไม่สามารถฝ่าวิกฤตและต้องจมหายไปกระแสในที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายแอพพลิเคชั่นที่ไม่ยอมถูกกลืนและทำการปรับกลยุทธ์สร้างความต่าง เพิ่มทางเลือกให้ตอบโจทย์และดึงดูดใจลูกค้าจนได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งวันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอยกตัวอย่าง 3 แอพพลิเคชั่นสายบันเทิง Tiktok, Youtube, Spotify อันเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันสูงมากมาให้ทุกท่านได้ศึกษากัน

 

TIKTOK แพลตฟอร์มขวัญใจโจ๋โลกตะวันตก และ ตะวันออก

TikTok หรือ Douyin (เตาอิน) ในประเทศจีน แอพพลิเคชั่นแชร์คลิปวิดีโอสั้น 15 วินาที ที่เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลเน็ตเวิร์กขวัญใจเด็กรุ่นใหม่ของบริษัทไบท์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งขึ้นแท่นยูนิคอร์นสตาร์ทอัพเบอร์ 1 ของโลกด้วยมูลค่ากว่า 75 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกในจีนเมื่อปี 2559 เท่านั้น ปัจจุบันสามารถทำตลาดถึง 150 ประเทศ 75 ภาษามีผู้ใช้เดือนละประมาณ 500 ล้านคน

นักการตลาดวิเคราะห์ว่า เหตุที่ Tiktok ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เพราะตรงใจวัยรุ่นยุคใหม่ที่ต้องการสร้างตัวตนและนำเสนอคอนเทนต์เก๋ๆ บนโลกโซเชียล โดยช่วงแรกได้รับความนิยมอย่างสูงในจีน ก่อนขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ รวมถึงข้ามจากซีกโลกตะวันออกไปตีตลาดยังสหรัฐอเมริกา

กลยุทธ์ขั้นแรก คือการเข้าซื้อกิจการของมิวสิคัลลี (Musical.ly) แอพพลิเคชั่นวิดีโอลิปซิงค์ชื่อดังในปี 2560 รวมถึงใช้อินฟลูเอนเซอร์ หรือ ดาราดัง เช่น Jimmy Fallon, Kardashians, Rita Ora รวมถึง Tony Hawk ที่โพสต์แสดงเทคนิคการเล่นสเก็ตมาช่วยโปรโมตจนติดตลาดทั้งในสหรัฐอเมริกาอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับอีกหลายๆ ประเทศรวมถึงไทยที่วันนี้กำลังแพร่หลายในหมู่คนดังและกลุ่มวัยรุ่น

รายงานของ influencer marketing agency Mediakix พบว่า 60% ของผู้ใช้ที่ใช้งานอยู่อายุ 16 ถึง 24 ปี ผลิตภัณฑ์ที่กลุ่มเป้าหมายอยู่ในช่วงวัยนี้จึงสนใจมาลงโฆษณาใน Tiktok มากขึ้น

 

Youtube เปิดตัวบริการใหม่

ดูหนัง ฟังเพลง ซีรีย์ แบบไร้โฆษณาได้ทุกเวลา

แอพพลิเคชั่นยอดฮิตที่ทุกท่านคงคุ้นกันอย่างดี ได้เปิดให้บริการใหม่ YouTube Premium ที่จะมาช่วยทลายข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างจากการใช้งานทั่วไป ซึ่งแบ่งย่อยรูปแบบบริการเป็น 3 ประเภท

  • YouTube Premium ที่จะทำให้โฆษณาระหว่างเล่นวิดีโอหายไป และเปิดเล่น YouTube ไปพร้อมๆ กับใช้แอปอื่น หรือ ล็อคหน้าจอได้ รวมถึงดาวน์โหลดวิดีโอเอาไว้ดูแบบออฟไลน์ที่เลือกความคมชัดได้ เป็นต้น
  • YouTube Music รวบรวมมิวสิกวิดีโอมาจัดเป็น Playlist ให้เลือกรับชม รับฟังตามที่ชอบ
  • YouTube Originals เป็นช่องทางรับชมภาพนตร์ ซีรีย์ของ Youtube เองคล้าย Netflix

เรียกได้ว่าวันนี้ Youtube ก็มีการปรับตัวด้านการให้บริการที่หลากหลายขึ้น ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าลักษณะเดียวกับ Netflix, Joox รวมถึง Spotify ไปได้พร้อมกัน

 

Spotify รู้ใจรู้ทัน อยากฟังเพลงไหนจัดได้หมด

แม้ปัจจุบันจะมีผู้ให้บริการฟังเพลงออนไลน์จำนวนมาก แต่ Spotify แอพพลิเคชั่นฟังเพลงชื่อดังที่มีฐานข้อมูลเพลงจากหลากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงเพลงหายาก เพลงแนวแปลกๆ เช่น เพลงญี่ปุ่นนอกกระแส เพลงแนว EDM แนว Post-Rock รวมกว่า 30 ล้านเพลงยังคงยืนหนึ่งในวันนี้

ด้วยจำนวนผู้ใช้บริการกว่า 60 ประเทศรวม 140 ล้านคน โดยจำนวนนี้เป็นสมาชิกแบบจ่ายเงินถึง 60 ล้านคน ซึ่งทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง Apple Music และ JOOX มีผู้ใช้งานทั้งหมดเพียง 27 และ 22 ล้านคนแบบไม่เห็นฝุ่น

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Spotify ก้าวขึ้นมาในจุดนี้ได้ ก็เพราะนำ A.I. หรือ Artificial Intelligence เข้ามาวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ฟังรายบุคคล เพื่อสังเกตพฤติกรรมของเรา นำไปสร้าง playlist แบบ personalized หรือ อัลบั้มของเราคนเดียว เรียกได้ว่า อันลิมิเตดมากๆ ซึ่งตรงนี้เองที่ทำให้ชนะใจผู้ใช้บริการทั่วโลก และยังไม่มีใครล้มได้


Content_horo_Cover_1.jpg

กินอยู่เป็น x Horoscope บอกเล่า ดวงชะตา 12 ราศี ทุกสัปดาห์ โดย อาจารย์จ๊ะ วรรณอนงค์ ผู้เชี่ยวชาญการพยากรณ์จาก 2 ศาสตร์ระหว่างการโคจรของดวงดาวกับไพ่ยิปซี ตรวจสอบดวงชะตา ในวันที่ 18 พฤศจิกายน – 24 พฤศจิกายน 2562

ชะตาแต่ละราศีจะเป็นอย่างไร ราศีไหนเจอคนถูกใจช่วงนี้จะเป็นคู่แท้ และราศีไหนเป็นมนุษย์งานตัวแม่

 

 

ราศีเมษ อารมณ์มักมีผลต่อความรู้สึก ทั้งในเรื่องของการทำงานและความรัก ต้องควบคุมอารมณ์ดี ตั้งใจให้มาก แต่ก็ยังพอมีเรื่องเงินๆทองๆ ชื่นใจอยู่บ้าง

การงาน  :  เกิดความรู้สึกเบื่องาน ทำงานได้ไม่เต็มร้อย มีปัญหาส่วนตัวให้คิดอยู่ตลอด ทำให้บางที่เผลอคิดจนไม่เป็นอันทำงานทำการ

การเงิน   : ของหายอาจได้คืน คนที่เคยหยิบยืมเงินไปจะเอามาคืน หรือไม่ก็เอาดอกผลมาส่งตามกำหนดเวลา แต่รายจ่ายก็ยังเยอะอยู่

ความรัก : ระงับอารมณ์ไว้บ้าง พูดให้น้อย ใจเย็น ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ในการพูดคุยกัน

สุขภาพ   :  ระบบย่อยไม่ดี ท้องอืดท้องเฟ้อ อาจเป็นผลมาจากความเครียดที่สะสม

สีนำโชค  :  เหลือง

สีไม่ควรใช้  : แดง

ไพ่อยากบอก : อย่าเปลี่ยนงาน มีอุปสรรคบ้างแต่ยังรุ่งเรือง ไม่ควรไปนับหนึ่งใหม่ 

 

ราศีพฤษภ   เริ่มมีความชัดเจนสำคัญในช่วงสัปดาห์นี้ ทุกอย่างจะดีขึ้นมาได้ทันที ความสำเร็จมาจากแดนไกล ต้องออกไปแสวงหา หาเวลาดูแลร่างกายตัวเองบ้าง

การงาน  : มีคนคอยช่วยเหลือ คอยอุปถัมภ์ ไม่ลำบาก การเดินทางติดต่อเจรจาธุรกิจทางไกลประสบความสำเร็จ

การเงิน   : รายจ่ายลดลง เรื่องที่ต้องเสียทรัพย์ก็ไม่ค่อยมี ทั้งมีเกณฑ์ที่จะได้รับโชคลาภ

ความรัก : อาจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้น  ระวังผิดใจกัน จะพูดคุยเรื่องใดๆก็ตาม ต้องให้ชัดเจน

สุขภาพ   :  ไม่ค่อยมีเรี่ยวมีแรง อ่อนเพลียง่าย หาเวลาไปออกกำลังกายบ้างก็จะดี

สีนำโชค  :  ดำ , ส้ม

สีไม่ควรใช้  : ฟ้า , น้ำเงิน

ไพ่อยากบอก : ให้สงบปาก สงบคำ สันโดษ มีภาวะผู้นำดี ใช้จ่ายเงินระมัดระวัง จะซึมเศร้าเหงาควรออกกำลัง

 

ราศีเมถุน   ดวงดีในหลายๆ ด้านตลอดสัปดาห์นี้ ทั้งการงาน การเงิน ความรัก จะคิดจะทำอะไรก็มีคนคอยสนับสนุน ทุกอย่างดีไปหมด

การงาน  : หากทำธุรกิจก็จะมีการลงทุนเพิ่ม สร้างรายได้ ทำงานดีมีผลงาน ได้รับคำชม เก่งจนได้รับมอบหมายงานเพิ่ม การเงิน          : การจับจ่ายใช้สอยต่างๆ คล่องตัวมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังมีเกณฑ์จะได้โชคลาภ

ความรัก : ความรักสดใส มีความสุข จนเป็นที่น่าอิจฉา หมั่นดูแลเอาใจใส่กันให้มากขึ้น เพื่อความรักที่ยืนยาว

สุขภาพ   :  เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อาการหวัดอาจถามหา ระวังเป็นไข้ แพ้อากาศ

สีนำโชค  :  ส้ม

สีไม่ควรใช้  :  แดง

ไพ่อยากบอก : จะพบปะผู้คนเยอะ เป็นประโยชน์ ให้ควบคุมอารมณ์ เก็บเกี่ยวความรู้เป็นโปรไฟล์จะดี

 

ราศีกรกฏ  ช่วงนี้สติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว ล่องลอย ล่าช้า ขาดความตั้งใจ ไม่ค่อยกระตือรือร้น อาจส่งผลเสียกับหลายๆ

เรื่องในชีวิต

การงาน  :  ระวังเรื่องความผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสารต่างๆ ต้องมีความตั้งใจ รอบครอบมากขึ้น

การเงิน  :  รายจ่ายมีเข้ามาทักทายอยู่เสมอ มีเรื่องให้ต้องเสียทรัพย์ ซ่อมแซมสิ่งของ

ความรัก :  ระวังปัญหาสุขภาพของคนรัก ควรจะเอาใจใส่ซึ่งกันและกันให้มากขึ้น ถามไถ่ทุกข์สุขกันบ้าง

สุขภาพ  :  ช่วงนี้เลือดจะไปลมจะมา หงุดหงิดง่าย

สีนำโชค  :  เหลือง

สีไม่ควรใช้  :  ชมพู , ดำ

ไพ่อยากบอก : ฟันฝ่าอุปสรรคได้ทุกเรื่อง ระวังของหายหาไม่เจอ จะรักสันโดษ ไม่อยากยุ่งกับใคร

 

ราศีสิงห์  ปัญหารุมเร้ารอบด้าน ทั้งเรื่องการงาน ญาติพี่น้อง อาจนำมาซึ่งความเสียหายต่างๆ ยังดีที่ความรักราบรื่น

การงาน  :  งานที่ได้รับมอบหมายยืดเยื้อ ล้าช้า ต้องใช้สติแก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา

การเงิน  :  มีเกณฑ์ที่จะต้องใช้เงินสูง ซ่อมบ้าน ซ่อมรถ ทั้งยังต้องคอยช่วยเหลือญาติพี่น้อง

ความรัก  :  ความรักดี มีความเข้าใจกัน มีแต่ความสุข

สุขภาพ  :  ระวังโรคเกี่ยวกับช่องปาก ปวดฟัน ร้อนใน เหงือกอักเสบ

สีนำโชค  :  ส้ม , แสด , ดำ

สีไม่ควรใช้  :  เหลือง

ไพ่อยากบอก : ให้ระวังชัดแย้งกับคนรัก งานรุ่งเรือง อุปสรรคผ่านไปได้ ไพ่ให้สวดมนต์ นั่งสมาธิช่วงนี้มีสิ่งดีช่วย

 

ราศีกันย์  มีดวงเด่นเรื่องการลงทุน ระวังเรื่องของการกู้ยืมเงิน ถ้าเลี่ยงได้ก็จะดี ระวังเรื่องคำพูดเป็นพิเศษ

การงาน :  หากคิดจะลงทุนกิจการใดๆ ให้ลงทุนระยะยาว แล้วจะได้ผลดี การติดต่อสื่อสาร ระวังคำพูด พูดให้น้อย เอาแต่ใจความสำคัญ

การเงิน  :  มีแนวโน้มจะถูกยืมเงินจากคนใกล้ชิด โอกาสได้คืนยาก รายจ่ายสูง แต่ก็มีโชคลาภบ้างเล็กน้อย

ความรัก  :  มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน เห็นอกเห็นใจกัน ดูแลห่วงใยกันดี ไม่มีปัญหา

สุขภาพ  :  ระวังเรื่องการกิน อาจท้องเสีย หรือ อาหารเป็นพิษได้

สีนำโชค  :  เหลือง

สีไม่ควรใช้  :  ดำ

ไพ่อยากบอก : กังวลเรื่องเงินมากเกินไป คิดไปเอง เดี๋ยวคลี่คลาย ยังมีเครดิตดี มีคนช่วยเหลืออุปถัมภ์

 

ราศีตุลย์   ช่วงนี้มีดวงเด่นเรื่องการลงทุน อย่ารีบร้อน ภาระงานเพิ่มมากขึ้น สถานการณ์ทางการเงินไม่สู้ดี ทำใจให้เย็นเข้าไว้

การงาน :  หากต้องมีการลงทุน เพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น  ทำแบบค่อยๆเป็นค่อยๆไป งานเข้ามามาก เหน็ดเหนื่อย

การเงิน  :  เกือบจะเข้าขั้นติดลบ ภาระเยอะ ใช้จ่ายเยอะ ต้องประหยัด ใช้แต่ที่จำเป็น

ความรัก :  ขัดแย้งกัน ต่างฝ่ายต่างเอาแต่ใจตัวเอง คิดเอาตัวเองเป็นใหญ่  ทำให้ไม่เข้าใจกัน

สุขภาพ :  ระวังอาการร้อนใน แผลในช่องปาก ดื่มน้ำให้มากๆ

สีนำโชค  :  ดำ

สีไม่ควรใช้  :  แดง

ไพ่อยากบอก : ระวังคำพูด พูดมากจะมากเรื่อง ครอบครัวอบอุ่นถึงร้อน รักกันมาก สวดมนต์จะดี

 

ราศีพิจิก  เป็นมนุษย์งานตัวแม่ มีงานเข้าตลอด ระวังปัญหาส่วนตัว แต่ก็ยังมีคนช่วยเหลือ สนับสนุน ไม่โดดเดียว อะไรหนักไปก็ปล่อยวางบ้าง

การงาน : งานมากมาย ยุ่งเหยิง อาจจะโดนตำหนิจากหัวหน้างานได้ พยายามแยกเรื่องส่วนตัวออกจากเรื่องงาน

การเงิน  :  สถานภาพทางการเงินดีขึ้น มีคนอุปถัมภ์ มีโชคลาภ

ความรัก  :  อย่าพยายามแข็งข้อเข้าหากัน อะไรที่ยอมได้ก็ยอมกันไป เพื่อความสงบสุข

สุขภาพ  :  มีภาวะเครียดสะสม เก็บทุกอย่างมาคิด ปล่องวางบ้าง ฟังธรรมะเยียวยาจิตใจ

สีนำโชค  : ม่วง , ส้ม

สีไม่ควรใช้  :  ฟ้า , น้ำเงิน

ไพ่อยากบอก : เหมือนคนอกหัก น้อยเนื้อต่ำใจ งานมากงานยุ่ง ไม่รู้จะทำอะไรก่อน จะแบ่งเวลาไม่ถูก ให้มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ สวดมนต์ นั่งสมาธิ

 

ราศีธนู สัปดาห์นี้หนักหนาเรื่องการงาน เหน็ดเหนื่อยมาก ต้องเพิ่มความพยายาม ยิ้มให้กำลังใจตัวเองไว้

การงาน : การเจรจาติดต่อธุรกิจมีอุปสรรค ข้อมูลต้องแน่น พร้อมนำเสนอ ใส่ความพยายามเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

การเงิน : สถานภาพทางการเงิน เริ่มดีขึ้นมาหน่อย พอกินพอใช้ รายจ่ายน้อย แต่ยังไม่เหลือเก็บ มีโชคลาภบ้าง

ความรัก  : มีความขัดแย้งกันตามประสานคนรัก แต่ก็ยังยิ้มได้ ไม่ใช่เรื่องหนักหนา

สุขภาพ  :  ระวังปัญหาเกี่ยวกับ ข้อ เข่า เพราะต้องรับน้ำหนักตัว ต้องลดน้ำหนัก

สีนำโชค  : เหลือง

สีไม่ควรใช้  :  ฟ้า , น้ำเงิน

ไพ่อยากบอก : ขัดแย้งคนรัก มีนิสัยเหมือนเด็ก ต้องพิจารณาความรักให้ดี การเงิน การงานดีขึ้น

 

ราศีมังกร ช่วงนี้อะไรหลายอย่างๆ ไม่เป็นไปดั่งใจคิด ความผิดพลาดทุกอย่างเกิดขึ้นได้ เข้าวัดทำบุญเพื่อความสบายใจ

การงาน  :  การเจรจาติดต่ออาจมีความผิดพลาดก่อให้เกิดความเสียหาย ต้องรอบคอบให้มากขึ้นในทุกๆด้าน

การเงิน  :  มีแนวโน้มติดลบ รายจ่ายสูง โชคลาภแทบจะไม่มีเข้ามาทักทาย

ความรัก  : คนรักดี ความรักดี ชวนกันไปเข้าวัดทำบุญ ผลบุญจะหนุนนำ ที่ดีอยู่แล้วก็จะดียิ่งขึ้น

สุขภาพ  :  ระวังอาการเหน็บชา ปวดเอว ปวดหลัง หาเวลาไปนวดคลายเส้นบ้างก็ได้

สีนำโชค  : เหลือง , เขียว , ขาว

สีไม่ควรใช้  :  ดำ , ม่วง . ส้ม

ไพ่อยากบอก : ไปบนอะไรไม่ได้แก้ไปแก้ซะ และการเงินดีขึ้น งานดีอยู่แล้ว

 

ราศีกุมภ์  ทำทุกอย่างต้องมีสติ คิดอย่างความรอบคอบ คำพูดคำจาถือเป็นเรื่องสำคัญและใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท

การงาน  :  ระวังเรื่องเอกสาร สัญญาสำคัญต่างๆ อาจผิดพลาด ก่อให้เกิดปัญหา ความสูญเสีย

การเงิน  :  รายได้ดีขึ้น พอมีพอกิน ไม่ได้ลำบาก และอาจมีเกณฑ์ได้ลาภ

ความรัก :  พูดจาอะไรกัน ให้ระวังกันบ้าง รักษาน้ำใจของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย อย่างเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง

สุขภาพ  : ระวังอุบัติเหตุ ขับรถระมัดระวัง อย่าใจร้อน อย่างประมาท มีสติ

สีนำโชค  : ส้ม , ม่วง

สีไม่ควรใช้  :  เหลือง

ไพ่อยากบอก : รักโอเคมีเสน่ห์ แต่ให้ระวังของหาย คนโสดถ้าเจอความรักในช่วงนี้ คนนี้จะเป็นเนื้อคู่ สุขภาพจะมีมึนหัว อย่าอยู่ในที่อับ

 

ราศีมีน  สัปดาห์นี้มีเรื่องเงินยังคงเป็นปัญหาอยู่ แต่การงานดี มีคนอุปถัมภ์ ผ่านอุปสรรคไปได้อย่างสวยงาม

การงาน  :  การงานดี มีงานเข้ามาเพิ่มขึ้น การลงทุนก็ดี มีคนให้คำปรึกษา คอยช่วยเหลือ

การเงิน  :  รายรับยังน้อยกว่ารายจ่าย มีเรื่องให้เสียเงินอยู่เสมอ ต้องประหยัดบ้าง

ความรัก :  มีความขัดแย้งกัน ต้องระมัดระวังคำพูด จะพูดอะไรนึกถึงใจเขาใจเราบ้าง

สุขภาพ  : มีอาการปวดหลัง ปวดไหล่  บ่าตึง ต้องออกกำลังกาย คลายกล้ามเนื้อ

สีนำโชค  : ส้ม

สีไม่ควรใช้  :  เหลือง , ชมพู

ไพ่อยากบอก : จะมีโชค เงินจะเข้า การงานดี มีคนอุปถัมภ์ งานเข้า


กินอยู่เป็น_Big_cover.jpg

ปัจจุบัน นักการตลาด หรือ ผู้บริหารระดับสูงหลายองค์กร ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ฐานข้อมูลจากเทคโนโลยี Big Data หรือ ข้อมูลมหาศาลบนโลกออนไลน์ เพื่อวิเคราะห์โอกาสทางธุรกิจและกลยุทธ์ที่จะเข้าถึงตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าผู้บริโภคซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายของสินค้าประเภท FMCG (Fast Moving Consumer Goods) หรือ เครื่องอุปโภคบริโภคที่ต้องกินใช้ในแต่ละวัน พฤติกรรมเรียกได้ว่าเปลี่ยนแปลงแบบนาทีต่อนาทีกันเลยทีเดียว และถ้าแบรนด์นั้นเกิดภาพลบแม้เพียงจุดเล็กๆ ก็จะส่งผลกระทบลามผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ อย่างรวดเร็ว

แล้วทราบหรือไม่ว่า เวลาที่ผ่านไปแต่ละนาทีนั้น บนโลกออนไลน์ อันเป็นที่รวบรวมของบิ๊กดาต้ามหาศาล มีกิจกรรมประเภทใดเกิดขึ้นบ้าง? จากสรุปข้อมูลพฤติกรรมคนบนโลกออนไลน์ โดย Domo บริษัทวิเคราะห์และจัดเก็บข้อมูลดิจิตอลชั้นนำจากออสเตรเลีย เปิดเผยว่า “ภายใน 1 นาที คนทั่วโลกทำกิจกรรม” ดังนี้
1. Google ยังฮิต
มีการค้นข้อมูลรวม 4,497,420 ครั้ง
2. โพสต์รัวๆ บนโซเชียลมีเดีย
• 23,211 กด love บน Facebook
• 277,777 โพสต์ Story บน Instagram
• 511,200 ทวิตบน Twitter
3. ส่งเมล์สื่อสารกว่า 180 ล้านครั้ง
• 188,000,000 อีเมล์ที่ส่งออก
• 18,100,100 ข้อความที่ส่งออก
• 1,400,000 ผู้ใช้งาน Tinder
• 231,840 ผู้ใช้งาน Skype
4. บันเทิงยังได้รับความนิยม
• 4,500,000 วิดีโอที่ถูกรับชมผ่าน youtube
• 694,444 ชั่วโมงที่มีการรับชม Netfflix
5. แอพฯ จัดการความสะดวกโตต่อเนื่อง
• 9,772 ผู้จองรถผ่าน Uber
• 1,389 ผู้จองที่พักผ่าน Airbnb

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งการเก็บวิเคราะห์ข้อมูลก็มาจากการใช้งานบนแอพพลิเคชั่น หรือ เว็บไซต์ต่างๆ ที่เราคุ้นกันอยู่ในปัจจุบันนั่นแหละ ทีนี้ในส่วนของประเทศไทยล่ะเป็นอย่างไร
จากการเผยสำรวจของ We Are Social และ Hootsuite เผยผลสำรวจ “Global Digital 2019” ระบุว่าคนไทย 57 ล้านคนสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทุกประเภท ไม่ว่าเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย แอพพลิเคชั่น หรือ Search Engine ต่างๆ โดยมีการใช้งานเฉลี่ยวันละกว่า 9 ชั่วโมง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการดู Online Streaming 3 ชั่วโมง 44 นาทีต่อวัน หรือ ฟังเพลงแบบ Music Streaming 1 ชั่วโมง 30 นาทีต่อวัน

และถ้าย่อยลงมาเฉพาะการใช้งานโซเชียลมีเดีย จะมีถึง 51 ล้านคนที่ใช้เป็นประจำ และ 49 ล้านคนใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งแต่ละวันคนไทยใช้เวลาไปกับโซเชียลมีเดียต่างๆ เฉลี่ย 3 ชั่วโมง 11 นาที กลุ่มใหญ่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 18 – 34 ปี แพลตฟอร์มยอดนิยมยังคงเป็น Facebook Youtube Instagram และ Twitter

เมื่อค้นเข้าไปอีกจะพบว่า คนไทยเน้นใช้งานเพื่อความบันเทิง ดูหนัง ฟังเพลง ดูกีฬา หรือ รับชมรายการต่างๆ เป็นหลัก โดยเฉพาะการรับชมผ่าน Youtube ซึ่งกลุ่ม Youtuber ชาวไทยที่ได้รับความนิยมสูง ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักแคสเกม นักรีวิวแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ เครื่องสำอาง อาหาร ท่องเที่ยวเป็นหลัก เรียกได้ว่าคนไทยอยู่คู่ความบันเทิงมาตลอด ทำให้วันนี้จึงเห็นการเข้ามาของทางเลือกใหม่ๆ อย่าง Netfflix, Joox, Spotify, Line TV รวมทั้งแบรนด์สินค้าต่างๆ ก็แข่งกันยิงงานโฆษณาออนไลน์ผ่านกลุ่มนี้มากขึ้นด้วยเช่นกัน

ส่วนจะได้ผลหรือไม่ได้ผลก็ขึ้นอยู่กับการที่แบรนด์นั้น นำบิ๊กดาต้ามาวิเคราะห์ และ หาวิธีแทรกเข้าไปอยู่ใน 1 นาทีนั้นได้อย่างไร นั่นแหละคือประเด็นสำคัญ และยิ่งนับวันระยะเวลาที่คนบนโลกออนไลน์จะให้ความสนใจ หรือ จดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็เริ่มลดลงเรื่อยๆ ก็ยิ่งกลายเป็นโจทย์ที่ยากขึ้นไปทุกที


Content_หมดไฟ_Cover_1.jpg

มนุษย์เงินเดือนหลายคนอาจเคยประสบภาวะหมดไฟในการทำงานกัน เนื่องด้วยปัจจัยหลายอย่างในชีวิต แล้วเราจะรับมือ หรือ ปรับทัศนคติเพื่อสร้างภูมิต้านทานในเรื่องนี้อย่างไร กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต รวบรวมมาฝากกัน

อีกหนึ่งเรื่องราวใกล้ตัวสำหรับชาวมนุษย์เงินเดือนที่จะมีช่วงหนึ่งที่ทำให้พลังไฟในการทำงานของตัวเรามอดลง ด้วยปัจจัยหลายอย่าง อาทิ เงินเดือน ปัญหากับเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย งานล้นมือ เบื่องานซ้ำๆ เดิมๆ งานไม่เหมาะกับตนเอง ขาดสมดุลการใช้ชีวิต ฯลฯ ขมวดเป็นปมที่ทำให้เราไม่มีความสุข ขาดแรงจูงใจ เรียกว่า หมดไฟ หรือ หมด Passion ในการทำงาน

การหมดไฟในการทำงาน หรือ Burn out แม้บางครั้งเกิดชั่วขณะ แต่อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อสภาพร่างกาย จิตใจ เพราะการใช้ชีวิตแบบเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา จะส่งผลให้รู้สึกกดดัน เหนื่อย ท้อ รู้สึกล้มเหลว ขาดประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งอาจเป็นเหตุสะสมที่นำเข้าสู่สภาวะโรคซึมเศร้าได้ เเล้วจะรับมือ หรือ หาวิธีสร้างภูมิต้านทานกับเรื่องนี้อย่างไรดี วันนี้กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอนำหลากมุมมองน่าสนใจมานำเสนอกัน

  1. ตั้งสติตีโจทย์ให้แตก ติดกระดุมเม็ดแรกให้ตรงจุด เริ่มจากตั้งสติหาเหตุที่ทำให้หมดไฟ ให้เจอก่อนว่าแท้จริงแล้วเกิดจากอะไร อาทิ ภาระงานบีบรัดเข้มงวด ระบบบริหารจัดการที่ไม่ตรงใจ ผลลัพธ์ สิ่งที่หวังไม่เป็นไปตามเป้า ซึ่งบางครั้งอาจเกิดจากปัจจัยอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับงานเลยก็ได้ เช่น ผิดหวังเรื่องความรัก ภาระหนี้สิน ฯลฯ ที่ทับถมสะสมเป็นความเครียดจนผูกเป็นปมรวมกัน ดังนั้นข้อนี้ถือว่าจำเป็นมาก เพราะถ้าหาเหตุที่แท้จริงไม่เจอก็จะแก้ผิดจุด เหมือนการติดกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดอื่นก็ผิดตามไปด้วย
  2. ทบทวนอีกครั้ง แค่อารมณ์ชั่ววูบ หรือ เกินเยียวยา เมื่อเจอต้นเหตุแล้ว ลองนำมาประมวลอีกครั้งว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น สามารถแก้ไข หรือ มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ไหม โดยอาจเริ่มจากการหาวิธีง่ายๆ เช่น ลาพักผ่อนระยะสั้น เพื่อท่องเที่ยว หรือ ย้ายตัวเองออกจากชีวิตประจำวันแบบเดิมที่ต้องเผชิญทุกวัน จะได้มีเวลาสังเกตตัวเอง หรือ ไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนอีกครั้งว่าเหมาะกับงานหรือองค์กรที่ทำอยู่หรือไม่ รวมถึงประเมินตนเองว่ามีความถนัดด้านใด เพื่อนำคำตอบที่ได้มาประเมินว่าควรทำอย่างไรต่อไป ซึ่งถ้าเกิดเพราะอารมณ์ชั่ววูบก็อาจจะง่ายหน่อย แต่ถ้าไตร่ตรองครบทุกด้านแล้วยังไม่ดีขึ้น นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณอาจถึงเวลาที่จะต้องเริ่มมองหาการเดินทางครั้งใหม่ในทำงาน เพื่ออนาคต
  3. ที่ปรึกษาก็มีส่วนสำคัญ อาจลองปรึกษาหัวหน้างานเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็น หาวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน หรือ อาจหาที่ปรึกษา เช่น เพื่อนร่วมงาน เพื่อน หรือ คนรัก เพื่อช่วยร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ฟื้นคืนกำลังใจกลับมา
  4. หางานอดิเรก พักเบรกสักนิด ในวันหยุดลองหากิจกรรมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้ความคิดอย่างหนัก ลองเปลี่ยนมานั่งสมาธิ ฟังเพลง อ่านหนังสือ ไปเดินเล่น หรือไปเยี่ยมเพื่อนและญาติ กิจกรรมเหล่านี้จะทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้น หรือ แม้กระทั่งระหว่างวันทำงาน อาจหาเวลาพักเบรกให้ชีวิตสัก 10 – 15 นาที โดยนำสิ่งที่ชอบติดตัวมา อาทิ หยิบหนังสือ หรือ เพลงที่ชอบมาเปิดอ่าน เปิดฟัง หรือในยุคดิจิทัลนี้ อาจนำเกมฮิตต่างๆ ที่หลายท่านโหลดติดไว้ มาเล่นแก้เครียด อาจช่วยในการปรับภาวะอารมณ์ให้ดีขึ้นได้
  1. สุขภาพต้องแคร์ ดูแลอย่าละเลย เพราะสุขภาพสำคัญที่สุด ฉะนั้นเมื่อทำงานหนัก มีภาระมากขึ้น อาจทำให้ไม่มีเวลารับประทานอาหาร ขาดการออกกำลังกาย นอนน้อย ส่งผลให้สภาพร่างกายเสื่อมโทรมลง ทำให้หมดไฟเร็วขึ้น การดูแลสุขภาพจึงอาจช่วยให้รับมือกับปัญหาหมดไฟได้ สิ่งสำคัญอันดับต้นๆ คือ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงการออกกำลังกายประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ จะช่วยเสริมสุขภาพทำให้ชีวิตดีขึ้น และช่วยให้สมองได้พักจากการคิดเรื่องงานไปสนใจสิ่งอื่นแทน

ลองนำไปปรับ หรือ หาวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง เพื่อสร้างภูมิต้านทาน หรือ กระตุ้น ให้ไฟในการทำงานของคุณกลับมาลุกโชนอีกครั้ง

ทีมงาน กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต หวังว่าข้อมูลที่นำมาเสนอนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อท่านได้ไม่มากก็น้อย และเราขอเป็นกำลังใจให้ท่านเสมอ


Content_ไก่ทอดเกลือ_Cover_1.jpg

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอเอาใจสายชอบปาร์ตี้สังสรรค์ แต่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้า ด้วยเมนูกู้หน้าทำง่าย และรวดเร็ว อย่าง “ไก่ทอดเกลือ” เมนูทานเล่นระหว่างรอมื้อหนัก หรือจะต่อยอดเป็นธุรกิจสร้างรายได้ให้ตนเอง ด้วย 3 เคล็ดลับเด็ด ที่จะช่วยให้คุณทอดไก่ได้อร่อย กรอบนอกนุ่มใน ไม่แพ้ร้านดังๆ มาฝากกัน

 

 

3 เคล็ดลับไก่ทอดเกลือที่อร่อย

1.เคล็ดวิชาว่าด้วยเลือกไก่

หัวใจสำคัญของการเลือกไก่ให้มีคุณภาพ คือ ให้สังเกตผิวของเนื้อไก่ ต้องไม่มีสีเขียวเป็นจ้ำๆ และสีต้องไม่ซีดมาก ถึงจะเป็นไก่ที่ใช้ได้ วัตถุดิบที่มีคุณภาพเป็นปัจจัยสำคัญ ช่วยให้อาหารน่ารับประทานมากขึ้น ถ้าเลือกไม่ดีอาจทำให้เจ็บป่วยได้

2.หมักไก่ให้อร่อยต้องใช้เกลือ

วิธีหมักไก่ด้วยสูตรลับเฉพาะ ให้เตรียมอัตราส่วนผสมดังนี้ เนื้อไก่ 1 กิโลกรัม (ประมาณ 10 น่อง) เกลือ 1 ช้อนชา ผงปรุงรส ครึ่งช้อนชา กระเทียม 1 ช้อนโต๊ะ รากผักชี(หั่น) 2 ช้อนชา พริกไทย 1 ช้อนโต๊ะ

โดยนำเนื้อไก่ล้างให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำ แล้วใส่ภาชนะที่เตรียมหมัก โรยเกลือพอประมาณ (อย่าใส่หนักมือมาก จะเค็มไม่รู้ตัว) ปรุงรสสักนิดด้วยผงปรุงรส นำกระเทียม รากผักชี และพริกไทย ที่โขลกละเอียด คลุกให้เข้ากัน หมักไว้ประมาณ 20 – 30 นาที

เหตุผลที่ไม่ใช้ซีอิ๊ว หรือ ซอสปรุงรสต่าง ๆ เช่น น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว  เพราะเกลือจะช่วยปรับรสชาติของอาหารให้กลมกล่อมได้ โดยไม่ต้องพึ่งตัวช่วยอื่น

3.กรอบนอก นุ่มใน ทอดยังไงไม่อมน้ำมัน

ตั้งกระทะใส่น้ำมัน รอกระทั่งกระทะร้อน เมื่อน้ำมันเดือด จากนั้นนำไก่ลงไปทอด ค่อยๆ วางไก่ (เพื่อไม่ให้น้ำมันกระเด็นขณะทอด)

เทคนิคสำคัญของการทอดไก่ คือ ระดับไฟ โดยระหว่างทอดให้ใช้ไฟปานกลาง เพราะถ้าใช้ไฟแรงมากไปจะทำให้ไหม้ และสุกไม่สม่ำเสมอ ค่อยๆ ทอดจนไก่มีสีเหลืองสวยงาม นั่นแสดงว่าไก่สุกแล้ว ถึงค่อยเร่งไฟให้แรงขึ้น เพื่อเป็นการไล่น้ำมันออกจากไก่ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยทำให้ไก่ไม่อมน้ำมัน

เคล็ดลับสำหรับมือใหม่หัดทอด สามารถดูว่าไก่สุกหรือไม่ โดยใช้ตะเกียบ หรือ ส้อมจิ้มบริเวณเนื้อไก่ ถ้ามีเนื้อสีแดงหรือเลือดติดขึ้นมาแสดงว่าข้างในยังไม่สุก ต้องให้เวลาอีกสักพัก รอจนได้ที่ ถึงตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน เตรียมจัดใส่จานพร้อมเสิร์ฟ แค่นี้ก็ได้หนึ่งเมนูง่ายๆ สบายท้อง รับแขกได้ไม่ขายหน้า ถ้าจะให้ดีทำสลัดอีกสักจานทานคู่กัน อร่อยแบบมีประโยชน์ ในสไตล์กินอยู่เป็น


Content_ลอยกระทง_Cover_1.jpg

จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ พบว่า “ลอยกระทง” เป็นพิธีกรรมที่ปรากฏในหลากพื้นที่ของทวีปเอเชีย แม้แต่ละแห่งจะมีที่มา เรื่องเล่าบนความเชื่อที่ต่างกันออกไป แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ พิธีกรรมของทุกแห่งล้วนเกิดจากความสำนึกในบุญคุณธรรมชาติ หรือ ผู้มีพระคุณเป็นตัวกำหนด ส่วนน่าสนใจอย่างไรนั้น กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอรวบรวมมาเสนอกัน

ไทย = พิธีจองเปรียง หรือ ลอยพระประทีป

ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ถือเป็นหนึ่งประเพณีไทยที่สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยในสมัยพ่อขุนรามคำแหง เรียกประเพณีลอยกระทงนี้ว่า “พิธีจองเปรียง หรือ การลอยพระประทีป”  มีหลักฐานจากศิลาจารึกหลักที่ 1 กล่าวถึงงานเผาเทียนเล่นไฟว่า เป็นงานรื่นเริงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้เชื่อกันว่างานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทง

อินเดีย = เทศกาลทีปาวลี

เริ่มในช่วงปลายฝนต้นฤดูหนาว ระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน เพื่อเฉลิมฉลองการนิวัติกลับอโยธยาของพระรามและนางสีดา อีกคติหนึ่งเพื่อบูชาพระลักษมี เทวีแห่งความร่ำรวย สมบูรณ์ และโชคลาภ ด้วยการจุดประทีปใส่ถ้วยเล็ก ๆ วางตามบ้าน หรือปล่อยให้ลอยตามแม่น้ำ

จีน = ลอยประทีปเพื่ออุทิศส่วนกุศล

ประเพณีเก่าแก่ของชนเผ่าฮั่น มองโกล ไป๋ และหมิง ในช่วงสมัยราชวงศ์หมิงและชิง เนื่องจากยุคนั้น ชาวมณฑลจี๋หลิน ต้องมีการขนส่งอาหารให้ทหารลาดตระเวนชายแดน ด้วยเส้นทางเดินเรือ ซึ่งเป็นงานหนักและเสี่ยงภัย ทำให้มีผู้เสียมากมายนับไม่ถ้วน เมื่อถึงเทศกาลสำคัญๆ ชาวจี๋หลินจึงลอยประทีป หรือ กระทงลักษณะเป็นรูปดอกบัว หรือ โคมไฟ ที่ข้างในมีเทียนจุดไฟไว้ ตามแม่น้ำ เพื่อเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต

ข้อสังเกตอีกประการ การลอยกระทงในประเทศจีน สามารถลอยได้ในทุกเทศกาล แต่ละพื้นที่มีความหมายแตกต่างกันออกไป เช่น เขตเจียงหนาน ขอพรให้โรคภัยไข้เจ็บ หายไปกับสายน้ำ เขตชายฝั่งทะเลขอพรให้เทพเจ้าช่วยปกป้องคุ้มครองภัย

ลาว = งานไหลเฮือไฟ

ประเพณีลอยกระทง หรือ งานไหลเฮือไฟ ของ สปป.ลาว จะมีการแข่งเรือที่ริมแม่น้ำโขง บูชาแม่น้ำด้วยการลอยประทีป เพื่อขอบคุณแม่น้ำโขงที่เลี้ยงดูมา

กัมพูชา = เทศกาลน้ำ

จัดขึ้นเพื่อระลึกบุญคุณ ขอบคุณแม่น้ำโขงที่เป็นสายน้ำหลักในการหล่อเลี้ยงชีวิต

พม่า = บูชาและขอบคุณพญานาค

กระทงของชาวพม่า มีลักษณะตกแต่งคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน เพื่อบูชาและขอบคุณพญานาค ตามความเชื่อที่ว่าได้ช่วยปราบพญามารไม่ให้เข้ามาทำลายพระเจดีย์จากคำขอร้องของพระอุปคุต

“ข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า พิธีกรรมแต่ละแห่ง ล้วนเกิดจากความสำนึกในบุญคุณของธรรมชาติ – ผู้มีพระคุณเป็นตัวกำหนดแทบทั้งสิ้น นำสู่การขอขมาเพื่อแสดงความเคารพและขอบคุณที่ได้พึ่งพาอาศัย ตลอดจนการขอความอำนวยพร ถ่ายทอดเป็นประเพณีสืบต่อกันมาจนปัจจุบัน”

อย่างไรก็ตามด้วยสภาพแวดล้อม และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป การขอขมาแหล่งน้ำผ่านการลอยกระทงกลับกลายเป็นดาบสองคมที่ซ้ำเติมธรรมชาติ เพราะสร้างขยะและสิ่งปฏิกูลมหาศาลลงแหล่งน้ำภายในช่วงข้ามคืน

ข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่าปี 2561 มีปริมาณขยะกระทงจำนวนมากเกือบถึง 1 ล้านใบ ซึ่งสถิติการจัดเก็บขยะกระทงของกรุงเทพมหานคร พบมีมากถึง 841,327 ใบ และพบกระทงโฟม อยู่ที่ 44,883 ใบ

ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ หากเราหันมาใช้วัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เช่น ใบตอง หยวกกล้วย มันสำปะหลัง ขนมปัง หรือ น้ำแข็ง มาทำกระทง หรือ ใช้วิธีรวมใจกระทง 1 ใบ ลอยพร้อมกันหลายคน เพื่อลดผลกระทบต่อแหล่งน้ำให้มากที่สุด

นอกจากการลอยกระทงแล้ว การไม่ทิ้งขยะ เศษอาหาร สิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำ รวมถึงการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ก็เป็นอีกทางเลือกน่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการขอขมาแหล่งน้ำ ซึ่งนี่อาจเป็นวิธีแสดงความเคารพ และสำนึกในบุญคุณของแหล่งน้ำที่ง่าย แต่ตรงจุดและเหมาะสมที่สุดกับยุคปัจจุบันก็เป็นได้


กินอยู่เป็น-x-Horoscope-.jpg

กินอยู่เป็น x Horoscope บอกเล่า ดวงชะตา 12 ราศี ทุกสัปดาห์ โดย อาจารย์จ๊ะ วรรณอนงค์ ผู้เชี่ยวชาญการพยากรณ์จาก 2 ศาสตร์ระหว่างการโคจรของดวงดาวกับไพ่ยิปซี ตรวจสอบดวงชะตา ในวันที่ 11 พฤศจิกายน – 17 พฤศจิกายน 2562 ชะตาแต่ละราศีจะเป็นอย่างไร รุ่งหรือร่วงมาลุ้นกัน….

 

ราศีเมษ

ชาวราศีเมษสัปดาห์นี้ ดวงเรื่องงานถือว่าดีขึ้นกว่าเดิมมากเลยทีเดียว ดวงการเงินเด่น มีเกณฑ์ได้รับโชคลาภหรือมีเงินก้อนเข้ามาแบบไม่รู้ตัว

การงาน เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางดีขึ้น หากเป็นงานที่เกี่ยวกับการเดินทาง ติดต่อธุรกิจทางไกลจะประสบความสำเร็จ แต่ให้ระวังเรื่องหุ้นส่วนอาจเกิดความขัดแย้งกัน ทางที่ดีคือทำใจเผื่อไว้บ้าง

การเงิน เป็นช่วงที่ดวงการเงินและโชคลาภอยู่ในช่วงขาขึ้น เสี่ยงโชคได้ มีเครดิตดีมาก หากทำธุรกิจต้องลงทุนก็มีเงินหมุนเวียน หากทำธุรกรรมเกี่ยวกับธนาคาร อาจได้รับข่าวดีเรื่องอนุมัติเงิน กู้เงินผ่าน

ความรัก ความสัมพันธ์ระหว่างคนรัก พูดคุยกันด้วยเหตุผลมากกว่าการใช้อารมณ์ พูดเฉพาะในสิ่งที่ควรพูด ความสงบสุขก็จะเกิดขึ้น

สุขภาพ ระวังอาการท้องผูก อาหารไม่ย่อย

สีนำโชค เหลือง

สีไม่ควรใช้ ฟ้า น้ำเงิน

ไพ่อยากบอก เรื่องของคนอื่นไม่ควรเข้าไปยุ่ง ไม่เช่นนั้นอาจได้รับความเดือดร้อน  หากเคยบนบานศาลกล่าวหรือขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ ให้รีบไปแก้บนหรือทำบุญ

 

ราศีพฤษภ

ชาวราศีพฤษภ ดวงการเงินติดลบขั้นสุดเลยก็ว่าได้ในสัปดาห์นี้  หมุนเงินไม่ทัน ต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมาก การงานเรื่อยๆ ไม่หวือหวา

การงาน งานที่ทำอยู่ก็ยังทำต่อไปได้เรื่อยๆ แต่จะหวังผลตอบแทนอะไรมากก็ไม่ได้ ให้ขยันและอดทนไว้ อย่าคิดลงทุนกับงานหรือธุรกิจ เพราะมีเกณฑ์ขาดทุนสูง

การเงิน ถึงขั้นติดลบ มีภาระค่าใช้จ่ายสูง เข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นควรวางแผนดี ๆ

ความรัก ให้ระวังเรื่องปัญหาความสัมพันธ์ มีเกณฑ์จะขัดแย้งกับคนรัก อะไรที่ปล่อยวางได้ก็ปล่อยวางเสียบ้าง

สุขภาพ ระวังอาการปวดเมื่อย บริเวณ คอ บ่า ไหล่ และความเครียด ควรไปนวดผ่อนคลาย เวลาเดินทาง ขับรถอย่าประมาท

สีนำโชค  ดำ

สีไม่ควรใช้ ชมพู ฟ้า

ไพ่อยากบอก งานที่ทำตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว อย่าเพิ่งคิดที่จะเปลี่ยน เรื่องการใช้เงินให้ประหยัดไว้บ้าง

 

ราศีเมถุน

ช่วงนี้ชาวราศีเมถุน ดวงเรื่องงานเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางดีขึ้น หลังผ่านมรสุมมาอย่างหนักหน่วง

การงาน จากเดิมที่เคยมีปัญหาก็ค่อยๆ ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีผู้อุปถัมภ์ช่วยเหลือ หุ้นส่วนดี ลงทุนได้

การเงิน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีโชคลาภเข้ามา แต่หากยังใช้เงินเก่งอยู่แบบนี้ มีโอกาสติดลบได้

ความรัก ความสัมพันธ์ระหว่างคนรัก เต็มไปด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน

สุขภาพ ให้ระวังอาการปวดศีรษะ ปวดฟัน และระวังอาการร้อนใน

สีนำโชค เหลือง ขาว ส้ม

สีไม่ควรใช้ ม่วง ดำ

ไพ่อยากบอก หากมีเวลาควรไปปฏิบัติธรรมหรือสวดมนต์บ่อยๆ จะทำให้มีโชคลาภ อย่าไปคิดมากเรื่องความรัก

 

ราศีกรกฎ

ช่วงนี้ชาวราศีกรกฎ งานอยู่ในเกณฑ์ดี ประสบความสำเร็จ ดวงการเงินเริ่มฟื้นตัวหลังจากซบเซามาสักระยะ

การงาน แม้จะต้องเจอกับปัญหาเรื่องงานที่หนักและเหนื่อยมากขึ้น แต่ผลงานก็ออกมาดี ประสบความสำเร็จได้ผลตอบแทนคุ้มค่า หากมีบริวารต้องเข้มงวดเพื่องานจะได้ออกมาตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

การเงิน การเงินเริ่มคล่องตัว สามารถบริหารจัดการได้ดี มีเกณฑ์ได้โชคลาภ มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้น

ความรัก สถานการณ์ระหว่างคนรักเริ่มดีขึ้น ขัดแย้งกันน้อยลง เพราะต่างฝ่ายต่างเข้าใจ และยอมรับกันมากขึ้น

สุขภาพ ให้ระวังอาการเจ็บปวดบริเวณดวงตา และอาการปวดศีรษะจากไมเกรน

สีนำโชค ขาว

สีไม่ควรใช้ ดำ

ไพ่อยากบอก สวดมนต์นั่งสมาธิบ่อยๆ ครอบครัวจะได้มีความสุข ช่วงนี้จะชอบจับผิด จุกจิก ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น

 

ราศีสิงห์

สัปดาห์นี้ชาวราศีสิงห์ ระวังอุบัติเหตุเล็กๆ น้อย เกี่ยวกับรถยนต์ อย่าใช้อารมณ์ควบคุมการกระทำทุกอย่าง เพราะเสี่ยงต่อการทะเลาะขัดแย้งกับบุคคลรอบข้าง

การงาน  ควรหาโอกาสพบปะผู้คน ออกงานสังคมบ่อย ๆ เรื่องงานถึงจะราบรื่น

การเงิน มีโชคเรื่องการเงิน สามารถใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัว และ มีโอกาสได้ลาภลอย

ความรัก ความสัมพันธ์เต็มไปด้วยความหวานชื่น รักราบรื่น มีความสุข

สุขภาพ ให้ระวังอุบัติเหตุพลัดตกหกล้ม จากการข้ามถนน

สีนำโชค ดำ เทา

สีไม่ควรใช้ แดง

ไพ่อยากบอก ระวังอุบัติเหตุ ขับรถด้วยความไม่ประมาท และการทะเลาะขัดแย้งกับบุคคลรอบข้าง ลดเที่ยวนอกสถานที่ให้น้อยลง

 

ราศีกันย์

ชาวราศีกันย์ ดวงเรื่องงานรุ่ง พุ่งแรง แบบฉุดไม่อยู่ มีเสน่ห์ในเรื่องงาน ติดต่อเจรจาได้ผลดี

การงาน ดวงดีติดลมบน ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ติดต่อเจรจาได้ผลดี

การเงิน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี มีรายรับเข้ามา แต่ยังคงมีภาระค่าใช้จ่ายให้รับผิดชอบอีกเยอะ

ความรัก ความสัมพันธ์ระหว่างคนรัก ราบรื่นดี ไร้ปัญหา เต็มไปด้วยความเข้าใจกันมากขึ้น มีเกณฑ์ออกเดินทางท่องเที่ยวร่วมกัน

สุขภาพ ให้ระวังอุบัติเหตุเกี่ยวกับศีรษะแตก ของหล่นใส่ หรืออุบัติเหตุจากการขึ้นที่สูง

สีนำโชค เขียว

สีไม่ควรใช้ แดง

ไพ่อยากบอก ห้ามขึ้นที่สูง ช่วงนี้ควรเก็บเนื้อ เก็บตัว ไปปล่อยปลา ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรด้วย

 

ราศีตุลย์

ดวงการเงินของชาวราศีตุลย์สัปดาห์นี้เข้าสู่ภาวะวิกฤตอย่างหนัก แต่การงานราบรื่นดี ไร้อุปสรรค

การงาน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ไร้อุปสรรค ก้าวหน้าแบบปังๆ

การเงิน อยู่ในขั้นย่ำแย่ เงินช็อต หมุนเงินไม่ทัน อย่าเพิ่งกู้ยืมใคร ใช้ชีวิตแบบพอเพียงไปก่อน

ความรัก คนรักจะมีอารมณ์แปรปรวนได้ง่าย เจ้าระเบียบ บางทีการห่างกันสักพักอาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น เพื่อรักษาความสัมพันธ์ให้ยาวนานต่อไป

สุขภาพ ให้ระวังอาการเบื่ออาหาร และ อาการท้องอืด ควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ

สีนำโชค แดง ขาว

สีไม่ควรใช้ ดำ เทา

ไพ่อยากบอก ช่วงนี้มีเกณฑ์เข้าสังคมพบปะผู้คนบ่อยขึ้น ความรักเกิดความขัดแย้ง อย่าใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย เกินตัว

 

ราศีพิจิก

ชาวราศีพิจิกประสบปัญหาในเรื่องของอารมณ์ที่แปรปรวนได้ง่าย เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ใจเย็นและมีสติเข้าไว้ การงานยังไม่ดีเท่าที่ควร

การงาน วุ่นวายอยู่กับเอกสาร ห้ามค้ำประกันใครเด็ดขาด อาจจะเดือดร้อน การแข่งขันในที่ทำงานสูง ขอให้อดทน อย่ามีปากเสียง

การเงิน เริ่มดีขึ้นกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา จะมีคนอุปถัมภ์ช่วยเหลือ ภาระหนี้สินเริ่มลดน้อยลง

ความรัก คนรักเริ่มให้ความใส่ใจ ปฏิบัติตัวดีขึ้น อย่าใจร้อนใช้อารมณ์กับคนรักให้มากนัก

สุขภาพ ให้ระวังอาการร้อนจากแผลในช่องปาก อาการท้องผูก อันเกิดจากความเครียด

สีนำโชค ส้ม

สีไม่ควรใช้ ม่วง ดำ

ไพ่อยากบอก ช่วงนี้อารมณ์จะแปรปรวน ไม่ปกติ หงุดหงิดง่าย ต้องระมัดระวังให้ดี

 

ราศีธนู

ช่วงนี้ชาวราศีธนู ดวงเรื่องงานถือว่าโดดเด่นมาก เจรจาดี มีคนอุปถัมภ์ค้ำจุน ช่วยเหลืออยู่ตลอด

การงาน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ผลงานที่ทำมีความโดดเด่น การติดต่อประสานงานสำเร็จราบรื่น

การเงิน เริ่มคล่องตัวกว่าช่วงที่ผ่านมา ภาระค่าใช้จ่ายลดน้อยลง มีโชคลาภเข้ามาบ้าง

ความรัก มีเกณฑ์ได้โชคลาภจากคนรัก คนโสดจะมีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามสูงมาก

สุขภาพ ให้ระวังอาการบาดเจ็บบริเวณแขน และนิ้วมือ

สีนำโชค เขียว แดง

สีไม่ควรใช้ ม่วง ชมพู

ไพ่อยากบอก แม้งานจะเหนื่อยหนัก แต่ด้วยการวางแผนที่รอบคอบจะทำให้สามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

 

ราศีมังกร

ชาวราศีมังกรยังคงต้องเหนื่อยกับปัญหาที่ยังแก้ไม่จบ จัดการไม่ได้ จนทำให้การงานล่าช้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

การงาน งานล่าช้า คลาดเคลื่อนไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้

การเงิน มีลาภผลหรือเงินก้อนเข้ามาแบบไม่คาดฝัน มีเกณฑ์จะได้ซื้อสิ่งของที่ถูกใจ

ความรัก รับราบรื่นดี ไร้ปัญหา คนรักมีเวลาให้มากขึ้น มีเกณฑ์จะได้รับของฝากจากคนรัก

สุขภาพ ให้ระวังโรคที่เกิดจากความเครียด เพราะคิดมากจนเกินไป ควรแก้ด้วยวิธีการฟังธรรมะเพื่อผ่อนคลายจิตใจ

สีนำโชค เหลือง

สีไม่ควรใช้ ส้ม

ไพ่อยากบอก ให้อดทนอย่ายอมแพ้กับงานที่ทำอยู่ขณะนี้

 

ราศีกุมภ์

ช่วงนี้ชาวราศีกุมภ์ ดวงเรื่องงานถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ทุกอย่างเป็นไปตามเป้า แต่จะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ เพราะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

การงาน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี งานที่ทำอยู่ขณะนี้ให้ผลตอบแทนดีมาก มีโอกาสเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง

การเงิน มีเกณฑ์จะได้ลาภเข้ามาแบบไม่คาดฝัน มีรายรับเพิ่มขึ้น ภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เริ่มเบาลง สามารถเก็บเงินก้อนได้

ความรัก ควรใช้เหตุผลในการคุยกันให้มากขึ้น รับฟังความคิดเห็นของแต่ละฝ่าย แล้วชีวิตรักจะมีแต่ความสุข

สุขภาพ ให้ระวังโรคภูมิแพ้ แพ้อากาศ ไข้หวัด และโรคทอนซิลอักเสบ

สีนำโชค เขียว

สีไม่ควรใช้ เหลือง

ไพ่อยากบอก งานที่ทำอยู่ขณะนี้ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องหางานใหม่ จะมีงานเพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ดูแลสุขภาพตัวเองและคนรักด้วย

 

ราศีมีน

ช่วงนี้ชาวราศีมีน ดวงเรื่องงานโดดเด่นดีมาก มีผู้ใหญ่คอยช่วยเหลืออุปถัมภ์ มีเกณฑ์ได้ลาภลอยเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว

การงาน อยู่ในเกณฑ์ดี ประสบความสำเร็จ มีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ผู้ใหญ่คอยช่วยเหลืออุปถัมภ์

การเงิน เริ่มดีขึ้นกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา รายรับเพิ่มขึ้น ส่วนรายจ่ายลดน้อย อีกทั้งยังจะได้โชคลาภอีกด้วย

ความรัก ความสัมพันธ์กับคนรักเริ่มดีขึ้น เข้าใจกัน มีเกณฑ์จะเดินทางออกไปท่องเที่ยวด้วยกัน

สุขภาพ ให้ระวังโรคกระเพาะอาหาร ท้องผูก และระบบอาหารไม่ย่อย

สีนำโชค เหลือง ขาว

สีไม่ควรใช้ ชมพู ฟ้า

ไพ่อยากบอก ผู้ใหญ่ให้ความช่วยเหลืออุปถัมภ์เรื่องงาน จะมีของหายหรือหาไม่เจอ

 

#เช็คดวงแบบ เอ็กซ์คลูซีฟกับอาจารย์จ๊ะ วรรณอนงค์ ต่อได้ที่ : 081-838-9816


กินอยู่เป็น_มนต์เสน่ห์.jpg

 

กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต เอาใจคนชอบเดินทางท่องเที่ยว หาประสบการณ์ชีวิตใหม่ๆ ด้วยรถไฟขบวน 911 เส้นทางกรุงเทพ-สวนสนประดิพัทธ์ ณ จุดหมายปลายทาง “ชายหาดหัวหิน” สถานที่แห่งความทรงจำ

 

 

ทำไมใคร ๆ ถึงต้องไป…ชายหาดหัวหิน

การท่องเที่ยวชายทะเลเริ่มต้นขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นยุคสมัยที่ประเทศไทยได้รับจากอิทธิพลต่าง ๆ มาจากชาติตะวันตก ในอดีตชายหาดหัวหินถือเป็นสถานที่พักผ่อนริมทะเลยอดนิยม เนื่องด้วยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระกำแพงเพชร ผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ถึงกลับกล่าวไว้ในหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย ว่า ทะเลที่นี่ต่างจากที่อื่น เพราะมีอากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับการไปพักผ่อนหรือ พักรักษาตัวสำหรับคนที่เจ็บไข้ได้ป่วย แต่ ณ เวลานั้น ผู้ที่สามารถไปทะเลหัวหินได้ จะมีแต่บรรดาครอบครัวของเหล่าขุนนาง ข้าราชการ และชนชั้นสูง ถึงกับมีคำกล่าวว่า ถ้าใครไปหัวหินกลับมาจะเป็นที่อิจฉาดูเก๋ไม่เบา

นับตั้งแต่นั้นมาชายหาดหัวหิน ก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียงระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง จนถูกมองจากภายนอกว่า เป็นเมืองมนต์เสน่ห์แห่งการท่องเที่ยว

 

 

ในครั้งนี้ทีมงานกินอยู่เป็น 360 องศาจัดทริปเล็ก ๆ ช่วงวันหยุดชวนเพื่อนๆ นั่งรถไฟนำเที่ยวเพื่อไปหัวหิน ขบวน 911 กรุงเทพ-สวนประดิพัทธ์ ของการรถไฟแห่งประเทศไทยราคา 120 บาท (ไป-กลับ) โดยจะเปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น หากใครสนใจแนะนำว่าให้โทร 1690 จองตั๋วล่วงหน้ากับการรถไฟแห่งประเทศไทยก่อนอย่างน้อย 1 อาทิตย์ก่อนเดินทาง เพราะถ้ารอจองก่อนวันที่เราจะเดินทาง 2-3 วัน ตั๋วจะเต็มอดไปเที่ยวได้นะ

 

 

จากหัวลำโพง ถึง หัวหิน 

บรรยากาศขณะที่นั่งรอรถไฟเคลื่อนขบวน เราจะพบเห็นผู้โดยสารมากหน้าหลายตา เตรียมตัวขึ้นรถไฟ มองหาหมายเลขที่นั่งตามตั๋วที่จองไว้ มีทั้งที่มากันเป็นครอบครัว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อนสนิท ทำให้บรรยากาศภายในรถไฟ เต็มไปด้วยความคึกคัก สนุกสนาน และเมื่อรถไฟเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากสถานีหัวลำโพง มองลอดผ่านช่องหน้าต่างของรถไฟ เราจะเห็นสถานที่ต่าง ๆ มากมายจากอาคารบ้านเรือน ตึกสูงในเมืองใหญ่ค่อยๆเข้าสู่ธรรมชาติ ท้องฟ้า ต้นไม้ และสายน้ำ

 

 

ระหว่างทางรถไฟก็จะเคลื่อนขบวนผ่านชานชาลาต่าง ๆ  แล้วหยุดที่สถานีนครปฐม ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้เรานมัสการองค์พระปฐมเจดีย์หรือเดินเที่ยวชม ตลาดกัลยา เลือกซื้อของฝาก อาหาร ขนมได้ตามใจชอบ พอครบเวลากำหนดรถไฟก็เคลื่อนขบวนต่อ จนมาถึงสถานีรถไฟหัวหิน เป้าหมายของเราในครั้งนี้

 

 

สถานีรถไฟหัวหิน ถือสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองหัวหิน ด้วยความโดดเด่นของสถานีรถไฟหัวหิน ที่ยังคงรักษาโครงสร้างตัวอาคาร ครึ่งตึกครึ่งไม้แบบสถานีรถไฟสมัยก่อนเอาไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งรูปแบบสถาปัตยกรรม ได้รับอิทธิพลมาจากสถาปัตยกรรมแบบวิคทอเรีย ไม่น่าแปลกเมื่อนักท่องเที่ยวมาเยือนหัวหิน ต้องถ่ายป้ายสถานีรถไฟหัวหินเป็นที่ระลึก

 

เมื่อมาถึงชายหาดหัวหินความประทับใจแรกเมื่อมาเยือน คือ บรรยากาศเงียบสงบ หาดทรายสีขาวสวยเนียนละเอียด น้ำทะเลใสสะอาด เหมาะต่อการเล่นน้ำ และที่น่าตื่นตาตื่นใจคือการขี่ม้าริมชายหาดชมทิวทัศน์รอบข้าง โดยคนในพื้นที่เล่าให้ฟังว่ากิจกรรมนี้มีมาตั้งแต่ชนชั้นสูงสมัยก่อน เมื่อใครมาเยือนหัวหินมักไม่พลาดโอกาสขี่ม้ารับลมทะเล

 

 

ของฝากติดมือ

หากถามถึงของฝากเมื่อมาเยือนหัวหิน ขอแนะนำงานฝีมือของคนท้องถิ่นที่ทำจากเปลือกหอย เช่น โมบายเปลือกหอย ตุ๊กตารูปหอย กรอบรูป ซึ่งในอดีตงานฝีมือประเภทนี้ชาวบ้านหัวหินเป็นคนริเริ่มทำขึ้นราว ๆ 70 ปีก่อน ปัจจุบันเหลือทำกันอยู่ไม่กี่เจ้า ส่วนใหญ่ได้หอยมาจากที่เก็บตามธรรมชาติริมชายหาด

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจซื้อของฝากติดไม้ติดมือแล้วเรียบร้อยก็มานั่งรอรถไฟเตรียมกลับในรอบ 15:39 น. ถึงที่หมายสถานีหัวลำโพงประมาณ 20:10 น. เป็นอันจบทริปเล็ก ๆ ของเราในครั้งนี้

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย หัวหินยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดดเด่นในเชิงประวัติศาสตร์ ที่อยู่มาตราบจนถึงปัจจุบัน

ลองมาสัมผัสเสน่ห์ของหัวหิน เอาเรื่องทุกข์ใจมาปลดปล่อยให้ลอยไปกับท้องทะเลดูสิ…นี่แหละวิถีแห่งกินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต

 


Content_สิทธิ์คนพิการ_Cover_1.jpg

“คนพิการ” คือ บุคคลซึ่งมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวัน หรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม เนื่องจากมีความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สติปัญญาและการเรียนรู้หรือความบกพร่องอื่นๆ

ประเทศไทยได้มีการกำหนดให้ทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็น “วันคนพิการแห่งชาติ” เพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการแสดงความสามารถในด้านต่าง ๆ แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิทยาการใหม่ๆ รวมทั้งเพื่อให้คนทั่วไปได้เห็นถึงศักยภาพ และคุณค่าของคนพิการของคนพิการ และด้วยเหตุนี้เอง กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ขอใช้โอกาสนี้บอกเล่าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องและสิทธิ์ต่างๆ ที่รัฐได้มอบให้กับคนพิการ

คำจำกัดความของ “ความพิการ” ประเภทความพิการตาม พรบ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมี 7 ประเภท ได้แก่ 1. ความพิการทางการเห็น  2. การได้ยินหรือสื่อความหมาย 3. การเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย 4. ทางจิตใจหรือพฤติกรรม 5. ทางสติปัญญา 6. ทางการเรียนรู้ และ 7. ทางออทิสติก โดยผลสำรวจสำนักงานสถิติแห่งชาติ-องค์การยูนิเซฟ พบว่าประเทศไทย มีคนพิการประมาณ 3.7 ล้านคน คิดเป็น 5.5% ของประชากรประเทศ มากกว่าครึ่งไม่ได้จดทะเบียนคนพิการ และกว่า 1 ใน 5 ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ-สวัสดิการจากรัฐ โดยความช่วยเหลือที่คนพิการต้องการมากที่สุดคือ “ผู้ช่วยคนพิการ-กู้ยืมเงินประกอบอาชีพ-ส่งเสริมประกอบอาชีพอิสระ-การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย-การให้คำแนะนำปรึกษา”

สำหรับผู้พิการที่ได้จดทะเบียนกับรัฐจะได้รับสวัสดิการที่ครอบคลุมกับความต้องการหรือไม่? กินอยู่เป็น 360 องศาแห่งการใช้ชีวิต ได้รวบรวมข้อมูลมาให้ทุกท่านได้ทราบ ดังนี้

  1. เงินสงเคราะห์ผู้พิการ คนที่มีบัตรผู้พิการได้รับเงินเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท
  2. สิทธิบัตรทองผู้พิการ ครอบคลุมทั้งโรคทั่วไปและโรคเฉพาะทางในสถานพยาบาลของรัฐ  รวมถึงบริการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการ เช่น กายภาพบำบัด กิจกรรมบำบัด การประเมิน/แก้ไขการพูด จิตบำบัด เป็นต้น
  3. สิทธิ์ประกันสังคมผู้พิการ จะได้รับสิทธิ์เหมือนกับผู้ประกันตนทั่วไป 7 กรณี ได้แก่ เจ็บป่วย, คลอดบุตร, สงเคราะห์บุตร (ตั้งแต่แรกเกิด – 6 ขวบ), ว่างงาน, ชราภาพ, ทุพพลภาพ, เสียชีวิต 
  4. ผู้พิการทางการได้ยิน สามารถขอรับบริการล่ามภาษามือในเรื่อง
  • การแพทย์และสาธารณสุข
  • การสมัครงานหรือประสานงานด้านอาชีพ
  • การร้องทุกข์กล่าวโทษหรือเป็นพยาน (ชั้นสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายอื่น)
  • การร่วมประชุม การสัมมนา การฝึกอบรม การเป็นผู้บรรยาย

โดยสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการคนพิการประจำจังหวัดหรือชมรม-สมาคมของคนพิการทางการได้ยินประจำจังหวัด

  1. สิทธิ์ในการได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมาย ซึ่งค่าธรรมเนียมต่างๆ ภาครัฐจะเป็นผู้ดูแล รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น ค่าเดินทางของทนาย ค่าถ่ายเอกสารประกอบสำนวน เป็นต้น
  2. สิทธิ์ในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกของการเข้าใช้สถานที่และบริการ หากพบว่าที่สาธารณะหรืออาคาร สถานที่ ยานพาหนะใดไม่รองรับสำหรับคนพิการ สามารถร้องเรียนได้
  3. สิทธิ์ในการเดินทางคมนาคมการเดินทาง เช่น รถไฟ รถเมล์ รถไฟฟ้าใต้ดินบนดิน โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และในกรณีการเดินทางโดยเครื่องบินภายในประเทศของการบินไทย จะได้รับส่วนลด 50 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ผู้พิการที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลสามารถใช้บริการแท็กซี่สำหรับไปโรงพยาบาล หรือติดต่อราชการและธุระส่วนตัวได้ ติดต่อสอบถามที่ 02-294-6524 ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 00.00-16.00 น.
  4. คนพิการสามารถเข้าถึงการศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรี (ตลอดชีวิต) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยรัฐได้จัดให้มีระบบการศึกษาพิเศษสำหรับคนพิการตามโรงเรียน นอกจากนี้ยังสามารถร้องขอให้มีการจัดการศึกษาพิเศษที่บ้านของคนพิการได้อีกด้วย และในกรณีการศึกษาในสถาบันเอกชน อาจต้องสำรองจ่ายและจึงนำมาเบิกได้
  5. คนพิการสามารถยืมอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาความสามารถ และศักยภาพ เช่น มือถือ คอมพิวเตอร์ เครื่องช่วยฟัง ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ได้ สามารถติดต่อได้ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือสำนักงานจังหวัด โดยให้เขียนคำร้องที่สำนักงานสถิติจังหวัด หรือติดต่อผ่านสมาคมคนพิการที่คนพิการสังกัดอยู่

คนพิการก็เหมือนคนทั่วไปที่ต้องได้รับสิทธิ์ และประโยชน์พื้นฐาน เพื่อช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกสบาย โดยปัจจุบันทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างก็เปิดโอกาสให้คนพิการสามารถทำงาน หรือ เข้ามามีบทบาทกับสังคมมากขึ้น ความพิการจึงไม่ใช่อุปสรรคในชีวิตอีกต่อไป


Content_ญี่ปุ่น-ชิมช๊อปใช้_Cover_1.jpg

 

  • สินค้ายอดนิยมทำรายได้ให้ญี่ปุ่น เครื่องสำอาง ยา และขนม ปีละกว่า 3 ล้านล้านบาท
  • นักท่องเที่ยวที่นิยมเที่ยวญี่ปุ่น 5 อันดับแรกคือ จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และไทย
  • ปี 2563 ญี่ปุ่นตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่ประเทศ 40 ล้านคน
  • นักท่องเที่ยวใช้เงินชิม ช้อป ใช้ เฉลี่ยต่อหัว 40,000 บาท

 

เมื่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเผชิญภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทางออกที่กระตุ้นได้เร็วสุดคือ สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพราะเป็นวิธีหาเงินและกระจายรายได้เข้าสู่ประเทศและประชาชนเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเม็ดเงินที่มาจากนักท่องเที่ยวภายในหรือชาวต่างชาติ ดังเห็นได้จากการที่รัฐบาลไทยมีนโยบายชิม ช้อป ใช้

 

ญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งเสริมให้ตัวเองเป็นประเทศแห่งการท่องเที่ยว ดังเห็นได้จากการเปิดวีซ่า การรับเป็นเจ้าภาพกีฬาระดับโลก โดยในปีนี้เป็นเจ้าภาพรักบี้ ปีหน้าเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก นี่จึงอาจเป็นที่มาของจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยตัวเลขที่คาดการณ์ว่าจะถึง 40 ล้านคนในปี 2563 โดยมีชาวจีนเป็นอันดับ 1 รองมาคือ เกาหลีใต้ อันดับ 3 ไต้หวัน 4 ฮ่องกง และไทยเป็นอันดับที่ 5 (สิงหาคม 2562)

 

ญี่ปุ่น ประเทศในฝันของหลาย ๆ คน เหตุผลที่นักท่องเที่ยวเลือกญี่ปุ่นเป็นประเทศเป้าหมาย คือเสน่ห์ของประเทศที่ผสานระหว่างความเก่าและความใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสถานที่ เพราะมีปราสาท และวัดเก่าแก่ การมีศิลปวัฒนธรรม และอาหารที่เป็นเอกลักษณ์

 

สิ่งที่น่าสนใจในเสน่ห์การท่องเที่ยวของญี่ปุ่น คือ ตัวเลขที่อาจเป็นรายได้แฝงที่เกิดขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวเอเชีย เพราะคนกลุ่มนี้มีพฤติกรรมที่ต่างจากชาวตะวันตกโดยเฉพาะการกิน และการช้อป เนื่องด้วยพื้นฐานชาวเอเชียที่เป็นครอบครัวใหญ่ ชื่นชอบการกิน รักครอบครัวและญาติ ดังนั้นรายการซื้อฝาก และฝากซื้อจึงมีมากมาย หากนั่งสังเกตในย่านดังของแต่ละเมืองจะเห็นประเภทผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว 5 อันดับคือเครื่องสำอางและประทินผิว  ผลิตภัณฑ์ยา ขนม  และของที่ระลึก โดยตามข่าวมีการระบุว่ากลุ่มผู้ผลิตต่างลงทุนสร้างโรงงานเพิ่มขึ้น

 

ขณะเดียวกันตัวเลขรายได้ของกลุ่มนี้ในปี 2562 ก็สะท้อนถึงความนิยมได้เป็นอย่างดี โดยรายได้โดยประมาณจากกลุ่มร้านขายยามากกว่า 5 แสนล้านบาท กลุ่มร้านสะดวกซื้อมากกว่า 2 ล้านล้านบาท และ กลุ่มร้านค้าทั่วไปรวมถึงของที่ระลึกมากกว่า 8 แสนล้านบาท (ตัวเลขนี้อาจรวมรายได้ที่มาจากในและนอกประเทศของกลุ่มดังกล่าวก็จะสะท้อนความนิยม)

 

ด้วยเสน่ห์ของรายได้ที่ยวนใจ จึงไม่น่าแปลกใจที่ในปี 2563 ญี่ปุ่นได้มีการลงทุนเพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกและการเข้าถึงมากขึ้น ไม่ว่าจะลงทุนขยายทางรถไฟ และทางด่วนเชื่อมสนามบิน เพื่อย่นระยะเวลาให้เร็วขึ้น ปรับปรุงสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของแต่ละเมือง รวมทั้งชาวญี่ปุ่นเองก็เตรียมพร้อมเป็นอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือให้ความสะดวกนักท่องเที่ยวในช่วงดังกล่าว

แต่จะว่าไป ประเทศไทยก็ไม่น้อยหน้า ไม่เช่นนั้นเราคงไม่ติดอันดับ 9 ของโลกในการเป็นประเทศท่องเที่ยวยอดนิยม